
ปคม. เปิดปฏิบัติการตัดวงจรลวงเด็กค้ามนุษย์ไซเบอร์ 3 รวบ ครูสอนคอมภัยสังคม สร้างแอคเคาท์อวตาร ลวงเด็กถ่ายคลิปลับ ด้าน “บิ๊กหวาน” รอง ผบ.ตร. เตรียมหารือทุกภาคส่วน เพิ่มมาตรการยืนยันตัวตนสื่อโซเชียล คัดกรองแอคเคาท์อวตาร ป้องปรามภัยคุกคามทางเพศเด็กผ่านโลกออนไลน์
เย็นวันที่ 17 ก.พ.69 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.)
พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต. มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ศิรเมศร์ เมธีธนวิจิตร์ ผกก.3 บก.ปคม. พ.ต.อ.อลงกต คชแก้ว ผกก.5 บก.ปคม. พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม ผกก.6 บก.ปคม.
ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติ การตัดวงจรลวงเด็กค้ามนุษย์ไซเบอร์ 3 คดี หลังจับกุมผู้กระทำผิดได้ 3 ราย ตรวจยึดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดได้อีกเป็นจำนวนมาก
พ.ต.อ.ศิรเมศร์ เมธีธนวิจิตร์ ผกก.3 บก.ปคม. กล่าวว่า ในส่วนของคดีแรก ตำรวจ กก.3 บก.ปคม. นายเจษฎา (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี สาวประเภทสอง แอดมินกลุ่มลับลวงเด็กถ่ายคลิปนาจาร หลังตรวจพบบัญชีผู้ใช้บนแพลตฟอร์ม X (Twitter) รายหนึ่งเผยแพร่ภาพและคลิปวีดีโอโป๊เด็กชาย ก่อนชักชวนเข้ากลุ่มไลน์ลับเพื่อดูคลิปวิดีโอเพิ่มเติม โดยกลุ่มดังกล่าวจะมีการเรียกเก็บเงินค่าสมัครสมาชิก ตั้งแต่เรทราคา 299-400 บาท บ้างก็มีการจัดโปรกลุ่ม 199 ตลอดชีพ
ตรวจสอบในกลุ่มดังกล่าวพบว่ามีสมาชิก 100 กว่าราย มีคลิปลามกอนาจารต่างๆ และคลิปวีดีโอการมีเพศสัมพันธ์ระหว่าง สาวประเภทสองกับเด็กชายอายุระหว่าง 13 – 15 ปี ที่ถูกล่อลวงมาถ่ายทำคลิปโป๊ตามสวนสาธารณะต่างๆจำนวนมาก จึงแกะรอยสืบหาเบาะแสแอดมินเจ้าของกลุ่มลับรายนี้
กระทั่งทราบตัวคือ นายเจษฎา รวบรวมหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับและนำมาสู่การตามจับกุมตัวนายเจษฎา ได้ในพื้นที่ จ.ยโสธร สอบสวน รับสารภาพนำตัวส่ง กก.3 บก.ปคม. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.อลงกต คชแก้ว ผกก.5 บก.ปคม.กล่าวว่า ในส่วนของคดีที่ 2 ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. จับกุม นายนนทวัฒน์ อายุ 27 ปี ครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง
ใน อ.เกาะโพธิ์ จ.ชลบุรี
หลังพบมีพฤติกรรม ใช้บัญชีแอคเคาท์สื่อสังคมออนไลน์ หรือ บัญชีอวตาร ติดต่อไปหาเหยื่อที่เป็นเด็กนักเรียนชาย อายุประมาณ 14 ปี ก่อนล่อลวงให้ถ่ายภาพรวมถึงคลิปโป๊เปลือยและช่วยตัวเอง ส่งมาให้เพื่อแลกกับเงิน 10,000 บาท จนเหยื่อหลงเชื่อยอมทำตาม
เมื่อได้คลิปโป๊จากเหยื่อมาแล้ว นายนนทวัฒน์ จึงเริ่มออกลายบ่ายเบี่ยงจ่ายค่าตอบแทน ซ้ำยังข่มขู่เรียกเงินจากเหยื่อจำนวน 5,000 บาท ก่อนจะเปลี่ยนยื่นข้อเสนอขอร่วมหลับนอนกับเหยื่อแทน แลกกับการไม่นำคลิปลับไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ จนเหยื่อเกิดความกลัวตัดสินใจนำเรื่องไปบอกผู้ปกครอง ก่อนพากันเข้าแจ้งความไว้ที่ กก.5 บก.ปคม.
หลังรับเรื่องเจ้าหน้าที่เร่งแกะรอยสืบหาตัวเจ้าของบัญชีแอคเคาท์ดังกล่าว ก่อนทราบตัวคือ นายนนทวัฒน์ ครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ใน อ.เกาะโพธิ์ จ.ชลบุรีรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ ก่อนนำกำลังตามจับกุมได้ที่บ้านพักในพื้นที่ จ.ชลบุรี
อย่างไรก็ตามจากการตรวจค้นภายในห้องพัก ของ นายนนทวัฒน์ คลิปวิดีโอลามกของเด็กชาย และมเยาวชนชายอายุต่ำกว่า 18 ปี ในลักษณะโชว์อวัยวะเพศ หรือช่วยตัวเอง รวมถึงมีเพศสัมพันธ์กับนายนนทวัฒน์ฯ มากถึง 1,500 ไฟล์ จึงตรวจยึดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง
จากการสอบปากคำ นายนนทวัฒน์ รับสารภาพก่อเหตุเช่นนี้มาแล้วร่วมร้อยคน ตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย รวมระยะเวลาประมาณ 5 ปี โดยจะเลือกลงมือกับเหยื่อที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม ผกก.6 บก.ปคม.กล่าวว่า ในส่วนของคดีที่ 3 ตำรวจ กก.6 บก.ปคม. ร่วมกับองค์กร IPA (International Protection Alliance) จับกุม นายฮัสซัน (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี หลังพบมีพฤติกรรมสร้างบัญชีอินสตาแกรมปลอม ใช้รูปโปรไฟล์เป็นหญิงสาวหน้าตาดี ทำทีติดต่อไปหาเหยื่อทำทีพูดคุยเชิงชู้สาวและชักชวนให้คบหาเป็นแฟนออนไลน์
เมื่อมีผู้หลงเชื่อ นายฮัสซัน จะออกอุบายชักชวนให้เปิดกล้องวิดีโอคอลเซ็กโฟนผ่านแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ โดยที่ตัวเองจะใช้กลอุบายเปิดคลิปวิดีโอหญิงเปลือยที่ดาวน์โหลดมาแล้วอ้างว่าเป็นตนเอง เพื่อทำให้เหยื่อหลงเชื่อยอมทำตาม จากนั้นจะแอบบันทึกคลิปวิดีโอของเหยื่อเก็บไว้ เพื่อแบล็คเมล ข่มขู่เรียกเงิน หากใครไม่ยอมทำตาม คลิปลับก็จะถูกนำไปเผยแพร่ตามสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ
หลังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ตำรวจ กก.6 บก.ปคม.เร่งแกะรอยสืบหาเบาะแส พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานจนนำมาสู่การจับกุมตัวได้ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ยะลา จากการสอบสวน นายฮัสซันรับสารภาพ เบื้องต้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ด้าน พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า ปัญหาที่เด็กและเยาวชน อายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกล่อลวงผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์เป็นเรื่องที่น่าเป็นกังวล เพราะจากการประชุมร่วมกับตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล Interpol พบว่าจากสถิติในต่างประเทศ พบเด็กที่ถูกล่อลวงลักษณะนี้ มักตัดสินใจที่จะจบชีวิตตัวเองเพราะไม่รู้ว่าจะหันไปพึ่งใคร และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อีกทั้งยังอาจทำให้เด็กเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าระยะยาว
ประเด็นนี้ ตำรวจจะต้องเพิ่มมาตรการด้านการยืนยันตัวตนในการสมัครแพลทฟอร์มสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อสกัดกั้น กลุ่มมิจฉาชีพที่จะฉวยโอกาสเข้ามากระทำความผิด โดยกระบวนการนี้ ตำรวจมีความพยายามที่จะบังคับใช้ในรูปแบบกฎหมาย ซึ่งตั้งเป้าว่าจะต้องมีความชัดเจนภายในปีนี้


























