บิ๊กเต่า นำตำรวจ ปปป.ทลายเครือข่ายทุจริตยาโรงพยาบาลทหารผ่านศึก จับพันเอกหญิง พร้อมแพทย์หญิง ตัวการสำคัญและผู้ร่วมขบวนการ กว่า 10 ราย พบทำมาตั้งแต่ปี 61 มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 80 ล้านบาท
เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 26 มี.ค.68 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก. ปปป. พ.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช ผกก.1 บก.ปปป. นำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.1 บก.ปปป. ร่วมกับ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ลุยตรวจค้น17 จุด 8 เป้าหมายในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ลพบุรี และปราจีนบุรี ชลบุรี เพื่อจับกุมผู้ต้องหาขบวนการทุจริตเบิกจ่ายยาโรงพยาบาลทหารผ่านศึกก่อนนำไปขายต่อให้กับบุคคลภายนอก
เป้าหมายสำคัญจุดแรก อยู่ที่บ้านพักพันเอกหญิง กัญญารัตน์ อายุ 59 ปี ข้าราชการบำนาญ ในย่านเกียกกาย ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง 3 ข้อหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม.157 ,เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ ,เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร อันเป็นเท็จ,เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ
สำหรับ พันเอกหญิง กัญญารัตน์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตดังกล่าว เป็นถึงหัวหน้าขบวนการ ทำหน้าที่ จัดหาเครือข่ายบุคคลจากจังหวัดลพบุรี เข้ามารับยาจากโรงพยาบาลทหารผ่านศึก และนำยาทั้งหมดที่ได้ให้กับแม่ทีมเครือข่ายเพื่อแลกกับค่าจ้างร้อยละ 10 ของค่ายา โดยแม่ทีมเครือข่ายจะได้ค่าจ้างรายหัวอีกรายละ 1,500 บาท
นอกจากนี้ยังอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือ บ้านพักแพทย์หญิงบรินดา อายุ 48 ปี ผู้ชำนาญการ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก ตั้งอยู่ในพื้นที่ ย่านลาดพร้าว 71
ถือเป็นอีกหนึ่งผู้ต้องหาคนสำคัญของขบวนการ เนื่องจากเป็นคนทำหน้าที่สั่งจ่ายยา ด้วยการวินิจฉัยโรคให้เกินจากโรคที่เป็นอยู่จริงกับผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ป่วยที่เข้ามารับยาในขบวนการนี้
สำหรับที่ไปที่มาของปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้พลเอกเดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การทหารผ่านศึก ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ให้ดำเนินการคดีกับขบวนการทุจริตยาของโรงพยาบาลทหารผ่าน ศึกเพื่อนำไปขายต่อให้กับบุคคลภายนอก หลังพบว่ามีการทุจริตมาตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน
แนวทางการสืบสวนพบว่า ทั้งหมดร่วมกันทำเป็นขบวนการ มีพันเอกหญิง กัญญารัตน์ เป็นหัวหน้าขบวนการ วางแผนตระเตรียมให้แม่ขายจัดหาบุคคลมาพบแพทย์ ทำทีตรวจรักษากับแพทย์หญิงบรินดา เพื่อที่แพทย์หญิงบรินดา จะได้สั่งจ่ายยาให้กับผู้นั้น และ สั่งจ่ายยาที่เกินจากโรคที่เป็นอยู่จริง ก่อนจะรวบรวมยาทั้งหมดแล้วนำไปขายตามคลีนิค หรือ ร้านยาต่างๆ แล้ว นำเงินที่ได้มาแบ่งกัน
ทั้งนี้จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ พันเอกหญิง กัญญารัตน์ ช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี 2561-2568 มีเงินถูกโอนเข้าบัญชีรวมกว่า 40 ล้านบาท ขณะที่ความเสียหายจากการทุจริตดังกล่าวขณะนี้มีการประเมินความเสียหายไว้อยู่ที่ประมาณ 80 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามจากปฏิบัติการดังกล่าว เบื้องต้นขณะนี้มีรายงานแจ้งเข้ามาแล้วว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว พันเอกหญิงกัญญารัตน์ แพทย์หญิงบรินดา สองผู้ต้องคนสำคัญของขบวนการได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างคุมตัวไปสอบปากคำยัง บก.ปปป.