
เวทีพรรคการเมืองขานรับปมสุขภาวะ ดันนโยบายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย พร้อมดึง “กัญชา–กระท่อม” กลับสู่บัญชียาเสพติด ชี้ ขยายเวลาขายเหล้าถึงตี 4 ไม่ก่อประโยชน์ แถมเพิ่มสถิติอุบัติเหตุเมาแล้วขับ ภาคประชาชนห่วงนโยบาย “หวย” หวั่นมอมเมาประชาชน
วันที่ 28 มกราคม 2569 ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ บางพลัด มีการเสวนา“สื่อมวลชนพบพรรคการเมือง : ถามหานโยบายสุขภาวะเพื่อสังคมยั่งยืน“จัดโดย: มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.)
มีตัวแทนจาก 5 พรรคการเมืองสำคัญเข้าร่วมเสวนาฯ และมี นายจิระ ห้องสำเริง สื่อมวลชนอาวุโส เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมด้วยตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน และสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เข้าร่วมรับฟังฯในครั้งนี้
หัวข้อแรกในเรื่องของนโยบายรายพรรคการเมือง
พรรคภูมิใจไทย โดยนายนิกร จำนง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย สรุปในภาพรวมว่า
ในเรื่องของนิยามสุขภาวะ: เน้นความปลอดภัยทางถนนเป็นเรื่องหลักที่ต้องร่วมมือกันหลายกระทรวง (ตำรวจ, คมนาคม, สาธารณสุข)
ชุมชนเข้มแข็ง: เน้นดูแลผู้สูงอายุ เด็ก และคนพิการ ผ่านวิชาชีพ“พยาบาลอาสา“
การจัดการภัยพิบัติ: มีฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบางเพื่อดูแลเมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง (เช่น น้ำท่วม, PM 2.5) และจัดตั้งกองทุนดูแลโดยตรง
กลไกการทำงาน: เสนอระบบ Single Command เพื่อให้คำสั่งชัดเจนและทำงานตรงเป้าหมาย
พรรคประชาชน มี นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย ย้ำว่าพรรคประชาชนมี 206 นโยบาย ครอบคลุมการเมืองการศึกษา สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม
วิกฤติประชากร: แก้ไขปัญหาเด็กเกิดต่ำและสังคมสูงวัย โดยมองว่าคน Gen Y กำลังเป็น “เดอะแบก“
การดูแลตั้งแต่เกิดจนตาย: ขยายเวลาลาคลอดจาก 4 เดือน เป็น 6 เดือน และเสนอ “แชร์การลาคลอด” กับพ่อ สร้างเนิร์ซเซอรี่ดูแลเด็ก6 เดือน – 2 ขวบ
การสร้างอาชีพ: ยกระดับ อสม. เป็น Care Keeper ตั้งเป้าสร้างงานใหม่ 2 ล้านตำแหน่ง งบประมาณ:ขยายฐานภาษี (มรดก, ที่ดิน, นิติบุคคล) และตัดโครงการที่ไม่จำเป็น
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองประธานคณะที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร, ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า
โลกในทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ไม่ตรงไปตรงมา ทำให้เข้าใจได้ยากขึ้นและไม่ง่ายต่อการจะรับมือ โดยจะใช้เทคโนโลยีนำทาง:
ยกระดับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ด้วยการนำ AI มาใช้ช่วยวิเคราะห์อาการและงานเอกสาร ลดความแออัด: สนับสนุนให้ผู้ป่วยอาการไม่หนักรับยาที่ร้านขายยาและใช้ AI ช่วยดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน ประสิทธิภาพ: ใช้ข้อมูล(Data) จาก AI เพื่อวางแผนสุขภาพเชิงป้องกัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายภาครัฐในระยะยาว
นพ.ชลภัฏ จาตุรงคกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ขอโฟกัสหัวข้อเสวนาไปที่ความยั่งยืน และความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็อยู่ที่ตัวคนเป็นสำคัญ
เน้นทรัพยากรมนุษย์: สนับสนุนแม่ลาคลอด 6 เดือน และทำงานออนไลน์จากบ้านได้ มีเนิร์ซเซอรี่ใกล้ที่ทำงาน
การศึกษา: นโยบาย “บุฟเฟ่ต์ทางการศึกษา” เลือกเรียนวิชาที่สนใจเพื่อประกอบอาชีพได้จริง
สุขภาพเชิงป้องกัน: จัดตั้งกองทุน Health Insurance และให้นำค่าใช้จ่ายฟิตเนสมาลดหย่อนภาษีได้
ระบบดิจิทัล: พัฒนาแพลตฟอร์ม Health Link เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกลุ่มเปราะบาง
ปิดท้ายด้วย นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ลำดับที่ 2 พรรคโอกาสใหม่ กล่าวว่า
วันนี้เราจะต้องปฏิรูประบบสาธารณสุข โดยเฉพาะ การส่งตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล, ระบบการชำระเงินค่ารักษาพยาบาล เป็นต้นด้วยการกระจายงบประมาณและการดูแลลงสู่ท้องถิ่น
ปัญหาบุคลากร: แก้ไขปัญหา “ตกปลาในบ่อเพื่อน” (การที่รพ.ใหญ่ดึงตัวแพทย์จากท้องถิ่นด้วยรายได้ที่สูงกว่า)
มุมมองต่อ AI: เห็นด้วยกับเทคโนโลยี แต่ย้ำว่า AI ต้องมีความ“เมตตา” และคนต้องดูแลตัวเองเป็นหลัก ความยั่งยืน: กังวลเรื่องประชากรไทยที่จะลดลงเหลือ 33 ล้านคนในอีก 60 ปีข้างหน้า หากไม่มีนโยบายรองรับที่เหมาะสม
ในประเด็นร่วมและประเด็นตอบคำถาม (Q&A) จุดยืนพรรคการเมืองส่วนใหญ่
บุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ห้ามนำเข้า/ผลิต/จำหน่าย และควรทำลายของกลางทันที เช่นเดียวกับกัญชาและใบกระท่อมพร้อมนำกลับเข้าสู่บัญชียาเสพติดให้โทษ
การจำหน่ายสุราเห็นควรให้คงการจำกัดเวลาขาย (14.00-17.00 น.) และไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาถึง 04.00 น. ขณะที่เรื่องของการพนัน/หวยภาคประชาชนกังวลเรื่องการมอมเมาประชาชนจากการเสนอนโยบายหวยรูปแบบต่างๆ
ส่วนบทสรุปจากนายอภิวัชร์ เกตุทัต ประธาน มสส.ในการเสวนาครั้งนี้ เน้นย้ำว่านโยบายที่ดีต้องวัดผลที่คุณภาพชีวิตจริงของประชาชน โดยเฉพาะการปกป้องสิทธิและพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

























