Thursday, January 8, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวัน“เต่า”ยินดีถ้า“โจ๊ก”จะมาให้ถ้อยคำเพิ่ม

    “เต่า”ยินดีถ้า“โจ๊ก”จะมาให้ถ้อยคำเพิ่ม

    ”บิ๊กเต่า“ย้ำคดี ”บิ๊กโจ๊ก“ส่ง  ป.ป.ช. แล้ว แต่ยังเปิดพยานทุกรายให้ถ้อยคำ ชี้ส่งสำนวนเร็วกันข้อครหา ขณะที่ ภาคภูมิ เปิดใจอีกรอบ อยากให้บิ๊กโจ๊ก แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ออกมาพูดความจริง

    เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 7 ม.ค.69  ที่ หน้าอาคารกองบังคับการปราบปราม(บกป.)

    พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าหลังจากส่งสำนวนคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตรหรือบิ๊กโจ๊ก ติดสินบนกรรมการ ป.ป.ช. ให้กับ ป.ป.ช. พิจารณา ว่า

    “เต่า”ไม่รู้ปปช.จะส่งสำนวนกลับให้ทำหรือไม่

    ขณะนี้สำนวนอยู่ที่ ป.ป.ช. ยังไม่รู้ว่า ป.ป.ช. จะส่งกลับมาให้ตำรวจทำหรือไม่ ตอนนี้หากมีพยานรายใดในคดี หรือใครจะมายื่นสำนวน ถ้ายื่นมา เราจะรับเอกสาร แล้วยื่นต่อให้ ป.ป.ช. หรือถ้าใครจะเข้ามาให้การ สามารถทำได้โดยการสอบไว้เป็นพยาน เป็นผู้ให้ถ้อยคำ แล้วจะต้องส่งไปยัง ป.ป.ช. พร้อมทั้งส่งพยานหลักฐานที่ได้มาทั้งหมดที่ได้มาเพิ่มเติม ส่งต่อไปเรื่อยๆ ยืนยันว่าตำรวจทำงานอยู่ตลอด

    พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตำรวจ ทำได้เพียงแค่รอ แต่ทั้งนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นไปแล้ว และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ส่งต่อไปให้ ป.ป.ช. ส่วนสาเหตุที่ส่งเรื่องไปเร็ว เพราะว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เกี่ยวข้องกับข้าราชการชั้นสูงของ ป.ป.ช.

    ตามหลักตำรวจ ต้องเอาหลังพิงฝาไว้ก่อน หลังจากนั้นต้องให้ ป.ป.ช. เป็นคนชี้แจงมาเลยว่า สามารถทำอะไรได้บ้างตามขั้นตอน เพราะเกรงจะมาหาว่าตำรวจไม่มีอำนาจ เพราะฉะนั้น ป.ป.ช. อยู่ระหว่างพิจารณาและแจงมาอย่างละเอียด เพราะว่าคดีแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ของ ป.ป.ช. ถูกกล่าวหา

    ยินดีถ้า“โจ๊ก”จะให้ถ้อยคำเพิ่ม

    พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า ส่วนบิ๊กโจ๊กจะติดต่อเข้ามาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมกับตำรวจหรือจะมีพยานหลักฐานอะไรมาส่งมอบให้ หรือจะให้ปากคำเพิ่ม ยินดีที่จะสอบสวนและส่งรายละเอียดต่างๆ ไปให้ ป.ป.ช. ยืนยันพร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

    เมื่อถามย้ำว่าบิ๊กโจ๊กท่าทีเงียบๆ ไปหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า สำหรับบิ๊กโจ๊กที่ว่าเงียบไปนั้น ก็ไม่เงียบนะ ยังให้ของขวัญปีใหม่มาทีนึงแล้ว หลังจากเมื่อวานก็ไม่ได้ติดต่อมา แต่ถ้าจะติดต่อมาจริง คงจะติดต่อกับพนักงานสอบสวนหรือผู้การ บก.ปปป. แต่เบื้องต้นขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่าติดต่อเข้ามาบ้างหรือไม่”

    ชี้เป็นเรื่องที่ลูกน้องต้องออกมาพูดความจริง

    “ส่วนพยานอื่นๆ ในคดี เท่าที่ทราบมา น่าจะเข้ามาให้ข้อเท็จจริง เพราะทั้งหมดล้วนอยู่รับใช้อดีตผู้บังคับบัญชา อยู่ทำงานมานาน วันนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องแสดงความกล้าหาญ ในการออกมาพูดความจริงให้สังคมได้รับรู้รับทราบ ความจริงเท่านั้นที่จะทำให้รอดพ้นจากการดำเนินการครั้งนี้

    สุดท้ายจะมีความผิด ได้ถูกลดโทษ หรือจะถูกกันไว้เป็นพยาน ตำรวจจะพิจารณาและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่ต้องกลัว ตำรวจไม่มีอคติกับใครเลย ขอให้ความมั่นใจ” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

    ปปช.ให้กก.พัวพันพ้นความรับผิดชอบเป็นผลดี

    เมื่อถามถึงมติ ป.ป.ช. ให้กรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูกกล่าวหา พ้นจากหน้าที่ความรับผิดชอบการกำกับดูแลสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 และสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 1 ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับคดีดังกล่าวแล้วนั้น

    พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า เป็นเรื่องที่ตำรวจยื่นคัดค้านและคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นด้วยในเรื่องนี้ จนมีการสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่กัน เรื่องนี้คิดว่าเป็นผลดีต่อการดำเนินการ

    ส่วนเรื่องสำนวนต่างๆ เชื่อว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทุกคนที่มีความรู้ความสามารถ เป็นคนที่เราเคารพนับถือ เราเชื่อมั่นใน ป.ป.ช. เพราะตนและทีมงานหลายคนเคยทำงานร่วมกันมา รวมทั้งสำนวนต่างๆ ตำรวจมีความไว้วางใจในเรื่องของการทำงาน เพราะฉะนั้นเราเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ทำให้องค์การการปราบทุจริตของ ป.ป.ช. จะเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนอยู่

    คลิปที่เปิดเป็นเรื่องจริงกันครหากลั่นแกล้ง

    พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า ส่วนจะมีคลิปออกมาเพิ่มอีกหรือไม่ ขอดูผู้บังคับบัญชาก่อน เพราะเรื่องนี้มีคำสั่งใหญ่ คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เราแค่รับสำนวน เพราะฉะนั้นเรื่องของการที่จะแถลงหรือมีคลิปเพิ่ม ขอให้เป็นเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การทำงานขณะนี้ยืนยันไม่กดกัน เพราะชุดสืบสวน ต้องการให้สังคมรับรู้รับทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามคลิปเมื่อวานนี้เป็นเรื่องจริง ไม่งั้นมันจะคลุมเครือ จะหาว่าไปกลั่นแกล้งหรืออะไร

    ยังตกใจ“รองหนึ่ง”คนใกล้ชิดให้ข้อมูลเอง

    เรื่องนี้ต้องยอมรับว่าคนใกล้ชิดตัวท่านเดินเข้ามาเอง ไม่ใช่ว่าเราไปเรียกหรือไปกล่อมอะไรมา เมื่อรู้ครั้งแรกยังตกใจว่าเป็นแบบนั้นหรอ แต่ต้องยอมรับความกล้าหาญของพ.ต.อ.ภาคภูมิ ถือว่าเป็นพี่ใหญ่ที่เป็นมือไม้ในการทำงาน เขากล้าหาญเรื่องนี้ กล้าที่จะพูดความจริง“

    เผยเจ้าตัวเครียดจนเกือบคิดสั้น

    ”ทั้งนี้ขอแก้ข่าวคนที่เกือบจะคิดสั้น ไม่ใช่พ่อของพ.ต.อ.ภาคภูมิ แต่เป็นเจ้าตัวที่เครียดมาก บิ๊กโจ๊กเป็นคนสร้างทุกเรื่องขึ้นมา ตัวเขาไม่เกี่ยวข้อง แต่มันส่งผลทำให้ครอบครัวเขาได้รับผลกระทบรวมทั้งครอบครัวยังเป็นข้าราชการตำรวจด้วย ทำให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ กลุ้มใจและไม่สบายใจ เขามองว่าทำให้ครอบครัวเดือดร้อน เลยมีความคิดเหมือนอยากฆ่าตัวตาย ไม่ใช่พ่อแม่ แต่ด้วยตัวเขาเอง

    ยอมหัวใจเป็นสุภาพบุรุษและน่าชื่นชม

    วันนี้เขาเลยตัดสินใจออกมาสู้กับความเป็นจริงดีกว่า ถึงแม้จะถูกดำเนินคดีหรือติดคุก ก็พร้อมรับสภาพ ต้องยอมรับว่าหัวใจของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เข้มแข็งพอ เป็นสุภาพบุรุษและน่าชื่นชม“ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

    ส่วนล่าสุดที่ พ.ต.ท.เขมรินทร์ น้องชายของพ.ต.อ.ภาคภูมิ ที่ออกมาโพสต์ความจริง 10 ประการ เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับบิ๊กโจ๊กนั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ บอกว่า

    “เป็นเรื่องของพยานแต่ละคน ทุกคนที่เข้ามาเราสอบไว้หมด เพราะฉะนั้นให้ตัวเขาพูดดีกว่า ถ้าตัวผมพูดไปมันจะไม่ใช่ข้อเท็จจริง ผมว่ามันมีอะไรที่ได้ยินจากปากเขาและน่าจะมีเรื่องตื่นเต้นมากกว่าที่ผมจะพูดเอง เขามีเรื่องตื่นเต้นอยู่แล้ว เพราะอยู่ด้วยกันมานาน”

    เรื่องปกติ “โจ๊ก”แจ้งความกลับ

    พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังระบุถึงกรณีบิ๊กโจ๊กไปร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับตนที่ สน.พหลโยธิน ด้วยว่า เป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอยืนยันเรายังไม่แจ้งข้อกล่าวหา เพราะมันอยู่ในขั้นตอนของเขามาร้องทุกข์แจ้งความ

    ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น เพื่อส่งเรื่องนี้ไปที่ ป.ป.ช. เพราะเราเห็นเป็นเรื่องใหญ่ ถ้า ป.ป.ช. ส่งกลับมา เราต้องไปสอบหาพยานต่างๆ อีกว่าพ.ต.อ.ภาคภูมิ เกี่ยวข้องกับคดี มีความผิดหรือไม่ ถ้ามีความผิด ต้องแจ้งข้อกล่าวหา ไม่มีละเว้น ส่วนจะกันไว้เป็นพยานหรือไม่ อยู่ที่คณะพนักงานสอบสวน เราคิดเองไม่ได้

    ต้องรู้อยู่อย่างว่าเรื่องนี้ตำรวจกำลังตามจากคนที่ไม่ทิ้งร่องรอย แต่โชคดีที่ได้คนรอบตัว คนที่รู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเข้ามาเป็นพยาน นี่คือพยานหลักฐานหนึ่งที่สำคัญ แต่พยานหลักฐานพวกนี้ มันต้องผสมกับพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ รวมทั้งต้องสอดคล้องกัน มันถึงจะเป็นพยานหลักฐานที่มีน้ำหนัก หลักฐานที่เป็นทองก็มีที่มาที่ไปจริง ซื้อมาจากตรงไหน ไปให้ใคร ส่งให้ใคร ถึงมือใคร รถเป็นรถของใคร มีพยานรู้เห็นในวันนั้น

    เคยคิดเล่นๆว่าไล่ตามจับผีหรือเปล่า

    “เขาไม่เคยทิ้งหลักฐานไว้ แม้กระทั่งการจับกุม จะสั่งอย่างเดียว เพราะฉะนั้นรายงานการสืบสวนทั้งหมด ผมว่าพวกเราละเอียดต้องเอาเรื่องทั้งหมดที่เขาทำ เขาเป็นคนแบบนี้ ไร้ร่องรอย ไม่มีตัวตน ยังคิดเล่นๆ อยู่เลยว่าเรามาตามจับผีกันหรือเปล่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

    ต่อมาผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถาม พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิทพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งให้รายละเอียดว่า สิ่งที่ทนายความพูดเมื่อวานนี้อยู่ในคดีเดียวกันคือคดีเว็บพนันมินนี่ ในคดีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาเช่นกัน เป็นคนละคดีกันกับการที่ผมมาเป็นพยานในคดีเรื่องทอง เป็นคนละคดีกับคดีมินนี่ ไม่เกี่ยวกัน ผมไม่เข้าใจความหมายที่เขาให้สัมภาษณ์ว่ามันเกี่ยวข้องอะไรกัน

    “รองหนึ่ง”แฉคำสัมภาษณ์ทำลายครอบครัว

    พ.ต.อ.ภาคภูมิ มองว่า สิ่งที่เขาให้สัมภาษณ์ไปเพื่อเป็นการทำลายขวัญและกำลังใจของตัวผมโดยเน้นไปที่ครอบครัว มีการปล่อยข่าวว่าน้องภรรยาหลบหนีไปต่างประเทศ ทั้งที่ความจริงคดีนี้น้องภรรยาตน เข้ามอบตัวไปแล้วตั้งแต่ปี 2566 สิ่งที่เจ้านายพูดสอดคล้องกับ io ที่มีการโจมตีผม แต่ผมไม่เป็นไร เข้าใจนิสัยและพฤติกรรมของเขาว่าจะทำอะไร แต่ผมขอบอกว่ามันสกปรกเกินไปส่วนทนายพวกนี้ผมเพิ่งเคยเห็นหน้าเป็นทนายใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงาน

    สงสัยทำไมไปแจ้งความที่บุปผาราม

    พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยังตั้งข้อสังเกตกรณีที่ 1 ใน 6 ผู้ถูกกล่าวหา ที่ไปแจ้งความว่าถูกอุ้ม ถูกค้นบ้านพัก ที่จังหวัดสุราษฎร์ แต่ทำไมถึงมาแจ้งความที่สน.บุปผาราม ไม่ใช่เพราะว่ามีนายตำรวจที่เป็นเครือข่ายของอดีตผู้บังคับบัญชาหรือไม่ มีการย้ายมาจากอีกสน. หนึ่ง เป็นสน. ที่เคยรับแจ้งความของคดีอดีตผู้บังคับบัญชา

    พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยังกล่าวอีกว่า ในวันที่มีการไปส่งทองคำแท่งที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ คลิปที่ปรากฏในการแถลงข่าว เป็นการถ่ายมาจากคนของตนที่อยู่ในรถคันเดียวกัน รวมถึงรถที่สะกดรอยตามไปนั้น เป็นรถของพวกตนเพื่อเป็นการเก็บหลักฐาน

    พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้รู้จักกับนาย ส. เป็นการส่วนตัว แต่ว่านาย ส. เป็นผู้ประสานงานระหว่าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับตน และกรรมการป.ป.ช. เพราะทั้งตนและกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ได้คุยกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แบบอย่างเดิมแล้ว จึงต้องมีคนกลางประสานงาน มันมีรายละเอียดมากกว่าที่มีการแถลงข่าวแต่ไม่สามารถบอกได้

    รับอัดเสียงเพราะรู้จะถูกหักหลัง

    ส่วนสาเหตุที่มีการอัดเสียง พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวว่า เริ่มจับได้ว่าจะมีการจัดฉากให้ตนเป็นผู้รับผิดแทน ทำให้ต้องมีการอัดเสียงไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่ามีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจริง ตนและนาย ส. จะวางแผนหักหลังพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไปเพื่ออะไรเลย

    แต่หลังจากเกิดเรื่องขึ้นตนไม่ได้ติดต่อกับนาย ส. อีกเลย ทั้งนี้ตนจะแจ้งความกับกรรมการ ป.ป.ช. ที่มาแจ้งความตนว่าแจ้งความเท็จ ทั้งที่ กรรมการคนดังกล่าวทราบรายละเอียดดีอยู่แล้ว

    หมดศรัทธานายเก่า

    พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ใกล้จบแล้ว ลูกน้องหลายคนมาให้การให้ข้อมูลกับตำรวจแล้ว อยากให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกมาพูดความจริง สิ่งที่เขาทำมันทำลาย ลูกน้องคนใกล้ชิด ครอบครัว ทุกคนเดือดร้อนกันไปหมด ยอมรับว่าหมดศรัทธาในตัวอดีตผู้บังคับบัญชาแล้ว คนเป็นหัวหน้าคนแค่รับผิดชอบในเรื่องตัวเองยังไม่ได้ มันเป็นมาตรฐานความเป็นมนุษย์ อยากให้มีสักครั้งหนึ่งที่ท่านแสดงความเป็นสุภาพบุรุษและตอนนี้ก็เป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว

    พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวอีกด้วยว่า ยินดีที่จะไปออกรายการไม่ว่ารายการไหนแต่ขอออกพร้อม 6 คนที่ถูกกล่าวหา หรือถ้าเค้าไม่กล้าเผชิญหน้าผมยินดีโฟนอิน เพื่อพิสูจน์ความจริงกันไปเลย

    ทั้งนี้ยังมีคลิปสนทนาระหว่าง พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร.ที่ถูกกล่าวหาว่าติดสินบนเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วยทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท เพื่อวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวน กับ นายสมบัติ ธรธรรม อนุกรรมการ ป.ป.ช. ลักษณะปรึกษาหารือถึงเรื่องดังกล่าว

     

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments