21.กำเนิดคุ้มพระลอ

ตำนานมือปราบพระกาฬ “ชลอ เกิดเทศ”      โดย…กิตติพงศ์ นโรปการณ์
                
ปลายปีพุทธศักราช 2519
        
นายกุศล ศานติธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก มีดำริให้ข้าราชการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามน้ำจืด เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับราษฏร์ โดยใช้เครื่องจักรกลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขุดบ่อกุ้งให้กับข้าราชการหรือผู้สนใจฟรี
        
ผลจากดำรินี้ ทำให้พ่อค้า คหบดี และข้าราชการ พากันกว้านซื้อที่ดินในจังหวัดตากกันยกใหญ่  โดยเฉพาะเขตอำเภอบ้านตาก ริมแม่น้ำปิง  
        
เช่นเดียวกับชลอ ชายหนุ่มสนใจโครงการเลี้ยงกุ้งของนายกุศล ผู้ว่าราชการคนนี้
        
อีกทั้งการนั่งรถไปตรวจเยี่ยมผู้ใต้บังคับบัญชาในพื้นที่ก่อนหน้า เขาเห็นที่ดินผืนสวยในเขตบ้านหนองชะลาบ หมู่ 1 ตำบลสมอโคน อำเภอบ้านตาก
        
ผ่านไปมาหลายหนเข้าให้นึกชอบ
เพราะนอกจากด้านหน้าจะติดเส้นทางหลักถนนพหลโยธินแล้ว ด้านข้างทิศใต้ ติดเนินเขา ทิศตะวันตกติดริมแม่น้ำปิง
หากทำบ่อกุ้งสามารถถ่ายเทน้ำสะดวก ทั้งยังมีลำรางจากภูเขาลงมา เพราะพื้นดินผืนนี้เป็นที่นาเก่า แถมยังมีราคาถูกมาก เพียงไร่ละ 3,800 บาท
        
ที่สำคัญไม่ไกลจากตัวเมืองตาก ห่างแค่ 13 กิโลเมตรเท่านั้น
        
หลังปรึกษากับ ใหญ่-สุรางค์ คู่คิด ชลอตัดสินใจซื้อทีเดียว 30 ไร่
        
หลังจากนั้น ว่างจากงานราชการ เสาร์-อาทิตย์ ชลอลงทุนทำนากุ้ง ขุดไว้หลายบ่อ
        
นอกจากนี้ นายตำรวจหนุ่มยังเริ่มพัฒนาที่ ทำเป็นสวนไม้สวนดอก ต้นไม้เล็กต้นไม้ใหญ่ ไม้ป่าไม้เมือง ชลอลงทุนปลูกเอง
        
ชลอเอาสักทองมาปลูกเป็นแนวริมแม่น้ำปิง เอามะขามหวานมาลงเป็นแนวรั้ว ลงมะม่วงไว้อีกนับไม่ถ้วน
        
บางทียังเอาต้นไม้ป่าเป็นต้นๆมาลงในไร่ อย่างเช่นต้นตะแบก ต้นคูณ
        
ไม่เท่านั้น ชลอ ยังให้ลูกน้องไปขนหินก้อนบะเริ่มเทิ่มลงมาจากเขา เอามาจัดเป็นสวนญี่ปุ่นที่เขาชอบ โดยเขาเป็นผู้ออกแบบ ส่วนไม้ดอกไม้ประดับ บางทีชลอขึ้นไปซื้อถึงศูนย์พันธ์ไม้ดอยมูเซอ บางทีก็ลงไปซื้อที่จตุจักร
        
ไม่ใช่แค่ต้นไม้ ชลอยังปลูกบ้านพักสไตล์รีสอร์ต ทำแบบลอคคาบิน ชั้นเดียว อยู่ริมแม่นำ้ปิง พื้นเป็นหินแกรนิต ผนังเป็นปีกไม้ ส่วนฝาบ้านเป็นไม้สักและอิฐ
        
ดูเหมือนจะต้องใช้เงินมาก แต่บางอย่างชายหนุ่มไม่ต้องซื้อ เขาชอบบอกกับเพื่อนมิตรใกล้ชิดเสมอว่า สร้างบ้านในไร่แห่งนี้ เหมือนสร้างโบสถ์ แล้วแต่ใครจะมาสมทบทุนสร้าง
        
เหตุเพราะกระแสเงินหมุนเวียนในจังหวัดตาก ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค หยก อัญมณี ทองคำเถื่อน และการค้าไม้ มีหมุนเวียนไม่น้อยว่า 1 พันล้านบาทต่อเดือน ไม่นับเรื่องยาเสพติดอย่างฝิ่น
         
วัสดุสิ่งปลูกสร้างบางชิ้นในไร่ จึงเป็นอภินันทนาการจากพ่อค้าราชาไม้เมืองตาก อย่างพ่อเลี้ยงสม อย่างเท่งซ้ง และเสี่ยฮุก ที่รู้จักกันมานมนาน
        
พ่อค้าไม้เหล่านี้ ชลอทั้งจับทั้งปล่อย เหตุที่จับเพราะพ่อค้าไม้ ชอบไปประมูลไม้สองข้างทางบนถนนสายยุทธศาสตร์ แม่สอด-อุ้มผาง แต่กลับไปตัดไม้เกินแนวที่ขอไว้หลัง
        
ไม้สองข้างทางคือไม้ที่คนทำถนนยุทธศาสตร์ต้องตัดเกินออกนอกแนวเขตถนนเป็นระยะทางที่กำหนดไว้ 1 กิโลเมตร 2 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการซุ่มโจมตีจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสค์
        
แต่เล่ห์คอมมิวนิสต์หรือจะสู้พ่อค้า
        
หากไม่ใช่เพราะมีสถานการณ์เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติแล้ว ชายหนุ่มตั้งใจไว้ว่าจะไม่ปล่อยแน่ แต่เมื่อเป็นเรื่องของมวลชน ชลอเลยต้องขี่เอาไว้หน่อย ปล่อยเอาไว้บ้าง
        ———————————————-
        
การเลี้ยงกุ้งของชลอ ตามดำริของผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ประสบความสำเร็จ นายตำรวจหนุ่มเอากุ้งที่รับพันธ์มาจากศูนย์เพาะเลี้ยงที่จังหวัดฉะเชิงเทรามาเลี้ยงในบ่อกุ้งที่ขุดไว้ เมื่อตัวโตได้ระดับหนึ่งชลอนำมันมาใส่ในตู้กระจกใส ให้ผู้ที่มาดูงานศึกษา
        
ฮอตถึงขนาดมีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตจีนมาดูงานที่ไร่ของนายตำรวจหนุ่มคนนี้ถึงที่
        
ชลอตั้งชื่อกุ้งเขาว่า กุ้งภูเขา
        
แต่การเลี้ยงกุ้งไม่ได้ง่ายแบบชนิดที่เรียกปอกกล้วยเข้าปาก ชลอปรึกษากับ ใหญ่-สุรางค์ คู่คิด
        
“พี่ว่า…. ทำบ่อกุ้งคงไม่ได้กำไรอะไรมากมาย ใหญ่อยู่ว่างๆตอนกลางวัน ไม่ได้เลี้ยงเจ้าปูเจ้าปลา ลูกพี่ ลองมาเปิดร้านอาหารขายกุ้งเผากันไหม….”
        
นายตำรวจหนุ่มเกริ่นกับหญิงสาวคู่ใจเมื่ออยู่ด้วยกันสองต่อสอง
        
“ใหญ่ตามใจพี่ลออยู่แล้ว แต่คนทำอาหาร คนทำครัว พี่จะเอามาจากไหน…..”
        
อดีตสาวเมืองกรุงเก่าย้อนถามคนรัก
        
“เรื่องนี้ พี่คิดอยู่แล้ว ว่าจะให้ใหญ่โทรศัพท์ไปตามเล็ก พี่สาวใหญ่ที่เป็นแม่ครัวอยู่ที่ร้านอาหารเรือนแพ ที่อยุธยา ขึ้นมาอยู่ด้วยกันซะที่นี่เลยจะดีกว่านะ….”
        
“เข้าท่าดีค่ะพี่ลอ ใหญ่ว่าพี่เล็ก เขาคงอยากจะมาอยู่เหมือนกัน….”

        
“งั้น ใหญ่เป็นธุระให้พี่เรื่องนี้ด้วยแล้วกันนะ…”
        
ชลอกล่าวบอกคนรัก วาดฝันถึงลู่ทางการทำมาหากินเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว พร้อมสั่งให้ลูกน้องเอาคนงานกะเหรี่ยงมาทำแพริมแม่น้ำปิง เพื่อทำเป็นร้านอาหารกุ้งเผา และอาหารตามสั่ง
        
ทำให้ที่ดินผืนนี้คึกคักขึ้นมาจากลูกค้า ภายในเวลาไม่กี่เดือน ส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการ และผู้ที่ขึ้นล่องผ่านไปผ่านมาเป็นประจำ
        
แน่นอน ในเรื่องของกีฬา เขาไม่ลืมทำสนามฟุตบอล ไว้ด้านปากทางเข้าไร่ด้วย
        
เพราะชลอไม่ได้เป็นผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดตากเพียงแห่งเดียว
        
สถานภาพอื่นๆในสังคม ยังเป็นประธานชมรมฟุตบอลจังหวัดตาก ที่สำคัญได้รับเลือกเป็นประธานสโมสรฟุตบอลตำรวจ และได้รับเชิญให้เป็นกรรมการในสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่มี พ.อ.อนุ รมยานนท์ เป็นนายกฯด้วย
        
ชลอเฟ้นหานักเตะลูกหนังจากภาคเหนือตอนล่าง ดึงเข้าสโมสรตำรวจที่เขาเป็นประธาน
1 ในนั้นคือสิงโตเผือกแห่งปากน้ำโพ  วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์ รวมไปถึง ไอ้ดำ นที ทองสุขแก้ว 2ยอดนักเตะที่ช่วงนั้นกำลังค้าแข้งอยู่กับทีมถาวรฟาร์ม ยอดทีมฟุตบอลแห่งเมืองนครสวรรค์
        
ไม่เท่านั้น ชลอยังสร้างสนามเทนนิส ให้กับลูกๆที่มีวิชาเรียนเทนนิส และให้เพื่อนพี่น้องที่มาเที่ยวไร่ของเขาได้ออกกำลังกายไว้ด้านปากทางเข้าไร่ด้วย
        
หลายคนให้อิจฉา เมื่อเห็นรอยยิ้มแบบสบายๆของพันตำรวจเอกชลอ ข้าราชการหนุ่มที่ประสบความสำเร็จในชีวิตราชการอย่างรวดเร็วในหน้าที่และสังคม
        ———————————————–
        
เย็นย่ำวันหนึ่งในปีนั้น
        
เสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของเด็กเล็กเด็กน้อยส่งเสียงกันเจี๊ยวจ๊าว วิ่งเล่นหยอกเย้ากันในสนามหญ้าเขียวขจี ในขณะที่พ่อแม่ของเด็กน้อยเหล่านั้น นั่งรวมกลุ่มกันเกือบ 10 คู่ อยู่ในศาลาริมแม่น้ำปิง ที่ดินของนายตำรวจหนุ่ม    
        
ชายหนุ่มหญิงสาวกลุ่มนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหน  โดยเฉพาะเพื่อนชาย เป็นเพื่อนเรียนสมัยชลออยู่โรงเรียนเตรียมทหาร และแยกเหล่าไปเข้าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า หรือ จปร.รุ่น 10 ขนลูกเต้าแวะมาเที่ยวที่จังหวัดตาก
        
หลังไปเที่ยวจนทั่วแล้ว ชลอเชิญมากินเลี้ยงในที่ดินที่เขาเพิ่งซื้อ
        
เหล้ายาปลาปิ้ง ถูกนำมากินกันอย่างเต็มที่ ท่ามกลางเสียงดนตรีสดที่ยกมาแสดง เพราะนานๆที ชลอจะได้เจอเพื่อนๆของเขาและแฟนๆมาเกือบพร้อมหน้า
        
ยิ่งดึก แอลกอฮอล์ ยิ่งทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ ไม่ว่าจะหญิงจะชาย พอเมาแล้ว จินตนาการก็เริ่มบังเกิด
        
“เฮ้ย…ไอ้ลอ ไร่มึงที่นี่ ตั้งช่ือหรือยังวะ….”
        
เพื่อนนายทหารคนหนึ่งพูด
        
“ยังเลยว่ะ…. แต่ก็ดี พวกมึงลองนึกชื่อดูว่าจะใช้ชื่ออะไรที่มันเหมาะกับกู…”
        
ชลอตอบ และเอ่ยปากชักชวนให้เพื่อนๆช่วยตั้งชื่อไร่ติดแม่น้ำปิงแห่งนี้
        
บ้านไร่ริมปิง  ไร่มหามิตร เฮือนชลอ และอีกเยอะ ถูกเพื่อนๆชลอช่วยกันตั้ง แต่ก็ยังไม่ถูกใจ
จนกระทั่งเสียงแจ๋วๆจาก “ติ๋ว”เมียพันเอกอังกูร เพื่อนทหาร จปร.10 ดังออกมา
        
พี่ลอเอาช่ือนี้ดีกว่านะ …..
        
“ลอ การเด้น…”
        
ชายหนุ่มฟังปุ๊ป ถึงกับหัวเราะก่อนด่าเมียเพื่อนอย่างสนิทสนม
        
“ไอ้ห่า….ไม่เอาเว้ย ทะลึ่ง อย่างกูมันเชื้อเจ้า ต้องมีคุ้มมีวังนำหน้า เอาช่ือนี้ดีกว่า “คุ้มพระลอ”เป็นไง……”
        
“เอ้า….ไม่มีใครขัดเหรอ งั้นกูตั้งตามนี้เลยนะ……”
        
ชลอพูดเองเออเอง หลังเพื่อนๆไม่แสดงความเห็น พร้อมกับชอบอกชอบใจในชื่อที่เจ้าของที่ดินแห่งนี้ตั้งเอง
        
ชลอสั่งให้ลูกน้องเอาแผ่นไม้ขนาดใหญ่มาทำเป็นป้าย เขียนตัวอักษรสีขาวตัวใหญ่เบ้อเริ่ม “คุ้มพระลอ”เมื่อเสร็จแล้วนำมาปักเด่นเป็นสง่าอยู่ปากทางเข้าในวันต่อมา
        —————————————–
        
เป็นที่รู้กันว่า หากไม่มีภารกิจ ชลอจะมาพักอยู่ที่ “คุ้มพระลอ” ส่วนบ้านพักที่กองกำกับการตำรวจจังหวัด ชายหนุ่มเอาไว้เป็นที่พักชั่วคราว ไว้เข้าห้องน้ำห้องท่า และจะเป็นไปในลักษณะมาเช้ากลับเย็น
        
เมื่อว่างเว้นจากการตรวจแนวชายแดน หรือเยี่ยมตำรวจใต้บังคับบัญชาในพื้นที่คราวใด ชลอ จะตั้งทีมออกปราบปรามโจรผู้ร้ายอย่างเฉียบขาด
        
แน่นอนสถานที่ในการประชุมหรือวางแผนจับโจร ไม่พ้นอยู่ใน คุ้มพระลอ แห่งนี้
        
ถึงแม้ว่าจะเป็นร้านอาหารริมแม่น้ำปิง แต่เมื่อเป็นอาณาจักรของนายตำรวจมือปราบ สถานที่แห่งนี้จึงเริ่มเป็นที่กล่าวขานเป็นแดนสนธยา ที่ไม่มีใครกล้าเฉียดกรายเข้าไปใกล้ในส่วนที่เจ้าของไม่อนุญาต
        
ยิ่งมีข่าวลือจากลูกจ้างกะเหรี่ยงบางคนที่ทำงานอยู่ใน คุ้มพระลอ บอกต่อๆกัน แพที่อยู่ริมน้ำด้านใต้ห่างไกลจากผู้คน
มีกรงเหล็กขนาดใหญ่ใช้รอกชักขึ้นลง บางคนบอกว่า เอาไว้ใช้ใส่คนร้ายถ่วงน้ำเพื่อให้รับสารภาพ บางวันเห็นเลือดเต็มแพ
        
ที่ทำให้น้ำหนักข่าวลือนี้น่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น เพราะมีคำสั่งเจ้าของ “คุ้มพระลอ”กำชับว่า ห้ามคนงานเข้าไปที่แพริมน้ำอย่างเด็ดขาด
        
เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับคุ้มพระลอ อาณาจักรที่เพิ่มดีกรีความดุดันให้กับนายตำรวจมือปราบอย่างเขา
        ——————————————-