นอกจาก สารวัตรแจ๊ะ-พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. นายตำรวจคู่ใจรองจ๋อ -พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น.มือปราบระดับอาจารย์แล้ว
ถ้าคนช่างสังเกต จะเห็นชายสูงวัยหุ่นสันทัด ร่างกายยังกระฉับกระเฉงหน้าตาคมเข้มไว้หนวดดูหน้าเกรงขาม คอยตามนายพลตำรวจมือปราบฯผู้นี้อยู่ตลอด
วันนี้จะพาไปรู้จักชายสูงวัยคนนี้ ร.ต.อ.พหล สดแสงจันทร์ หรือ “ดาบหล กองปราบ” จัดเป็นของแท้เบื้องหลังการถ่ายทำอีกคนหนึ่งในยุทธจักรสีกากี
จาก “วีรบุรุษกองขยะ” สู่สนามรบจริง
“ผมคนมหาราช อยุธยา พ่อเป็นกำนัน ชีวิตหักเหตอนเรียนจบ มศ.5 เพื่อนชวนไปดูหนังเรื่อง “วีรบุรุษกองขยะ” ที่สรพงษ์ชาตรี เล่นเป็น ตชด. แล้วโดนยิงตายตอนจบ ดูจบผมไฟลุกเลย ไม่เอาแล้วเอ็นทรานซ์ บอกพ่อจะไปสอบตำรวจ จะเอาปืนมาถือให้ได้…”
ผมไปสอบที่เขต 7 เมืองกาญจน์ คนสมัครเป็นพัน ผมได้ที่ 4 ไปฝึกรวมที่นครปฐม ฝึกเสร็จเขาส่งลงใต้ ปี 2520 ยุคคอมมิวนิสต์กำลังเดือด เขต 8นครศรีธรรมราช ทุ่งสง สมัยหม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต ถูกยิงเสียชีวิตบนเฮลิคอปเตอร์ ผมถูกส่งลงไปที่สุราษฎร์ฯ ที่บ้านส้อง
ผู้กองหลรื้อความหลังจุดเริ่มต้นชีวิตสีกากี

รบผกค.สมรภูมิใต้: ชีวิตตำรวจป่า”
บ้านส้องสมัยนั้นเขาเรียก “โรงเรียนนายร้อยโนเนม” ใครรอดกลับมาได้ติดนายร้อยหมด แต่ส่วนใหญ่จะตายหรือหนีทัพ
ลาดตระเวนวันแรกโดนเลย ทั้งระเบิดทั้งปืน เดือนกันยา มี 30 วัน ผมปะทะไป 26 ครั้ง อยู่จนชินกลิ่นคาวเลือด รุ่นผมตายที 4-5 คน เห็นเพื่อนตายคาตา 13-14 ศพ ผบ.ร้อยตายคารถ ไปคันเดียวกัน ตายหมดโดนวางระเบิด โดนยิง โดนตีฐานบ้าง
ส่วนผม “แคล้วคลาด”ตลอด อยู่ในวงล้อมทุกครั้งแต่รอดมาได้ อยู่มาจนชิน 3-4 เดือนได้ เขาก็ให้ย้ายมาอยู่ที่ชะอวด นึกว่าจะอยู่สบายแล้ว แต่โดนหนักอีก โดนตีฐานอีก
ได้ไปอยู่กระบี่ โดนหนักอีก คือผกค.มันหนีจากบ้านส้องมาอยู่กระบี่ ที่ปลายพระยา คำทับ พระตำหนัก คืออยู่พื้นที่สีแดงทั้งนั้น ก่อนผมไปอยู่ มันเริ่มปะทุ มันหนีมาจากทางบ้านส้อง ก็อยู่ ตชด.แบบนี้ มา 17 ปี พอได้อาศัยค่าปีก โดดร่ม จนพ่อขอให้ย้ายกลับส่วนกลาง เพราะถ้าอยู่ต่อคงไม่ได้กลับแบบมีลมหายใจ


อยู่17ปีออกจากถิ่นช้างศึก
จากนั้นก็เลยตัดสินใจย้ายออก อันดับ 1 ขอมาลงสืบเหนือ และที่กองปราบ กก.3 บก.ป. สุดท้ายมาลงที่กองปราบฯตอนนั้นเขาให้เลือก
ช่วงนั้นนายผู้ใหญ่ รู้จักผมเยอะในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รุ่นตั้งแต่ 18 ลงมา ตอนผมมาอยู่ส่วนกลาง มีผู้ใหญ่ที่อยู่ใน ตชด.เยอะ ตั้งแต่ท่านพรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ พวก ตชด.เก่า ท่านโกวิท วัฒนะ ก็รู้จัก ตอนไปลา ท่านบอกว่าไอ้เหี้ยไปจนได้นะ ก็ย้ายจาก ตชด.อยู่มา 17-18 ปี
ดาบหลที่คนสนิทเรียกกันติดปากเล่าพลางหัวเราะพลาง
สู่กองปราบ: ยุค “ฉลามดำ”
พอย้ายมากองปราบ ปี 2537-2538 ผมลงชุด “ฉลามดำ” อยู่กับนายสมพงษ์ พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ อดีตผบช.ภ.4 ตอนนั้นท่านเป็นผกก.3ป.
มาอยู่ชุดฉลามดำ ทีนี้แหละไม่ได้หยุดเลย หนักเลย ถ้าถามว่าต่างกันไหมจาก ตชด.จากรบในป่า แล้วมากองปราบจับโจร
คือเราอยู่ตชด.มาเรารบ พอมาเจอพวกโจร ไม่ใช่ประมาทแต่เราไม่กลัว ความรู้สึกกลัวไม่มี มันคนละอย่างกัน
เวลาลูกน้องไปทำงาน พวกปืนเราก็ไม่เคยซื้อ แต่แบบกล้าทำงาน กล้าเข้า
ขนาดสารวัตรคนอื่น เขาชอบใช้อาวุธ แต่มองมาเอ๊ะ ไอ้นี่มาจากไหนวะ แกก็เรียกไปช่วยทำงาน พวกตากุ่ย-พล.ต.ต.กิตติ สะเภาทอง อดีตผู้การเพชรบุรี พวก สว.แผนกอื่นๆ สารวัตรพิรัตน์ นาสมวาส ต้องไปช่วย เวลาเขาจัดชุดจะมีชื่อผมทุกชุด เพราะรูปทรงลักษณะเราให้



บัดดี้คู่”สารวัตรดำ”
สมัยนั้นฉลามดำ มี ตาดำ-พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ อดีตผบก.ภ.จว. นครสวรรค์ ขณะนั้นยังเป็นสารวัตร เป็นน้องสุดก็โดนใช้เยอะสุด ผมก็ไปกัน 2 คน ไปไหนก็ไปกัน 2 คนกับสารวัตรดำ ไปด้วยกันตลอด คดีแสงชัย สุนทรวัฒน์ ไม่ได้กลับบ้านเดือนกว่า ไปชุดเดียวเลยอยู่กินกับแกตลอด กินนอนบ้านแก
แกเป็นคนตัวเล็กแต่ยิงปืนแม่น มีวินัยสูง การต่อสู้อย่างนี้ ค่อนข้างมีวินัย ไปทุ่งเสลี่ยงกัน 2 คน ผมขับรถ บอกสารวัตรแถวนี้ค้ายาเยอะ โจรทั้งนั้นเลยนะ แกว่า ไอ้เหี้ย มึงมากับกู 2 คน กลัวอะไรล่ะ ก็มืดๆ ค่ำๆ ก็ขับรถไปอย่างนี้ สารวัตรดำเห็นตัวเล็กๆ อย่างนี้แต่ใจสู้
อยู่ป.ได้ประสบการณ์แต่ถ้ามันต้องตชด.
อยู่กองปราบ ก็ได้ประสบการณ์เยอะ วิสามัญทีละ 2 ทีละ 3 ทีละ 5 ก็ไม่ตื่นเต้น บอกว่าก็เหมือนกัน ยิงกัน มึงบ้าง กูบ้าง
อยู่ ตชด.ตื่นเต้นกว่า รบมันสุดก็ที่บ้านส้อง ยิงทุกวัน ส่วนมากมันจะยิงเรา มันเป็นป่า เราตั้งฐานอยู่อย่างนี้ มันมาแอบยิง ลักยิงบ้าง ลาดตระเวนมันก็ฝังระเบิด เดินมาถ้าเหยียบ เดี๋ยวมันก็ยิงซ้ำ อยู่แบบนี้ทุกวันๆ
ยก”นายนึง”ผู้การกองปราบสุดยอด
อยู่กองปราบมาหลายผู้การ ที่ผมชอบคือผู้การคำนึง-พล.ต.ต.คำนึง ธรรมเกษม คือผมไม่ใช่ลูกน้องท่านโดยตรงนะ แต่ท่านรู้จักผม อย่างนายนึงตอนทำคดีแสงชัย นายนึงกำลังฟังผมอยู่ กำลังอธิบายเรื่องปืนนอริงโก้ ลักษณะปืนเป็นยังไง ก็บอกว่า มี ตชด.คนหนึ่งมันพก แล้วปืนนอริงโก้นี่ ถ้าไม่ขึ้นนกก่อนจะขึ้นยาก มันจะแข็งมากจะติด
จังหวะผมอธิบายๆ อยู่ มีนายตำรวจระดับผกก.คนหนึ่งมาพูดขัดจังหวะ จำได้เลยนายนึงตบหัวเลย โดนนายนึงด่า ผมเนี่ยชอบมาก
อีกตอนช่วงได้ปืนของกลาง ผมคุมไอ้กิต-นฤทุกข์ อุ่นตระกูล มือปืนยิงแสงชัยอยู่ มีรองผู้การคนหนึ่งบอกว่า ปืนอยู่ไหน เดี๋ยวผมไปเอาเอง
นายนึงบอกว่า คุณไม่ต้องเสือก แล้วหันมาทางผมแกบอก ไอ้หนู มึงไปเอาปืนมา ให้คนอื่นคุมไอ้กิต ไว้ก่อน มึงไปเอาปืนมา นายนึงบอก คุณไม่ต้องเสือก สุดยอด

ผู้กองหลย้อนอดีตแล้วหัวเราะร่าถูกใจ
ประทับใจจับกับมือ”ลุงฆ่าหลาน”
คดีที่ประทับใจที่สุดคือ “คดีไอ้เอื้อน” อุ้มฆ่าเผาหลานแท้ๆ2ศพในกองฟางพะเยาแล้วทำทีเรียกค่าไถ่ 8 ล้านที่นครปฐม ผมทำกับท่านหมู -พล.อ.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารมหาดเล็ก ราชวัลลภรักษาพระองค์ สมัยท่านเป็นรองผกก.3ป. จับได้ภายใน 2 วัน จนผู้ใหญ่ไม่เชื่อว่าทำได้จริง เพราะท้องที่ทำมา 10 วันยังมืดแปดด้าน

ตอนนั้นผมทำงานให้ท่านหมู-ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ชุดปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง อยู่ศูนย์น้ำมันเถื่อนบ้างอะไรอย่างนี้ ทำงานให้แกอยู่พักหนึ่ง มีคดีลุงอุ้มหลานเรียกค่าไถ่ 8 ล้าน ไอ้เอื้อน
ผมไปทำกับแก 2 คนนะ ที่นครปฐม แกทำงานฉลาด สมัยนั้นเรื่องเทคโนโลยีก็ต้องยกให้แก ท่านฐิติราช ไปกัน 2 คน ขับเรนจ์โรเวอร์ป้ายแดง
วันแรกไปช้า 5 นาที เกือบจับได้ วันที่ 2 จับได้ผมเข้าฮอตเองเลย ขับรถสวนกัน จำได้รถสีส้ม ทะเบียนนี้รถมัน ก็ตีรถกลับ ไปจับได้ในรถ เอาตัวขึ้น ฮ.ไปที่พะเยา ดูที่เกิดเหตุที่มันเผาหลาน 2 คนในกองฟางคืนนั้นเลย
นายอ๊อด-พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา อดีตรองผบ.ตร.สมัยท่านเป็นรองผบก.ป.หัวหน้าชุด ยังกระเซ้าบอกว่าไอ้หมู มึงโม้รึเปล่าวะ 2 วันจับได้ กูไม่เชื่อ มึงเรียกไอ้หล มาดูซิ ที่มึงไปด้วย ท่านหมูมาบอกผมว่าเฮ้ย พี่อ๊อด เขาไม่เชื่อว่าเราจับได้ภายใน 2 วัน
จากนั้นมาอยู่กับ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ อดีตผบก.สส.บช.น.เรียกมาใช้ต่อสมัยเป็นผกก.5ป. ทีนี้ไปไหนไม่ได้เลย อยู่กับตายนต์อย่างเดียวเลย ก็ผมถนัดงานอย่างนี้อยู่แล้ว อยู่กับผู้การยนต์ 8-9 ปีมั้ง น่าจะเกือบ 10 ปี ก็แยกย้าย

คือแกออกจากกองปราบ ไปขึ้นนายพลเป็นผู้การจเร แล้วไปสืบภาค 3 ก็เริ่มห่างๆ ไป ตอนอยู่กองปราบก็อยู่ด้วยกันตลอด มีงานอะไรก็เรียกใช้
คดีที่วิสามัญ ไอ้อาลี ไอ้แขกขาว นั่นก็พวกเราเข้าฮอตเองหมด ทั้งตอนจับได้ ทั้งตอนแหกห้องขังหนี จนสุดท้ายมาวิสามัญในกรุงเทพฯ มีสารวัตรดา- รองปู บุญลือ ผดุงถิ่น รองผู้การปพ.ขณะนี้ ทำด้วยกัน
ความผูกพันตำรวจกับโจร
คติการทำงานของผมคือ “ความถูกต้อง” ผมรู้จักมือปืนเยอะ บางคนยิงเพราะจำเป็น หรือโดนรังแกจนต้องสู้ อย่าง “ไอ้หลวง” ที่ยิงคนตาย 2 ศพที่นครฯ เพราะโดนเจ้าถิ่นรุมทำร้ายแล้วถือปืนจะมายิงมันก่อน มันยิงสวนเข้าเบ้าตาดับทั้งคู่ เคสนี้ผมเห็นว่ามันป้องกันตัว ผมก็ปล่อยอายุความหมดก็จบกันไป ผมถือว่าเรามีคุณธรรม
แม้แต่”ไอ้แป้ง นาโหนด” ผมจับเองกับมือ แต่มันเคารพผม ผมมองโจรเป็นคน ถ้าเขานักเลงพอ เราก็คุยกันได้

“ตอนนั้นมีหมายจับเรื่องยิงนายก อบจ. นครศรีธรรมราช แต่ออกหมายจับผิดตัว ผมบอกมันว่า ‘เฮ้ย แป้ง มึงมอบตัวเถอะ แต่กูขอเป็นคนจับมึงเอง’ ผมไปคุยกับพี่สาวมันว่าให้มันออกมาเถอะ อย่าให้ต้องใช้กำลังกันเลย
ผมจัดชุดทำงานเอง มีคนเก่งๆ อย่าง สารวัตรแจ๊ก-พ.ต.ท.ศันสนะ พิริยะจิตตะ อดีตนายเวรท่านหาญพล นิตย์วิบูลย์ มาร่วมด้วย ผมเลือกคนไป 7-8 คน จับมาได้ 3-4 คน รวมทั้งไอ้แป้งกับไอ้ตุ้มลูกน้องมัน
คนนครฯ เขากลัวไอ้สองคนนี้กันทั้งจังหวัด ขนาดรอง ผกก. ที่นั่นยังไม่กล้าซักถามมันเลยเพราะกลัวอิทธิพล
แต่ถามว่ากองปราบจับแล้วยกฟ้องไหม ก็ยกครับ เพราะมันผิดตัวจริงๆ วันที่เขายิงกันตอนแปดโมงครึ่ง ไอ้แป้งมันยังใส่ชุดนอนเดินรับอะไหล่รถอยู่ที่ปทุมธานีกับเมียอยู่เลย ผมไล่กล้องดูเห็นทั้งวัน แล้วมันจะขี่จรวดไปยิงเขาได้ยังไง มันเลยยัวะตำรวจท้องที่มาก
นิสัยไอ้แป้งมันเป็นคนทรงนี้ ตอนแรกมันไม่ยอมคุยกับใครเลย ขนาดตำรวจคนอื่นขอเบอร์มันยังบอกว่าเลิกใช้โทรศัพท์แล้ว แต่พอคุยไปคุยมา มันขอเบอร์ผมเฉย บอกว่า ‘เผื่อผมมีอะไรดีๆ จะโทรหาป๋าบ้าง’ หลังจากนั้นก็ไลน์คุยกันตลอด

ตอนมันจะสมัคร สจ. ผมถามว่าใครจะเลือกมึง….
มันหัวเราะแล้วบอกว่า ‘ถ้าผมลง ไม่มีใครกล้าแข่งหรอกป๋า
ส่วนเรื่องคดียาเสพติด ถามว่ามันค้าไหม ผมว่ามันไม่ได้ทำโดยตรง แต่น่าจะมีส่วนเรื่องตามทวงหนี้พวกวงการเทาๆ นั่นแหละ ผมอยากรู้อะไรก็ถามมันเอาตรงๆ”
หลังเกษียณฯ”รองจ๋อ”เรียกใช้
อยู่ไปอยู่มาจนเกษียณที่กองปราบ ปี 2560 ชีวิตตำรวจ 40 ปีเต็ม ตชด.17-18 ปี กองปราบอีก22ปี
ผมรัก ตชด. กับ กองปราบที่สุด ใครจะว่าอะไรผมไม่รู้ แต่เรื่องเก็บส่วยเรื่องรีดไถ ผมไม่ทำ นายถึงไว้ใจ
พอเกษียณพักผ่อนอยู่พักหนึ่ง เผอิญรองจ๋อ-พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ก็ให้มาช่วย ก็ทำงานลับๆอยู่ข้างหลัง เช็คคนทางโน้นทางนี้บ้าง ตอนแกเป็นนายพลกองสืบภาค 2 แกเรียกให้มาอยู่ ก่อนมาสืบนครบาล
รองจ๋อ ไม่ให้ทำอะไร บอกให้กินกาแฟ นั่งเล่นไลน์ไปเฉยๆ แต่ไปไหนก็ต้องไปด้วย ไปต่างจังหวัดผมก็ต้องติดรถไปด้วย

ถึงวันนี้ในวัยย่าง 69 ปี สุขภาพยังดี มีความดันบ้างตามวัย แต่ใจยังเป็นตำรวจอยู่เสมอ…
ตำรวจแบบผม รุ่นหลังอาจจะหาไม่ได้แล้ว เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว
ตำรวจเก่าลายเสือเลือดกองปราบเลือดตำรวจป่าบอกส่งท้าย ก่อนจบสนทนากันวันนั้น…..
เฮียเก๋ 14/3/69





























