Sunday, August 16, 2026
More
    Homeแม่บ้านตำรวจเรื่องเล่าจากลูกตำรวจ… “เงาหลัง” ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์  

    เรื่องเล่าจากลูกตำรวจ… “เงาหลัง” ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์  

    ก่อนหน้านี้เด็ดดาวเคยเขียนถึงแวดวงตำรวจและคู่ชีวิตของตำรวจมาแล้ว

    แต่ครั้งนี้อยากจะเขียนถึงเรื่องของลูกตำรวจที่เป็นดัง เงาหลังของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์  ซึ่งพวกเขาได้ออกมาบอกเล่าความรู้สึกผ่านคลิปวีดีโอความยาวไม่เกิน 3 นาที กับเรื่องราวดี จากความรู้สึกที่ลึกสุดใจกับ “เรื่องเล่าจากลูกตำรวจ 

    ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีอย่าง สมาคมแม่บ้านตำรวจ ที่จัดประกวดภายใต้แนวคิด ลูกตำรวจสื่อสาร สร้างสรรค์ เพื่อเปิดโอกาสให้บุตรหลานข้าราชการตำรวจ นำความสามารถมาสื่อสารถ่ายทอดผ่านภาษาที่ออกมาจากหัวใจ

    ถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ และความภาคภูมิใจในบทบาทของครอบครัวตำรวจโดยมีรางวัลกว่า 88,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตรมอบให้ด้วย

    ทั้งนี้ผู้ส่งผลงานรุ่นเล็กและรุ่นโต ต้องถ่ายทอดความรักความรู้สึกในฐานะที่เป็นลูกตำรวจ พร้อมทั้งบอกเล่าความผูกพัน ความภาคภูมิใจในบทบาทหน้าที่ของคุณพ่อหรือคุณแม่ที่เป็นตำรวจ ด้วยลายมือของตัวเองความยาวไม่เกิน 1 หน้า A4 พร้อมอัดคลิปวีดีโอความยาวไม่เกิน 3 นาทีจากเนื้อหาที่เขียนบรรยาย  

    ส่วนในรุ่นจิ๋วที่อายุยังไม่เกิน 6 ปีให้อัดคลิปเพียงอย่างเดียว  โดยสมาคมอนุโลมให้บอกเล่าความรู้สึกในฐานะลูกตำรวจผ่านภาษาพูด สำหรับเกณฑ์การตัดสินทั้ง 3 รุ่นได้เน้นไปที่ทักษะการสื่อสาร การเล่าเรื่องที่น่าสนใจและมีคุณค่าทางจิตใจ ผ่านสื่อในยุคดิจิทัล

    ถ้าอยากรู้ว่าน้อง หนู ผู้มีสายเลือดผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จะสามารถบอกเล่าเรื่องราวของตำรวจได้อย่างลึกซึ้งกินใจจากเพียงใด เดี๋ยวเราไปดูและทำความรู้จักกับผู้ชนะการประกวดในแต่ละรุ่นกันค่ะ

    เริ่มจากรางวัลชนะเลิศรุ่นจิ๋ว ด.ญ.พอใจ ตั้งมนัสสุขุม อายุ 5 ขวบ 11เดือน เรียนชั้น ป.1 รร.เซ็นฟรังซิสซาเวียร์ เป็นบุตร  พ.ต.ท.วรวุฒิ ตั้งมนัสสุขุม  สว.ฝ่ายกิจการการฝึกอบรม วตร. (คุณพ่อ) และพ.ต.ท.หญิง พชิญารัตน์ ตั้งมนัสสุขุม  สว.ฝสต.1 กต.7 จต. (คุณแม่)  


    สำหรับเสียงเล็ก ที่บอกเล่าความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ต่อผู้เป็นพ่อ  เธอได้เปิดเรื่องด้วยการร้องเพลงมาร์ชตำรวจ ที่พ่อของเธอร้องให้ฟังอยู่บ่อย ๆเธอเล่าว่า

    พ่อเคยบอกว่าอาชีพตำรวจต้องเสียสละอดทนดูแลความปลอดภัยให้ความยุติธรรม และช่วยเหลือคนจำนวนมาก พ่อรักอาชีพนี้มาก  หน้าที่ของพ่อคือจับคนร้ายไม่ให้ไปก่อความเดือดร้อนกับคนอื่น

    พ่อเป็นตำรวจและเป็นฮีโร่ของหนู

    เชื่อว่าตำรวจทั้งหลายก็เป็นฮีโร่ของใครหลายคนเช่นกัน หนูอยากบอกว่าหนูรักและภูมิใจในตัวพ่อมากและภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกตำรวจ  เธอชอบหยิบจับเครื่องหมายที่ติดอยู่บนเครื่องแบบ ของพ่อและแม่เสมอ เธอภูมิใจในอาชีพตำรวจของพ่อแม่


    หากมีใครมาพูดถึงตำรวจในทางที่ไม่ดี  เธอจะบอกว่าหนูรู้จักตำรวจ ใจดีเยอะมากค่ะพ่อแม่หนูก็ใจดี และตำรวจที่ดียังมีเยอะนะคะ

    สำหรับการฝึกพูดน้องพอใจบอกว่า ฝึกพูดทุกวันประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน จะส่งคลิปเข้าประกวด

    ส่วนผู้ชนะเลิศประเภทรุ่นเล็ก 

    ด.ช. ก้องภพ แก้วบัวสา อายุ 12 ปีเรียนอยู่ชั้นป. 6/4 โรงเรียนอนุบาลนาคสมุทรเดชอุดม จ.อุบลราชธานี เป็นบุตร  ร.ต.อ.วิทยา แก้วบัวสา ผบ.มว.กก.3 บก.กฝ.บช.ตชด. และคุณแม่คือ คุณนันธิดา  เรือนเจริญ ผอ.โรงเรียนบ้านหนองคู

    ก่อนจะชนะเลิศในครั้งนี้น้องก้อง เคยได้รับรางวัลชมเชยจากสมาคมแม่บ้านตำรวจจากผลงานวาดภาพพระพันปีหลวง


    น้องก้องบอกว่าเขาใช้เวลาในการเขียนเรียงความประมาณ 1 สัปดาห์และซ้อมพูดอีก 2 วัน เขาชอบเครื่องแบบตำรวจมากตั้งแต่เด็ก และยังมีภาพจำจากเครื่องแบบที่พ่อใส่ทั้งชุดกากี ชุดมีและชุดสีเขียว

    พ่อยังชอบนำหมวกตำรวจมาสวมหัวให้เขาอยู่บ่อยจึงซึมซับอาชีพตำรวจ  เพราะทั้งดูเท่และน่าภูมิใจ ถ้าสังคมไทยไม่มีตำรวจก็คงยากที่จะสงบสุข น้องก้องดีใจ       ทุกครั้งที่พ่อแต่งเครื่องแบบไปส่งที่โรงเรียน เขาหวังว่าเมื่อโตขึ้นจะเป็นตำรวจเหมือนพ่อ  

    เรื่องที่น้องก้องได้ถ่ายทอดความรู้สึกออกมา  ทำให้เห็นว่าลูกชาย ตชด.คนนี้เข้าใจดีถึงวิถีชีวิตตำรวจป่าเป็นอย่างดี ว่าพ่อของเขาต้องรบได้อย่างทหาร ปราบปรามอาชญากรรมได้อย่างตำรวจ และให้บริการประชาชนได้อย่างพลเรือน


    แม้ตอนเด็กจะไม่ได้มีโอกาสอยู่กับพ่อมากนักด้วยภาระหน้ามีของพ่อต้องไปปฏิบัติหน้าที่ อยู่ชายแดนอ.แม่ระมาด จ.ตาก และจังหวัด 3 จังหวัดชายแดนใต้ แต่เขาก็รักและผูกพันกับพ่อมาก

    แม้พ่อจะเหน็ดเหนื่อยแต่ไม่เคยย่อท้อ จนวันนึงพอได้ย้ายมาอยู่ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง กก. 3 กองบังคับการฝึกพิเศษ จ.อุบลราชธานี  ทำให้ครอบครัวเราได้กลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า ตอนนั้นผมมีความสุขมาก เลยครับ

    แต่สุดท้ายพ่อก็จากผมไปแบบไม่มีวันกลับ  เพราะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ หลังกลับจากปฏิบัติหน้าที่


    แม้วันนี้ตัวพ่อจะไม่อยู่แล้ว แต่คำสอนของพ่อที่อบรมให้ผมเป็นคนดียังอยู่ในใจเสมอ  ผมจะจดจำและทำตามคำพ่อสอนตลอดไป  แม้ผมจะยังไม่อยู่ในวัยที่เป็นตำรวจเหมือนพ่อได้แต่ก็หวังว่าจะเดินตามรอยพ่อทุกอย่าง ทั้งการสืบสานอาชีพตำรวจ

    ตอนนี้ได้นำพิณของพ่อมาเล่นเพลงที่พ่อชอบให้คลายความคิดถึง  เสียงพิณของพ่อนั้นม่ได้เป็นเพียงเสียงดนตรี  แต่เป็นเสียงแห่งความสุขที่พ่อมีให้กับทุกคนในครอบครัว ผมรักและภูมิใจเสมอที่ได้เกิดเป็นลูกตำรวจครับ

    ส่วนผู้ชนะการประกวดในรุ่นโตอย่าง นางสาวสุภาวิตา หนูพริก หรือน้องฝน นักเรียนชั้นม. 4 โรงเรียนสาธิตเทศบาลวัดเพชรจริก จ.นครศรีธรรมราช บุตรของ ด.ต.หญิงสุดใจ คงโอ สังกั กก.ตชด.42

    น้องฝนได้ถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อแม่ที่เป็น ตชด.ว่า แม่เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่เคียงข้างและคอยบังแดดและลมไม่ให้สั่นคลอนต้นกล้าเล็กๆ อย่างเธอได้


    แม่เป็นผู้หญิงที่เก่งมาก เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ทั้งเป็นตำรวจและแม่ค้าข้าวแกงที่เป็นอาชีพเสริมเพื่อหารายได้ดูแลเธอและพี่สาว แม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเสมอมา

    แม่ต้องทำงานหนักตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อทำกับข้าวขาย  ก่อนจะเปลี่ยนมาแต่งเครื่องแบบไปปฏิบัติงานของตำรวจอย่างเต็มที่  เธอภูมิใจที่มีแม่เป็นตำรวจ  และแม่ยังเป็นแบบอย่างของความเข้มแข็ง อดทน สอนให้เรารู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่  

    สำหรับคนอื่นอาจมองว่าแม่หนูเป็นแค่ตำรวจคนหนึ่ง  แต่สำหรับเธอแล้วแม่เป็นทั้งแบบอย่างและเบื้องหลังความสำเร็จต่าง ให้กับลูก ดังนั้น

    แม่จึงเป็นตำรวจและฮีโร่สำหรับเธอ


    หนูรักและภูมิใจในตัวแม่มาก พอไปโรงเรียนครูให้แนะนำตัวบางคนมีพ่อเป็นตำรวจ แต่เพื่อน ที่นั่งฟังอยู่ก็ยังไม่รู้สึกว้าว ! เท่ากับตอนที่หนูบอกว่ามีแม่เป็นตำรวจ เพื่อน จะบอกว่าแม่เธอโคตรเท่เลย

    เธอเข้าใจดีว่าอาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่มีเกียรติ  หากมีใครมาพูดถึงตำรวจในทางที่ไม่ดี  ก็จะรับฟังและจะบอกว่ายังมีตำรวจที่ดีอีกมากซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และหนึ่งในนั้นก็คือตำรวจที่เป็นแม่ของหนูค่ะ

    —————————————————

    เมื่อได้เห็นความรักความผูกพันและความภูมิใจของเด็ก ที่ได้เกิดเป็นลูกตำรวจผ่านเรื่องเล่าที่น่ประทับใจแล้วก็ขอปรบมือดัง ให้กับน้อง ลูกตำรวจทุกคนนะคะ สุดยอดมากค่ะ

    งานนี้เด็ดดาว ต้องขอชื่นชมผู้ใหญ่ใจดีอย่างสมาคมแม่บ้านตำรวจ  ที่ยังคงเดินหน้าด้วยความมุ่งมั่นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบครัวตำรวจ และยังเป็นหลังบ้านที่คอยสนับสนุนเคียงข้างและให้กำลังใจข้าราชการตำรวจในทุกสถานการณ์  สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่ว่า

    ส่งเสริมพัฒนา ยืนเคียงข้าง สร้างขวัญกำลังใจ

    ทำให้เราได้เห็นว่าสมาคมแม่บ้านตำรวจนั้น หาได้เป็นเพียงสมาคมชมดาวของเหล่าภรรยาตำรวจ

    หากแต่เป็น “เงาหลัง ของสุภาพบุรุษชุดกากี” ที่มีความสำคัญยิ่งในการผลักดันและร่วมสร้างสรรค์เรื่องราวดี ๆ ให้เกิดขึ้นกับวงการ สีกากีแบบ Soft Power

    เด็ดดาว รายงาน16/8/69

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments