Wednesday, September 30, 2026
More
    Homeท่องปทุมวัน“บิ๊กกบ-สุรพล เปรมบุตร” ส่งไม้ต่อ”บิ๊กโอ๋-ทินกร รังมาตย์“ขึ้นผู้นำตำรวจไซเบอร์สยบโจรออนไลน์

    “บิ๊กกบ-สุรพล เปรมบุตร” ส่งไม้ต่อ”บิ๊กโอ๋-ทินกร รังมาตย์“ขึ้นผู้นำตำรวจไซเบอร์สยบโจรออนไลน์

    เบื้องหลังก้าวสำคัญของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือที่เรียกกัน “ตำรวจไซเบอร์”

    จากวันเริ่มต้นสู่ความคาดหวังส่งไม้ต่อยุคใหม่

    สถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในประเทศไทยในห้วงหลายปีที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนและมูลค่าความเสียหายมหาศาลให้กับพี่น้องประชาชน การปรับตัวของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องก้าวให้ทันเล่ห์เหลี่ยมของกลุ่มมิจฉาชีพอยู่ตลอดเวลา

    บิ๊กกบ-พล.ต.อ.สุรพล เปรมบุตร ที่จะกลายเป็นตำนาน 1 ใน ผู้นำตำรวจไซเบอร์ ผบช.สอท. 1ในผู้ร่วมสร้างรากฐานให้กับ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.)ตั้งแต่ยุคตั้งไข่ สะท้อนให้เห็นถึงเบื้องหลังการทำงาน ปัญหาอุปสรรค และทิศทางในอนาคตของหน่วยงานสำคัญของตำรวจหน่วยนี้

    เริ่มต้นจากศูนย์สู่การวางระบบฐานข้อมูล

    การก่อตั้ง บช.สอท. ในช่วงแรกเริ่มไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ  เริ่มต้นจากคณะทำงานกลุ่มเล็กๆ เพียงสิบกว่าคน ก่อนจะค่อยๆ สร้างระบบงานและโครงสร้างขึ้นมาทีละขั้นตอน 

    บิ๊กกบ นายตำรวจที่ขอเออร์ลี่ก่อนเกษียณ1ปีได้ยศ พล.ต.อ. ย้อนไปจุดเริ่มต้นกำเนิด บช.สอท.

     

    จริงๆ พี่ได้เข้ามาเกี่ยวพันกับงานตำรวจไซเบอร์ ก่อนที่จะมาเป็น ผบช.สอท.จริงๆเมื่อปีที่แล้ว  คือได้มาข้องเกี่ยวกับงานนี้สมัยที่ท่านกรไชย คล้ายคลึง ท่านรอง ผบ.ตร.สมัยที่ท่านมาเป็น ผบช.คนแรก สมัยนั้นพี่ยังเป็น รอง ผบช.ภ.1 ก็ได้มีโอกาสมาร่วมงานวันสถาปนาของตำรวจไซเบอร์  เลยได้รู้ว่าหน่วยงานนี้ เขาทำงานกันอย่างไร

    เริ่มแรกเลย เท่าที่จำได้ วันนั้นมีตำรวจน้อยมาก เป็น บช.ที่ตั้งใหม่ มี ผบช.คนแรก คือท่านกรไชย แล้วรอง ผบช.ที่อยู่ร่วมด้วย ณ วันนั้น สัก 4 ท่าน  มี ผบก.7 ท่าน  คณะทำงานในช่วงแรก น่าจะมีแค่ 12 คนเอง

    ท่านกรไชย ค่อยๆเริ่มสร้างคน สร้างระบบงาน ขึ้นมาใหม่ๆ ตั้งแต่สมัยที่ บช.ยังไม่มีอะไร

    จนกระทั่งพี่เป็น รอง ผบช.ภ.1 ในปีที่ 2 ก็ได้รับการชักชวนจากท่านกรไชย ว่าอยากให้มาช่วยงานที่ สอท.

    เลยเป็นจังหวะดีที่ได้มาร่วมงานกับ บช.ตำรวจไซเบอร์ อย่างมีหน้าที่การงานจริงๆ  ได้รับมอบหมายให้ดูแลเกี่ยวกับเรื่องงานระบบต่างๆ การวางพื้นฐานการทำงาน การเขียนขั้นตอนการปฏิบัติต่างๆ

    ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ท่าน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ยังเป็นรอง ผบ.ตร.กำกับดูแลงานด้านนี้โดยตรง ได้มีโอกาส ได้เจอท่านบ่อยมาก

    ในการประชุมแทบทุกครั้ง ท่านจะมานั่งหัวโต๊ะด้วยตนเอง  จะถามผมตลอด  น้องอยู่ที่ไหน ทำไมเห็นหน้าบ่อยจัง เลยนำเรียนท่านไป มาช่วยราชการท่านรองฯ กรไชย ที่ไซเบอร์ ท่านมอบหมายงานด้านนี้ให้ผม เลยต้องมาประชุมกับท่านบ่อยๆ   ท่านคงมองว่าเราตั้งใจทำงาน

    คือพี่อยู่ที่ไหน ก็อยากทำให้มันดี ก็เลยร่วมคิด ร่วมวางแผนการทำงานกับท่าน ว่าคดีมันเกิดขึ้นเยอะแยะทั่วประเทศ ทำอย่างไรให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรา จะวางแผนป้องกันปราบปราม เรื่องนี้ได้ 

    เลยคิดว่า สิ่งที่สำคัญประการแรกเลย ต้องมีข้อมูลก่อน แล้วข้อมูลที่สำคัญคือแต่ละวันๆ มันเกิดคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ขึ้นที่ส่วนไหนของประเทศไทย บ้าง เกิดที่เชียงใหม่กี่เรื่อง  ที่หาดใหญ่ กี่เรื่อง  ที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ วันๆ หนึ่ง พี่น้องประชาชน ถูกแก๊งพวกนี้หลอกลวงมากน้อยขนาดไหน

    คดีประเภทไหน ที่คนร้ายนิยมใช้ แล้ววิธีการไหน ที่มาหลอกคน แล้วคนถึงหลงเชื่อกันง่ายๆ แล้วมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง ที่เกิดขึ้นในแต่ละปี จริงๆ แล้วมันมากน้อยขนาดไหน อย่างไร

    เราก็พยายามคิดกัน ตอนแรกก็คิดว่าจะใช้ระบบแมนนวลธรรมดา ให้แต่ละหน่วยรายงานขึ้นมาแต่ละวัน ดีไหม แล้วก็มานั่งจดสถิติกันเอา แต่เอาเข้าจริงๆ เราก็มองว่ามันไม่น่าจะถูกต้อง

    นั่นแหละ เป็นจุดเริ่มต้นของการรับแจ้งความออนไลน์ หรือระบบไทยโปลิศออนไลน์ ที่สามารถให้ประชาชนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จอโทรศัพท์ เข้าไปในเว็บไซต์ของตำรวจ สอท.สมัยนั้น ทุกคนก็สามารถที่จะเริ่มเข้าไปแจ้งความได้แล้ว

    เราก็เริ่มจัดหมวดหมู่ จัดระเบียบข้อมูลได้ วิเคราะห์สถิติมองเห็นภาพรวมปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วประเทศได้อย่างแท้จริง นั่นคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนา “ระบบรับแจ้งความออนไลน์”

    เปิดสถิติภัยไซเบอร์”ตุ๋นซื้อขายสินค้าออนไลน์”ครองแชมป์ 80%

    พล.ต.อ.สุรพลเล่าต่อว่า ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ข้อมูลจากระบบเผยให้เห็นรูปแบบคดีที่มหาชนต้องเผชิญ โดยแบ่งสัดส่วนที่ชัดเจน ดังนี้

    อันดับ 1 (80% ของคดีทั้งหมด): คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าและบริการ เช่น การหลอกขายสินค้าทั่วไป ทัวร์ราคาถูก หรือที่พักรีสอร์ท แม้ความเสียหายต่อรายบุคคลจะไม่สูงมาก แต่เกิดขึ้นในวงกว้างกับประชาชนจำนวนมาก

    คดีหลอกลงทุน แม้สัดส่วนจำนวนคดีจะไม่สูงเท่าคดีแรก แต่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุด ผู้เสียหายมักเป็นวัยเกษียณหรือผู้มีเงินเก็บสะสม ถูกหลอกให้ลงทุนผ่านกระดานเทรดปลอมจนหมดตัว

    แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีสัดส่วนความเสียหายประมาณ 10% ของคดีทั้งหมด แต่สร้างความตื่นตระหนกและสูญเสียทรัพย์สินก้อนใหญ่ในเวลาอันรวดเร็วจากการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

    จาก “ตั้งรับ” สู่ “บูรณาการเชิงรุก”และออกกฎหมายตัดวงจร

    ลูกชายนายตำรวจทางหลวงที่เดินตามรอยพ่อจนถึงยศพล.ต.อ.ต่อว่า

    ในอดีต ตำรวจมักตกเป็นฝ่ายวิ่งไล่ตามคนร้ายที่พัฒนาวิธีการหลอกลวงอยู่ทุกวัน ทางออกจึงไม่ใช่แค่การทำงานของตำรวจฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัย “องคาพยพ” ทั้งระบบ ได้แก่

    การสร้างภูมิคุ้มกัน (วัคซีนไซเบอร์) รณรงค์ภายใต้แนวคิด “ไม่เชื่อ ไม่รีบ” พร้อมพัฒนาแอปพลิเคชันอย่าง Cyber Check เพื่อให้ประชาชนใช้ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์และบัญชีธนาคารเสี่ยงก่อนโอนเงิน

    การบูรณาการร่วมกับภาคเอกชน ดึงผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม (ค่ายมือถือ/อินเทอร์เน็ต) และสถาบันการเงินกว่า 10 แห่งมาร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ

    การผลักดันกฎหมายเร่งด่วน มีส่วนสำคัญในการยกร่างและผลักดัน พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการอายัดบัญชีและตัดวงจรอาชญากรรม

    ผลลัพธ์จากการผนึกกำลังร่วมกัน รวมถึงการกวาดล้างฐานที่มั่นของแก๊งอาชญากรรมตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้สถิติคดีในภาพรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เคยสูงถึง 1,000–1,200 คดีต่อวัน ปัจจุบันลดลงเหลือราว 600–800 คดีต่อวัน

    นายตำรวจมาดนุ่มสรุปให้ฟังถึงผลการปฏิบัติงานตั้งแต่เริ่มตั้งไข่ที่เขามีส่วนร่วม จวบจนวันสุดท้ายของชีวิตราชการ

    ส่งไม้ต่อสู่อนาคต จัดระเบียบการทำงานและภารกิจที่ยังค้างคา

    ปัจจุบัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดระเบียบการทำงานร่วมกันอย่างชัดเจน  ใช้เกณฑ์ “มูลค่าความเสียหายเกิน 1 ล้านบาท” ให้ตำรวจไซเบอร์รับผิดชอบทำคดี ส่วนความเสียหายต่ำกว่า 1 ล้านบาทจะเป็นหน้าที่ตำรวจท้องที่เกิดเหตุ

    “บิ๊กกบ”บอกอีกว่า

    ยังมีโจทย์ใหญ่ที่ภาครัฐและผู้บริหารยุคต่อไปต้องเร่งพิจารณา นั่นคือ การขาดกฎหมายควบคุมสื่อสังคมออนไลน์ หรือกฎหมาย Over-The-Top (OTT) เพื่อให้การประสานงานขอข้อมูลและการปิดกั้นสื่อโซเชียลจากแพลตฟอร์มต่างประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    ในการส่งมอบตำแหน่งผู้นำองค์กรให้กับผู้บัญชาการท่านใหม่ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านงานสืบสวนและผ่านการทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่มาอย่างยาวนาน พล.ต.อ.สุรพล กล่าวว่า

    ตอนผมมารับตำแหน่ง มีท่านรอง ผบช.หลักๆ 5 ท่านมีท่านรองฯ ตุ้ม-วิวัฒน์ คำชำนาญ เป็นพี่ใหญ่  รองลงมา  มีท่านรองโอ๋-ทินกร รังมาตย์ ที่จะมารับไม้ต่อจากผมในวันที่ 1 ต.ค.69

    แล้วก็มีท่านรองนิเวศน์  ท่านจะดูแลเกี่ยวกับงานระบบรับแจ้งความออนไลน์ ทั้งหมด งานระบบที่ติดต่อกับไม่ว่าเป็นทางธนาคาร ทางโทรศัพท์อะไรต่างๆ แล้วก็มีท่านรองฯ อรุษ แสงจันทร์ คอยดูแลเรื่องงานบริหาร  รองฯ แจ้  ดูแลด้านงานประชาสัมพันธ์  ท่านรองฯ แจ้ จะเกษียณพร้อมกัน 

    สำหรับท่าน ผบช.สอท.ท่านใหม่ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ  ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการทุกส่วน เห็นชอบ คือท่านรองฯ ทินกร รังมาตย์ 

    ท่านทินกร สมัยอยู่ด้วยกัน ท่านรับผิดชอบด้านงานสืบสวนเป็นหลัก เป็นงานสืบสวนหลังเกิดเหตุ ว่าจะไปตามหาตัวคนร้ายยังไง จะติดตามทรัพย์สินที่คนร้ายหลอกลวงไป คืนมายังไง ท่านจะรับงาน ดูแลด้านนี้เป็นหลัก

    จากที่ได้สัมผัสท่านทินกร   คิดว่าเขาเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจในการทำงานด้านนี้มานานพอสมควร มีความรู้ลึก รู้จริง ในคดี หรืองานของ สอท.เป็นอย่างดี ไม่เป็นสองรองใคร

    แต่ รอง ผบช.ท่านอื่น ก็เก่งเหมือนกัน เพราะทุกคนอยู่กันมานาน เราทำงานเป็นทีม ผมว่าเป็นทีมที่แข็งแรง

    แต่ในปีนี้ ท่านทินกร ได้รับการคัดเลือก ให้มาเป็นผู้นำองค์กร  เชื่อเหลือเกินว่า ท่านจะทำงานด้านนี้ได้เป็นอย่างดีเยี่ยมเลยล่ะ เพราะสมัยที่ทำงานด้วยกัน แต่ละเรื่องที่มอบหมายให้ท่านดูแล

    เวลาท่านทำงาน ท่านจะลงลึกไปในรายละเอียด จะต้องทำยังไง ต้องสั่งงานลูกน้องยังไง ในหลายๆ งาน ท่านต้องลงไปบัญชาการควบคุมด้วยตัวเอง สิ่งที่ออกมา มีจุดบกพร่องตรงไหน จะต้องเติมเต็มเข้าไปตรงไหน เพื่อให้งานชิ้นนี้มันสำเร็จ อย่างมีคุณภาพ 

    ผมว่าในกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่ต้นน้ำ ยันปลายน้ำ  ท่านรองฯ โอ๋ เป็นคนรอบรู้ จะทำให้งานของ สอท.มีคุณภาพ ดี ยิ่งๆขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วท่านรอง ผบช.ท่านอื่น ก็เก่งๆ ทั้งนั้น ทีมที่จะอยู่ด้วยกัน ผมคิดว่าทุกคนจะช่วยเสริมกันได้อย่างดี 

    ในทีมของปีที่แล้ว ถึงแม้บางท่านจะไม่ได้อยู่ร่วมงานกันในปีนี้ หลายๆ ท่านก็มีความรู้ความสามารถเป็นอย่างดี

    ยกตัวอย่าง เช่น ท่านรองตุ้ม-วิวัฒน์ คำชำนาญ ปีนี้ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็น ผบช.เหมือนกัน แต่เป็น ผบช.ประจำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท่านก็เป็นคนที่มีความรอบรู้ในงานนี้ไม่ด้อยไปกว่าใครเลย

    เชื่อว่าท่าน ผบ.ท่านใหม่ ท่าน ผบ.สำราญ นวลมา คงจะมอบหมายงานให้พวกที่มีความรู้ ความสามารถ ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

    ไม่ว่าจะเป็นท่าน ผบช.ตุ้ม หรือท่าน ผบก.คนอื่นๆ ที่อาจจะคลุกคลี เคยทำงานอยู่ที่นี่ อาจจะกลับมารวมตัวกันที่ บช.สอท.อีกครั้งหนึ่ง เพื่อช่วยกันเอาการสั่งสมประสบการณ์ความรู้ ความสามารถมาพัฒนาหน่วยงานแห่งนี้ เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

    ผมเชื่อว่าเราเดินมาถูกทางแล้วล่ะ เพียงแต่ว่ารอต่อจิ๊กซอว์ ตัวเล็กๆ น้อยๆ อีกไม่น่าจะนาน งานชิ้นนี้น่าจะประสบความสำเร็จ แล้วคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี น่าจะค่อยๆ เบาบางลงไป จนอยู่ในระดับที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถควบคุมมันได้ ผมเชื่อว่าอย่างนั้นนะ น่าจะในเร็วๆ นี้

    “เราเดินมาถูกทางแล้ว…” 

    ครับ…นี่คือความเชื่อมั่นของ พล.ต.อ.สุรพล เปรมบุตร ที่กำลังส่งต่อความรับผิดชอบไปยังนายตำรวจรุ่นน้อง ผู้นำตำรวจไซเบอร์คนใหม่ คาดหวังว่าด้วยประสบการณ์ ทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง และการต่อจิ๊กซอว์ชิ้นส่วนที่เหลือให้สมบูรณ์

    อาชญากรรมทางเทคโนโลยีจะถูกกดดันให้อยู่ในระดับที่ตำรวจไทยจะสามารถควบคุมและปกป้องพี่น้องประชาชนได้อย่างเบ็ดเสร็จในอนาคตอันใกล้นี้

    เฮียเก๋30/9/69

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments