“พล.ต.ท.นพศิลป์” นำชุดสืบสวน ตม. “ขุดรากถอนโคน” ทลายรังสแกมเมอร์โอปป้า อ้างตัวเป็นอัยการระดับสูง มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 69พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม. นำกำลังตำรวจ ตม. กว่า 30 นาย ร่วมกับตำรวจเกาหลีใต้ บุกทลายรังสแกมเมอร์ชาวจีนและเกาหลีใต้ เข้าตรวจค้นฐานปฏิบัติการกว่า 3 จุดกลางกรุงเทพฯ จับกุมผู้ต้องหา 10 ราย แบ่งเป็นชาวสัญชาติจีน 2 ราย สัญชาติเกาหลีใต้ 8 ราย
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ตำรวจ ตม. ร่วมกับตำรวจเกาหลีใต้ จับกุม MR. LIM YONGKIL ชาวเกาหลีใต้ ข้อหาอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต (Overstay) เป็นบุคคลที่ทางการเกาหลีใต้ต้องการตัวในคดีฉ้อโกงประชาชน และมีข้อมูลเชื่อมโยงกับการพนันออนไลน์ ก่อนขยายผลพบข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์และการพนันออนไลน์ ที่มีทั้งชาวจีนและชาวเกาหลีใต้ร่วมกันก่อเหตุ
ตำรวจ ตม.ติดตามขยายผลมาเป็นระยะเวลากว่า 1 เดือน กระทั่งพบจุดต้องสงสัยกว่า 3 จุด ทั้งย่านลาดพร้าว ห้วยขวาง , วัชรพล–จตุโชติ , และรัชดา–พระราม 9พบชาวจีนและชาวเกาหลีใต้เข้าออกบริเวณดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 8–9 คนต่อวัน
ระหว่างการติดตาม ยังพบการขนย้ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ออกจากฐานเดิมไปยังบ้านหลังใหม่ที่ติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และมีคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์จำนวนมาก ลักษณะสอดคล้องกับฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์ ได้สะกดรอยติดตามกระทั่งพบว่า มีชาวจีนทำหน้าที่เป็นหัวหน้าตัวการใหญ่ จัดหาสถานที่ใช้เป็นฐานปฏิบัติการ ส่วนชาวเกาหลีใต้ทำหน้าที่เป็นแอดมินหลอกลวงเหยื่อ อ้างตัวเป็นอัยการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ก่อนหลอกให้โอนเงิน
จากการตรวจค้น จับกุมชาวเกาหลีใต้ 8 ราย ชาวจีน 2 พร้อมยึดคอมพิวเตอร์ 13 ราย โทรศัพท์มือถือ 21 ราย และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวม 51 รายการ เบื้องต้นพบผู้เสียหายชาวเกาหลีใต้จำนวนมาก มูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท ขณะนี้ตำรวจไทยและตำรวจเกาหลีใต้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน เพื่อขยายผลถึงผู้สั่งการ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และติดตามสมาชิกในเครือข่ายทั้งหมด
ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศ และควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ เพื่อรอส่งกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐเกาหลีต่อไป
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะเดินหน้าตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. โดยเพิ่มความเข้มในการสกัดกั้นคนต่างด้าวที่กระทำผิดหรือหลบหนีคดีเข้ามาในประเทศไทย ควบคู่กับการขับเคลื่อน 4 เสาหลัก คือ มั่นคงเชิงรุก ข้อมูลนำการปฏิบัติ ทลายเครือข่าย และบริการมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันภัยข้ามชาติตั้งแต่ต้นทาง พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ หากประชาชนพบเบาะแสคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งสายด่วน สตม. 1178 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

























