กองปราบเปิดปฏิบัติการ “ถอดสลักเมืองตรัง ตัดท่อเงินยา” รวบเพิ่ม 6 รายเครือข่ายยาเสพติดสั่งปาระเบิดทวงหนี้ ยึด-อายัดทรัพย์เครือข่ายแล้วกว่า 21 ล้าน เปิดเส้นทาง “ยาลง-ทองขึ้น” ผ่านพัสดุขนส่ง
เมื่อวันที่ 30 ต.ค.69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการพล.ต.ต. พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ. อนุสรณ์ ทองไสย รรท.ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.ทินกร มณีรัตน์, พ.ต.ท.กิติภูมิ ศรีแผ้ว รอง ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.ศรายุทธ จันซิว, พ.ต.ท.แดนรบ สมัยชูเกียรติ, พ.ต.ท.มนตรี สงคง สว.กก.6 บก.ป.
สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ บก.สส.ภ.9 และ กก.สส.ภว.ตรัง เปิดปฏิบัติการ “ถอดสลักเมืองตรัง ตัดท่อเงินยา” เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายหลายจุดใน จ.ตรัง
จับกุม น.ส.วิภาวี ฯ อายุ 28 ปี ,น.ส.วนิษา ฯ อายุ 22 ปี ,น.ส.หทัยรัตน์ ฯ อายุ 35 ปี , นายทักษิณ ฯ หรือไมค์ อายุ 30 ปี , นายกรกฎ ฯหรือเวฟ อายุ 26 ปี และ นายณัฐวัฒน์ ฯ หรือปอนด์ อายุ 25 ปี ตามหมายจับคดียาเสพติด,อาวุธปืนและระเบิด
พร้อมของกลางยาบ้า 874,692 เม็ด, เคตามีน 8 กก.,ปืนอาก้า (AK-47) 1 กระบอก, ปืนพกสั้น 2 กระบอก พร้อมกระสุนปืน,ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก พร้อมกระสุน 50 นัด , วัตถุระเบิดสังหารบุคคล Arges – 84 จำนวน 2 ลูก, เงินสด 2,828,430 บาท, รถยนต์ 5 คัน มูลค่ารวมประมาณ 1,700,000 บาท, ทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 38 บาท มูลค่าประมาณ 2,660,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดในครั้งนี้ ทั้งสิ้น 7,188,430 บาท และเจ้าหน้าที่ยังได้ดำเนินการอายัดบัญชีธนาคาร 3 บัญชี มีมูลค่ารวมประมาณ 13,000,000 บาท
สืบเนื่องจากในห้วงปี 2569 จังหวัดตรังเกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่บ้านเรือนประชาชนต่อเนื่องรวม 11 เหตุการณ์ จากการสืบสวนเชื่อว่าส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดของ นายสันติสุข หรือจริงผู้ต้องหาตามหมายจับในคดียาเสพติดและคดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย รวม 10 หมายจับ ปัจจุบันหลบหนีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน
จากการสืบสวนเชื่อว่าผู้สั่งการใช้ระเบิดเพื่อข่มขู่ทวงหนี้ค่ายาเสพติดและเพื่อแก้แค้นบุคคลที่มีความขัดแย้งส่วนตัว แต่ผลที่เกิดขึ้นจริงตกอยู่กับประชาชนในวงกว้าง บ้าน รถ และทรัพย์สินที่เสียหายหลายรายการเป็นของประชาชนและเพื่อนบ้านที่ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเลย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ กก.6 บก.ป. บก.สส.ภ.9 และ ภ.จว.ตรัง บูรณาการกำลังติดตามคนร้ายทุกเหตุ จับกุมได้แล้ว 10 ใน 11 เหตุการณ์ จับกุมผู้ต้องหา 25 ราย ศาลออกหมายจับผู้หลบหนีอีก 2 ราย ยึดทรัพย์สินและอายัดจากเครือข่ายนี้รวมแล้วกว่า 21.3 ล้านบาท ส่วน
วัตถุระเบิดที่ใช้เป็นระเบิดผลิตในต่างประเทศ ไม่ใช่ชนิดที่บรรจุประจำการในกองทัพไทย เชื่อว่าลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดระเบิดชนิดนี้อีก 2 ลูกได้ก่อนถูกนำไปก่อเหตุซ้ำ ระหว่างการจับกุมทีมปาระเบิดใส่บ้านพักในพื้นที่ อ.ย่านตาขาว
จากการหาความเชื่อมโยงในเหตุปาระเบิดเกือบทุกเหตุ พบว่า ผู้ลงมือเป็นเด็กหนุ่มในพื้นที่ซึ่งถูกว่าจ้างผ่านคนกลางต่อกันเป็นทอด ๆ หลายรายเป็นผู้เสพยาเสพติดที่ติดหนี้ค่ายากับเครือข่ายอยู่แล้ว จึงใช้หนี้ด้วยการรับงานก่อเหตุ ใช้รูปแบบ จ้างผ่านคนกลางและให้ค่าจ้างเพียงครั้งละ 10,000-20,000 บาท
ประกอบกับเจ้าหน้าที่สืบสวนเส้นทางการเงินและวิธีลำเลียงยาเสพติดของเครือข่ายตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 พบว่าเครือข่ายนี้ใช้บริการบริษัทขนส่งพัสดุเอกชนเป็นท่อลำเลียงทั้งขาเข้าและขาออก
โดยขาเข้า ยาเสพติดถูกส่งเป็นพัสดุจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือมาถึงผู้รับในจังหวัดตรัง ก่อนกระจายต่อให้ผู้ค้ารายย่อย ขาออก เงินค่ายาเสพติดที่ลูกน้องในเครือข่ายเก็บรวบรวมได้จะถูกนำไปซื้อทองคำแท่ง แล้วส่งเป็นพัสดุกลับขึ้นไปยังพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ เจ้าหน้าที่สกัดได้ทั้งสองทาง ทั้งพัสดุยาบ้าประมาณ 290,000 เม็ดและเคตามีน 8 กก. และทองคำแท่ง 26 บาท ตรวจยึดได้ที่ศูนย์กระจายสินค้าของบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก
นอกจากยาเสพติดและทองคำ ยังพบว่าวัตถุระเบิดที่ใช้ก่อเหตุถูกส่งผ่านช่องทางพัสดุด้วย ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของพนักงานขนส่งและประชาชนตลอดเส้นทาง สอบสวนผู้ต้องทั้ง 6 รายรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
พ.ต.อ.อนุสรณ์ กล่าวว่า การปฏิบัติครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร โดยเน้นการตัดต้นตอการผลิตและจำหน่าย การสกัดกั้นร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน และการยึดทรัพย์ผู้ค้ารายสำคัญ
ตลอดจนนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจตนารมณ์ของ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและองค์กรอาชญากรรมโดยใช้มาตรการทางทรัพย์สินตัดวงจรการกระทำความผิด เพราะการยึด “เงินยาเสพติด” ทุกบาท คือการตัดขีดความสามารถของเครือข่ายในการซื้อยาเสพติดล็อตใหม่ จ้างคนกระทำผิด และขยายอิทธิพลในพื้นที่




























