ตำรวจทางหลวงลำพูนรวบคาด่าน หญิงวัย 67 ขับรถสวมทะเบียน ปลอมอ้างลูกเขยให้เอามาใช้ พบประวัติมีหมายจับรับของโจรติดตัว
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.เกียรติพร สวัสดิเทพ สว.ส.ทล.2 กก.5 บก.ทล. , ร.ต.อ.แสงทัย วังสะปัญญา รอง สว.ส.ทล.2 กก.5 บก.ทล., ร.ต.อ.ภูเมศวร์ ศรีสว่าง ,ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ พรมอ้น,ร.ต.ท.วัชระ นาคแก้ว, ร.ต.ท.สุริยา ภุชทราคำ รอง สว.(ป.) ส.ทล.2 กก.5 บก.ทล., ด.ต.สุรพล เมืองมาหล้า, ด.ต.สัญญา สัญญวิชัย, ด.ต.กีรติพร ใจลังกา, จ.ส.ต.หญิงสุตากา เครือคำน้อย และ ส.ต.อ.เตชวัต ลีนาราช ผบ.หมู่ ส.ทล.2 กก.5 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุม นางจันทร์ฯ อายุ 67 ปี กระทำผิดฐาน 1. “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม” 2. “รับของโจร” ตามหมายจับศาลจังหวัดลำปาง
พร้อมด้วยของกลาง คือ 1. รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ MAZDA รุ่น MAZDA 2 สีดำ
2. แผ่นป้ายทะเบียน (ปลอม) 2 แผ่น 3. แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปี ปลอม 1 แผ่น
จับกุม ที่หน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงลำพูน ถนน ทล.11 กม.517 ต.ศรีบัวบาน อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 2 พ.ย.69 เวลา 12.30 น.
พฤติการณ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงลำปาง (ส.ทล.2 กก.5 บก.ทล.)ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร และป้องกันปราบปรามอาชญากรรม บริเวณหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงลำพูน มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ MAZDA รุ่น MAZDA 2 สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียน ฆด – 81xx กรุงเทพมหานคร ขับผ่านมามีลักษณะต้องสงสัยได้เรียกตรวจสอบ
พบ นางจันทร์ อายุ 67 ปี เป็นผู้ขับขี่ จากการตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถสวมทะเบียนของรถคันอื่น ติดแผ่นป้ายทะเบียนไม่ตรงกับทะเบียนของรถคันจริง โดยแผ่นป้ายทะเบียนรถที่ติดมากับรถนั้นเป็นป้ายที่ทำปลอมขึ้นมาทั้งหมด
เมื่อตรวจสอบแผ่นป้ายแสดงการชำระภาษี(ป้ายวงกลม)ที่ติดอยู่บริเวณกระจกหน้ารถ ก็พบว่ามีการทำปลอมขึ้นมาเช่นกัน โดยนำตัวเลขมาตัดแปะทับตัวเลขเดิมเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบจากฐานข้อมูลพบว่ารถคันดังกล่าวขาดส่งค่างวดมาแล้ว 19 งวด บริษัทเจ้าของกรรมสิทธิ์อยู่ระหว่างการติดตามรถคันดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถติดตามได้ จนกระทั่งตำรวจทางหลวงลำปางตรวจพบจากการสอบถามนางจันทร์ฯ ให้การว่ารถคันนี้เป็นรถของลูกเขยนำมาให้ตนใช้
จากการตรวจสอบข้อมูลยังพบอีกว่า นางจันทร์ฯเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดลำปาง ในข้อหารับของโจร อีกคดีหนึ่งด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งสภ.นิคมอุตสาหกรรม จว.ลำพูนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


























