ดับไฟใต้ต้องกระจายอำนาจ ‘พ.ต.อ.ทวี’ ชง โมเดล กทม. เสนอทางรอดสันติภาพชายแดนใต้ด้วยการ “กระจายอำนาจ” เลือกตั้งผู้ว่าฯ 3 จังหวัด ย้ำจุดยืน ประชาชาติเน้น สร้างคน-ไม่สร้างวัตถุ แฉประวัติศาสตร์บาดแผลทำคนมุสลิมเข้าสู่การเมืองถูกความรุนแรงทำร้าย
ณ พิพิธภัณฑ์เมืองยะลา (Museum of Yala City)
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และอดีตรมว.ยุติธรรม ขึ้นเวทีกล่าวปิดโครงการ “Youth Community Challenge Lab ออกแบบแนวทางแก้ปัญหาและพัฒนาโครงการโดยเยาวชน” สะท้อนปัญหาโครงสร้างการบริหารราชการ กระบวนการยุติธรรม และความล้มเหลวของการพัฒนาที่เน้นแต่วัตถุ ชี้ทางรอดเดียวที่จะนำไปสู่สันติภาพคือ “การกระจายอำนาจ”
เวทีดังกล่าวเป็นการรวมตัวของเครือข่ายเยาวชนและภาคประชาสังคม เพื่อระดมสมองหัวข้อ “ปัญหาด้านธรรมาภิบาลและการพัฒนาชุมชน”
มีตัวแทนพรรคการเมืองร่วมประชันวิสัยทัศน์ อาทิ นายสุไลมาน บือแนปีแน สส.พรรคประชาชาติ, ทนายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ตัวแทนพรรคกล้าธรรม และ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ตัวแทนพรรคประชาชน จ.สงขลา
พ.ต.อ.ทวี กล่าวบนเวทีว่า สังคมไทยโหยหาหลักธรรมาภิบาล และหลักนิติธรรม แต่รัฐกลับไม่ค่อยต้องการ เมื่อนำหลักนิติธรรมสากลมาจับ สิ่งที่แย่ที่สุดของไทยคือ “กระบวนการยุติธรรมทางอาญา” โดยเฉพาะด้านราชทัณฑ์ที่ได้คะแนนเพียง 0.25 จากคะแนนเต็ม 1 สะท้อนแนวคิดที่มองราชทัณฑ์เหมือนการเนรเทศคนไปอยู่อีกสังคมหนึ่ง
ในมิติด้านการศึกษา พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า จ.นราธิวาส มีสถิติเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา มากที่สุดในประเทศสูงถึง 50% ทำให้เยาวชนจำนวนมากต้องดิ้นรนไปศึกษาต่อในต่างประเทศ เช่น อียิปต์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย แต่กลับต้องเผชิญความยากลำบากเรื่องที่พักอาศัย
“ก่อนยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจ เคยมีการอนุมัติงบประมาณผ่าน ครม. ราว 80 ล้านบาท เพื่อสร้างหอพักให้นักศึกษาไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะนักศึกษาสตรีที่อยู่ลำบาก แต่ปรากฏว่าหลังจากการยึดอำนาจ เงินก้อนนั้นถูกนำไปทำเรื่องอื่นหมดเลย วันนี้เวลาผู้ใหญ่จากต่างประเทศมาเยือน เราไม่กล้าพูดเรื่องนี้เลย เพราะเขาอุตส่าห์ให้ที่ดินมาสร้าง นี่คือความเหลื่อมล้ำและวิธีการคิดของรัฐ” พ.ต.อ.ทวี กล่าว
พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ระบุว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่คนมุสลิมซึ่งหันมาทำงานการเมืองต้องเผชิญกับความรุนแรง พร้อมยกหน้าประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุค หะยีสุหลง ที่นำเสนอข้อเรียกร้อง 7 ข้อ แต่กลับถูกบังคับสูญหาย
รวมถึงอดีต สว.ฟัครุดดีน บอตอ ปัญญาชนมุสลิมผู้ก่อตั้งโรงเรียนดรุณศาสน์ ที่ตัดสินใจเข้าสู่การเมืองและถูกลอบยิงเสียชีวิต สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่า หากพื้นที่ยังไม่มีธรรมาภิบาลและหลักนิติธรรม จะยิ่งสร้างความขัดแย้งที่นำไปสู่การสูญเสีย
หัวหน้าพรรคประชาชาติ เน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาไฟใต้จะหนีไม่พ้นเรื่อง “การบริหารและการปกครอง” แม้ความยากจนหรือยาเสพติดจะมีทั่วประเทศ แต่สิ่งที่ทำให้ชายแดนใต้แตกต่างคือเรื่องอัตลักษณ์ ความเชื่อ และสิทธิในการจัดการตนเอง
“วันนี้ทางเดียวที่จะนำภาคใต้สู่สันติภาพคือการกระจายอำนาจ ลองคิดใหม่ๆ นำโมเดลกรุงเทพมหานครที่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ มาใช้กับ 3 จังหวัด เพื่อไม่ให้ถูกโจมตีว่าแบ่งแยกดินแดน หรือการปรับโครงสร้าง ศอ.บต. ให้เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นคนที่ประชาชนรู้สึกว่าเป็น ‘คนของเรา’ ไม่ใช่ ‘คนของรัฐ’ ที่ถูกส่งมา”
พ.ต.อ.ทวี วิพากษ์วิจารณ์โครงการพัฒนาของรัฐที่ผ่านมาว่า ล้มเหลวเพราะไม่ได้เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยยกตัวอย่างโครงการสร้างบ้านพัก 60 หลังในนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล ปะนาเระ ปัตตานี เพื่อให้ผู้เห็นต่างกลับมาอยู่อาศัย แต่กลับไม่มีใครมาอยู่จนบ้านพังเสียหาย
พร้อมสะท้อนคำพูดของคนในพื้นที่ว่า รัฐสร้าง “บ้านโจรกลับใจ แล้วใครจะไปอยู่” เนื่องจากรัฐ คิดตีกรอบให้พวกเขาไปอยู่ในวงจำกัด มองคนเป็นวัตถุ
นอกจากนี้ ยังวิจารณ์งบประมาณการสร้างโครงสร้างพื้นฐานว่า “เราสร้างถนนด้วยวิธีพิเศษมาเยอะ ไปดูถนนใน 3 จังหวัด เป็นถนนที่แย่ที่สุด เพราะมันมี ‘ทอนพิเศษ’ ทำให้ถนนเสื่อมเร็ว พรรคประชาชาติจึงมีเป้าหมายชัดเจนว่า ต้องสร้างคน ไม่ใช่ไปสร้างแต่วัตถุ เพราะการวัดความเจริญของประเทศ เขาวัดที่มันสมองและคุณภาพคน”
ในช่วงท้าย พ.ต.อ.ทวี ได้หยิบยกประสบการณ์จากการลงพื้นที่งานทอดกฐิน ณ วัดป่าไผ่ ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์บาดแผล โดยพบว่าในงานมีแต่ผู้สูงอายุ ไร้เงาคนหนุ่มสาว สะท้อนความล้มเหลวของโครงการ
“พอไปดูแล้วหดหู่ใจ เมื่อไม่มีเด็กเกิดใหม่ โรงเรียนจะทำอย่างไร บางโรงเรียนของรัฐมีนักเรียนเรียนอยู่คนเดียวแต่รัฐก็ยังอยากจะสร้างอาคารให้ ขณะที่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาที่เด็กเรียนเยอะมาก กลับไม่มีเงินสร้างอาคาร เพราะเวลางบมาจากรัฐ รัฐไม่ได้ฟังเสียงประชาชน
แนวทางหลังจากนี้คือต้องพยายามถ่ายโอนงานทั้งหมดมาอยู่กับท้องถิ่น ถ้าเรามีเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน ภาคใต้ต้องถึงเส้นทางของสันติภาพได้เสียที” พ.ต.อ.ทวี ระบุทิ้งท้าย

























