Tuesday, October 27, 2026
More
    HomeบันเทิงจากหนังGLADIATOR II - แกลดดิเอเตอร์ นักรบผู้กล้า ผ่าแผ่นดินทรราช 2

    GLADIATOR II – แกลดดิเอเตอร์ นักรบผู้กล้า ผ่าแผ่นดินทรราช 2

    ภาพยนตร์มหากาพย์อิงประวัติศาสตร์ Gladiator

    งานของผู้กำกับ “ริดลีย์ สก็อตต์” ที่ออกฉายในปี 2543 กวาดรายได้ถล่มทลายไปกว่า 465 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สูงสุดเป็นอันดับ 2 ในบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลก

    ส่งให้ “รัสเซลโครว์” ดังเป็นพลุแตก รวมถึงนักแสดงอื่น ๆ ก็ดังปังไปด้วยกัน

    ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 73 ถึง 12 รางวัล และคว้ามาได้ 5 รางวัล โดย 2 รางวัลใหญ่คือภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ซึ่ง “รัสเซล โครว์” ซิวรางวัลนี้ไป

    ความสำเร็จด้านรายได้ของ Gladiator ไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่ทำให้ผู้สร้างหนังสนใจทำภาคต่อ แต่เสียงเรียกร้องของผู้ชมก็เป็นส่วนสำคัญ

    และจริงๆ แล้วตอนจบของ Gladiator แม้นายพล “แม็กซิมัส เดซิมัส เมอริเดียส” รับบทโดย “รัสเซล โครว์” จะเสียชีวิตไป ก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ต่อยอดเป็นภาค 2

    ทว่าการมาของภาคต่อของ Gladiator กลับใช้เวลายาวนานถึง 24 ปี เรียกว่ามาช้าหน่อย แต่ก็มา! และยังเป็นงานจากฝีมือของผู้กำกับระดับตำนาน “ริดลีย์ สก็อตต์”

    ​

    Gladiator II หรือ “แกลดดิเอเตอร์ นักรบผู้กล้า ผ่าแผ่นดินทรราช 2”เผยความคืบหน้าจากภาคแรกต่อมาอีกหลายสิบปี

    เมื่ออาณาจักรโรมันผลัดแผ่นดิน มีจักรพรรดิฝาแฝดนาม “เกตา” (โจเซฟ ควินน์) และ “คาราคัลลา”(เฟร็ด เฮชิงเกอร์) ขึ้นปกครองราชย์

    พวกเขาไม่ได้ครองแผ่นดินโดยธรรม  แต่กลับเป็น “ทรราช” ที่ใช้อำนาจกดขี่ผู้คนจนเดือดร้อนลำบากไปทั่วทุกหย่อมหญ้า อหังการอยากบุกยึดดินแดนอื่นมาเป็นของตน

    สองแฝดพี่น้องได้บัญชาให้นายพล “อคาเชียส” รับบทโดย “เปโดร ปาสคาล” ไปบุกไล่ล่ายึดเอาบ้านเมืองคนอื่นมาเป็นของโรมัน และหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายก็คือ “นูมิเดีย” ดินแดนในทวีปแอฟริกา

    ​https://www.youtube.com/watch?v=-viglkT88cY&t=15s

    เมื่อข้าศึกเข้ามาประชิดเมือง ชาวนูมิเดียก็พยายามต้านทัพศัตรู แต่ก็แพ้พ่ายตกเป็นเมืองขึ้น บรรดาผู้ชายถูกจับเป็นเชลยศึกนำกลับไปยังกรุงโรม ให้เป็นทาสฝึกฝนการต่อสู้ในสังเวียนโคคลอสเซียม สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ที่ใจกลางกรุงโรม ศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิโรมัน

    ซึ่งหนึ่งในเชลยที่ถูกกวาดต้อนมาก็คือ “ฮานโน” สวมบทโดย “พอล เมสคัล” ชายหนุ่มที่มีภูมิหลังปริศนา แต่คั่งแค้น “อคาเชียส” ยิ่งนัก เพราะภรรยาสุดที่รักของต้องวายชนม์ไปด้วยลูกธนูของทหารกองทัพ “อคาเชียส”

    หลังจาก “ฮานโน” ถูกนำมายังกรุงโรม เรื่องราวก็เฉลยไปทีละเปลาะว่า “ฮานโน” ไม่ใช่คนแปลกหน้าต่างถิ่น

    แต่เขาคือ “ลูเชียส” โอรสของ “ลูซิลลา” (คอนนี นีลเซ่น) พระธิดาของจักรพรรดิมาคัส ออเรลิอัส อดีตกษัตริย์โรมันผู้ล่วงลับ และ “ลูซิลลา” ได้อภิเษกกับ “อคาเชียส” ซึ่งทำให้นายพลผู้เป็นวีรบุรุษแห่งโรม กลายสถานะเป็น “พ่อเลี้ยง” ของ “ลูเชียส” ไปโดยปริยาย

    นอกจากนี้หนุ่มผู้พลัดพรากจากมารดา ยังได้รับรู้ว่าบิดาที่แท้จริงของเขาคือใคร

    ​Gladiator II มอบความสนุกผ่านเนื้อหาแนว “การคืนสู่บัลลังก์ราชา” ของผู้ปกครองที่แท้จริง ที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคและบทพิสูจน์แบบปางตาย

    ภาพยนตร์ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็น Gladiator ที่ถูกนิยามว่านักสู้ที่มีอาวุธพร้อมมือ มาประฝีมือกันแบบ “ชนะก็อยู่-แพ้ก็ตาย” เพื่อสร้างความบันเทิงแก่ชนชาวโรมัน

    ฉากต่อสู้ในโคลอสเซียมจึงเป็น “ท่าบังคับ” ที่ต้องยิ่งใหญ่สมการรอคอย ซึ่งใน Gladiator II มีการเนรมิตฉากต่าง ๆ ไม่ว่าจะสมรภูมิรบทางน้ำ และการโรมรันในโคลอสเซียม ทำออกมาได้อย่างสุดตระการตา เสมือนว่า “กรุงโรม” คือสถานที่ที่ดลบันดาลอะไรให้เกิดขึ้นมาได้อย่างน่ามหัศจรรย์

    ​ส่วนนักแสดงฝีมือฉกาจฉกรรจ์อย่าง “เดนเซล วอชิงตัน” รับบท “มาครินัส” พ่อค้าผู้มั่งคั่งชาวโรมัน ก็ไม่เคยทำให้ผู้ชมผิดหวัง

    บทของ “มาครินัส”คือนายเงินที่ซื้อตัว “ฮานโน” มาเป็นทาส ให้ฝึกการต่อสู้และส่งลงฟาดฟันในโคลอสเซียม เป็นบทที่ เดนเซล เล่นได้สบายมือและสุดแพรวพราว เดาทางไม่ออก ว่าเบื้องหลังเบื้องลึกและจุดประสงค์ที่แท้จริงของตัวละครตัวนี้คืออะไร เป็นการแสดงที่หลอกล่อผู้ชมได้อย่างสนุก

    ดาราหนุ่มใหญ่ผู้มากด้วยรางวัลคนนี้ ยกย่อง Gladiator II ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาเคยแสดงมา

    เห็นชัด ๆ กับความทุ่มเทในโปรดักชั่น และปริมาณคนทำงาน ซึ่งงานของ “ริดลีย์ สก็อตต์” ไม่ได้มีคนแค่หลักร้อยในฉากต่อสู้ แต่สูงถึงหลักพัน และไม่มีม้าแค่ 20 ตัว แต่มีมากถึง 200 ตัว

    Gladiator ภาคแรกเป็นงานที่ยิ่งใหญ่อย่างไร้ข้อกังขา แม้จะมีเสียงวิจาณ์ว่าขาดความแม่นยำทางข้อมูลประวัติศาสตร์ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความบันเทิงลดลง และเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่อยู่ในใจของผู้ชมมากมาย

    การมาของ Gladiator II ก็จัดเต็มความบันเทิงแบบจุก ๆ ไม่พร่องความตระการตาของฉาก สื่อประเด็นของความเป็นนักสู้ที่คมคาย ปลุกพลังใจให้ฮึกเหิมโดยเฉพาะการสู้เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต

    เป็นการกลับมาที่สมราคาของ “ริดลีย์ สก็อตต์”!

    ​Blue Bird16/11/67

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments