สตม. บุกจับชายจีนวัย 47 ปี ผู้ต้องหาหมายจับคดีฉ้อโกง หลังร่วมแก๊งตุ๋นเงินลงทุนคริปโทฯ เสียหายกว่า 100 ล้านบาท แสบใช้พาสปอร์ตกัมพูชาอำพรางตัวกบดานบ้านหรูย่านบางละมุง ก่อนจนมุมคาบ้านพัก ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
วันที่ 23 ตุลาคม 2569พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. สั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ ก่อสกุล ผกก.ตม. จว.สมุทรปราการ, พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี, พ.ต.ท. คทายุทธ พึ่งเดช รอง ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ และ พ.ต.ท.กวิณวัชร์ อารยะสุริวงศ์ รอง ผกก.ตม.จว.ชลบุรี บูรณาการกำลังวางแผนสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาชาวต่างชาติรายสำคัญ
มอบหมายให้ ชุดปฏิบัติการ ตม.จว.สมุทรปราการ นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.สัญชัย แสนพันธ์ สว.ตม.จว.สมุทรปราการ ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการ ตม.จว.ชลบุรี นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.กิตติภัทร หงษ์ชูเวช สว.ตม.จว.ชลบุรี ออกสืบสวนสะกดรอยจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาเป็นชายสัญชาติจีน อายุ 47 ปี ตามหมายจับของศาลแขวงพระนครเหนือ ในข้อหา “ฉ้อโกง”
ผู้ต้องหามีพฤติการณ์แยบยล ด้วยการถือสองสัญชาติและสลับใช้หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) สัญชาติต่างๆ โดยเฉพาะการใช้พาสปอร์ตกัมพูชาอำพรางตัวตนในการเดินทางและพำนักอยู่ในประเทศไทยเพื่อหลบเลี่ยงการถูกติดตาม
ชุดสืบสวนได้เฝ้าสะกดรอยกระทั่งสืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้แอบมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวพร้อมหมายจับกุมตัวไว้ได้สำเร็จ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมากดำเนินคดี
สำหรับผู้ต้องหารายนี้ถูกกล่าวหาว่า ได้ร่วมกับพวกจัดตั้งขบวนการหลอกลวงชักชวนกลุ่มชาวจีนให้นำเงินมาร่วมลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอร์เรนซี) โดยสร้างโปรไฟล์น่าเชื่อถือและอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนในอัตราที่สูงมาก แต่เมื่อผู้เสียหายโอนเงินมาร่วมลงทุน กลับไม่มีการนำไปลงทุนจริงแต่อย่างใด ก่อนจะตัดช่องทางติดต่อหนีหาย รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นมากกว่า 100 ล้านบาท
ด้าน พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม.กำชับไปยังทุกหน่วยงานในสังกัด ให้เพิ่มความเข้มงวดในการเอกซเรย์และติดตามจับกุมชาวต่างชาติที่หลบหนีคดีเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มอาชญากรที่ถือครองหลายสัญชาติและสลับใช้หนังสือเดินทางเพื่อปกปิดตัวตน พร้อมย้ำเตือนว่าประเทศไทยจะไม่ใช่สวรรค์หรือสถานที่หลบซ่อนตัวของผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างแน่นอน

























