ปคบ.จ่อเชือดรายแรกบริษัทน้ำมันในอ่างทอง หลังพบขายน้ำมันเกินราคาให้ปั้มในจังหวัดใกล้เคียง ก่อนตรวจค้นบริษัทฯ นำน้ำมันส่งตรวจหากพบอยู่ในพิกัดที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตถูกดำเนินคดีแน่ ส่วนการตรวจปั้มในจ.สมุทรปราการ และอยุธยาไม่พบความผิด
วันที่ 19 มี.ค.69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ.พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ ผกก.(สอบสวน)ฯ รรท.ผกก.2 บก.ปคบ.ปคบ. พ.ต.ท.จำรูญ คำมา สว.กก.2 บก.ปคบ.
นำกำลัง ร่วมกับเจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดอ่างทอง และพาณิชย์จังหวัดอ่างทอง ตรวจสอบบริษัทจำหน่ายน้ำมัน ในพื้นที่ ม.4 ต.ตลาดกรวด อ.เมืองอ่างทอง
สืบเนื่องจากตำรวจ กก.2 บก.ปคบ.และพานิชย์สิงห์บุรี รับแจ้งว่าปั้มน้ำมัน ในจ.สิงห์บุรี ขายราคาสูงกว่าปกติ มาจำหน่ายให้กับลูกค้าประชาชน ลงพื้นที่สืบสวนตรวจสอบพบว่าปั้มน้ำมันดังกล่าว รับซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากบริษัทขายน้ำมัน ใน ต.ตลาดกรวด อ.เมืองอ่างทอง ไปตรวจสอบพบนายสินชัย อายุ 57 ปี ผู้จัดการคลังนำตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบ น้ำมันเชื้อเพลิงไวไฟน้อย (ดีเซล) บรรจุอยู่ในถังประมาณ 48,000 ลิตร , น้ำมันเชื้อเพลิงไวไฟมาก (แก๊สโซฮอล์ 95) บรรจุอยู่ในถังประมาณ 210,000 ลิตร และน้ำมันเชื้อเพลิงไวไฟมาก (แก๊สโซฮอล์ 91) บรรจุอยู่ในถังประมาณ 73,000 ลิตร รวมปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตรวจพบทั้งหมด 331,000 ลิตร รวมมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตรวจพบทั้งหมด 12,520,400 บาท
สอบถามพนักงานขายของบริษัทฯทราบว่า ขายน้ำมันดีเซลให้กับลูกค้าในเขตพื้นที่ จ. สิงห์บุรีและจังหวัดใกล้เคียงราคาลิตรละ 40.50 บาท เป็นราคาที่สูงกว่าปกติ เนื่องจาก บริษัทฯ ซื้อมาในราคาลิตรละ 39.50 บาท แต่เมื่อขอดูเอกสารการซื้อขายและเอกสารการชำระเงิน กลับไม่มีมาแสดง
เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำมัน เพื่อส่งตรวจสอบคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงที่กรมธุรกิจพลังงาน และส่งตรวจที่กรมสรรพสามิตเพื่อตรวจน้ำมันเชื้อเพลิงว่า อยู่ในพิกัดที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตหรือไม่ ถ้าพบความผิด จะดำเนินการตามกฎหมาย
นอกจากนี้ กำลังอีกชุด นำโดย พ.ต.ท.เนติรัฐ ไชยสถิตย์ สว.กก.2 บก.ปคบ.ร่วมกับหน่วยงานด้านพลังงาน พาณิชย์ และฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันใน จ.ปทุมธานี รวม 4 แห่ง ใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และในพื้นที่ จ.ปทุมธานี 5 แห่ง เพื่อป้องกันการกักตุนน้ำมัน เอาเปรียบประชาชน
การตรวจสอบครั้งนี้เพื่อตรวจเช็กปริมาณน้ำมันคงเหลือ ราคาจำหน่ายหน้า จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีการขึ้นราคาน้ำมัน รวมทั้งการกักตุนน้ำมัน แต่กลับพบว่าน้ำมันบางชนิด โดยเฉพาะ “ดีเซล” มีปริมาณจำกัด เนื่องจากการจัดสรรจากคลังน้ำมันลดลงจากเดิมประมาณ 30,000 ลิตร/วัน เหลือเพียงประมาณ 9,000 ลิตร/วัน ส่งผลให้บางช่วงเวลามีน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
พล.ต.ต. คงกฤช เผยว่า ตำรวจ ปคบ. จะยังคงเดินหน้าตรวจสอบเชิงรุกอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการกักตุนสินค้าและการเอารัดเอาเปรียบประชาชนโดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์โลกอาจส่งผลกระทบต่อด้านพลังงานและค่าครองชีพหลังการตรวจสอบได้กำชับผู้ประกอบการ ให้บริหารจัดการน้ำมันอย่างเป็นธรรม และเป็นไปตามนโยบายของภาครัฐ

























