คอมมานโดรวบ พ่อเลี้ยงหื่น อนาจารลูกเลี้ยงวัย 14 หนีรอดหวุดหวิด อ้างหน้าตายแค่เดินหาแมว-มีปากเสียงกันบ่อย
เมื่อวันที่ 2 ต.ค.69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผบก.ปพ. และ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ.นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.ปพ.
จับกุมตัว นายหัถพล หรือ หนุ่ม อายุ 32 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ลงวันที่ 30 ก.ย. 2569 ข้อหา “กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำต่อเด็กผู้อยู่ในปกครองหรือผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใด” จับกุมได้ที่หน้าบ้านพัก ต.หนองหงษ์ อ.พานทอง จ.ชลบุรี
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปี 2568 เด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ผู้เสียหายย้ายมาพักอาศัยอยู่กับมารดาและนายหัถพลซึ่งเป็นพ่อเลี้ยง ที่บ้านพักในพื้นที่ จ.ชลบุรี แม้ที่ผ่านมาภายในบ้านมักจะมีปากเสียงและข้อขัดแย้งระหว่างพ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยงอยู่เป็นระยะ แต่ก็ยังคงพักอาศัยอยู่ร่วมกันเรื่อยมา
จนกระทั่งเมื่อช่วงเดือน ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา ขณะที่เด็กหญิงเอ นอนพักผ่อนอยู่ในห้องพักเพียงลำพัง ผู้ต้องหากลับเปิดประตูห้องเข้าไปใช้กำลังบังคับขู่เข็ญ พยายามจะล่วงละเมิดทางเพศและกระทำอนาจาร แต่ผู้เสียหายดิ้นรนสุดชีวิตจนรอดพ้นมาได้ ด้วยความหวาดผวาเกรงว่าจะโดนก่อเหตุซ้ำ ไม่กล้ากลับบ้านและหนีไปขออาศัยอยู่กับเพื่อน ก่อนเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสภ.แห่งหนึ่งในจ.ชลบุรี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายหัถพล ได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ ต.หนองหงษ์ อ.พานทอง จ.ชลบุรี นำกำลังสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบนายหัถพล ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก จึงแสดงตัวพร้อมหมายจับเข้าทำการควบคุมตัวเอาไว้ได้
สอบสวนเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาอ้างว่า ในวันเกิดเหตุเพียงแค่เปิดประตูเข้าไปในห้องของลูกเลี้ยงเพื่อเดินตามหาแมวที่เลี้ยงไว้ เท่านั้น เมื่อพบแมวอยู่ภายในห้องจึงเกิดการพูดคุยและมีปากเสียงกันตามปกติ ยืนยันว่าไม่ได้มีการล่วงละเมิดหรืออนาจารลูกเลี้ยงแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่ถูกแจ้งความ เชื่อว่าเกิดจากความไม่พอใจที่ตนและลูกเลี้ยงมักมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยครั้ง จึงถูกกลั่นแกล้งแจ้งความ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การปฏิเสธของผู้ต้องหา เนื่องจากพยานหลักฐานและพฤติการณ์ในคดีค่อนข้างชัดเจน ควบคุมตัวนำส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ตำรวจสอบสวนกลาง ได้ฝากเตือนภัยสังคมว่า ภัยใกล้ตัวอาจเกิดขึ้นได้เสมอ แม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด หากพบการถูกคุกคามหรือพยายามล่วงละเมิด อย่านิ่งเฉยหรือคิดว่าเป็นเพียงเรื่องภายในครอบครัว ให้รีบหลบเลี่ยงไปอยู่ในที่ปลอดภัย แจ้งคนใกล้ชิดที่ไว้ใจได้ และขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพราะไม่มีใครมีสิทธิใช้กำลังหรือล่วงละเมิดร่างกายของผู้อื่นโดยปราศจากความยินยอม


























