”ผู้การนิกสืบภาค 1“ ขยายผลดักสกัดรถสิบล้อรวบหนุ่มนราคนขับ ขนบุหรี่ไฟฟ้าข้ามภาค 9.6 พันชิ้น อัดแน่นลังผลไม้บังตา มูลค่ากว่า 4 ล้าน
กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ดำเนินมาตรการเข้มงวดกวาดล้างสินค้าหลีกเลี่ยงภาษีและของต้องห้ามนำเข้าตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
วันที่13ต.ค.69 โดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รอง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี ผบก.สส.ภ.1 นำโดย พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1 และ พ.ต.อ.จรูญโรจน์ สุขไทย ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.1 สนธิกำลังร่วมกันสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายขนส่งบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่
ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.1 ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายณฐพล อินทราราม อายุ 44 ปี พร้อมพวกรวม 5 คน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ค้าลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ที่มีโกดังเก็บสินค้าอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ
ชุดสืบสวนได้ขยายผลเชิงลึกต่อเนื่อง จนทราบเบาะแสว่า มีการใช้รถยนต์บรรทุก ยี่ห้อฮีโน่ สีเขียว ทะเบียน 72 พระนครศรีอยุธยา ขนส่งลำเลียงบุหรี่ไฟฟ้าล็อตใหญ่จากพื้นที่จังหวัดนราธิวาสขึ้นมาส่งให้กับโกดังของกลุ่มนายณฐพล เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังติดตามสะกดรอยพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด
กระทั่งวันที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 21.10 น. ชุดจับกุมพบรถยนต์บรรทุกฮีโน่คันเป้าหมาย ขับขี่มาตามถนนสาธารณะ หมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) ตำบลบางโทรัด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ได้ส่งสัญญาณเรียกให้หยุดรถขอตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบ นายฮูไซฟี อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดนราธิวาส เป็นผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ให้นายฮูไซฟีนำตรวจค้นบริเวณท้ายกระบะบรรทุก ผลการตรวจค้นพบ บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง ยี่ห้อ 10000K และยี่ห้อ M BAR บรรจุอยู่ในกล่องขนาดใหญ่รวม 30 กล่อง รวมทั้งสิ้น 9,600 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าในตลาดประมาณ 4 ล้านบาท ถูกวางซุกซ่อนอยู่ด้านในและมีลังผลไม้ตั้งปิดบังอำพรางไว้หลบเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่
เบื้องต้นได้ตรวจยึดของกลาง รถยนต์บรรทุก โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายฮูไซฟี ในความผิดฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง หรือเป็นของนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกอากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560”
ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางโทรัด จ.สมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลหาตัวนายทุนเบื้องหลังต่อไป

























