กราบป้ายรร.เสธ.ทบ.ทวงหนี้เพื่อน

3498

“สารวัตรชิน” ก้มกราบป้ายโรงเรียน เสธ.ทบ.วอนขอพบเพื่อนทวงเงินโกงค่าตัดชุดตำรวจ 5.2 ล้านบาท

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 12 มี.ค. พ.ต.ต.วุฒิพงษ์ ตั้งมหากิจศิริ สว.ฝ่ายการฌาปนกิจสงเคราะห์ บก.สก. หรือ “สารวัตรชิน” เดินทางไปที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ถนนพระราม 5 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม.

จากนั้นก้มกราบป้ายด้านหน้าโรงเรียน ก่อนและเรียกร้องความเป็นธรรมกับผู้บังคับบัญชาทหารผ่านสื่อ

หลังทราบว่า พ.ต.ธงธน ทหารสังกัด พล.ร.9 จ.กาญจนบุรี เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 45 คู่กรณีพิพาทในเรื่องฉ้อโกงค่าตัดเครื่องแบบตำรวจ มูลค่า 5,200,000 บาท มาเข้ารับการอบรมหลักสูตรเสนาธิการทหารบกวันนี้

พ.ต.ต.วุฒิพงษ์ กล่าวว่า กลางเดือนธันวาคม 2560 พ.ต.ธงธน และ น.ส.รภากัญ ภรรยาร่วมกันชักชวนและหว่านล้อมให้ตนหาลูกค้ามาตัดชุดตำรวจที่ใช้ผ้ากากี สนว.01 ที่มีเนื้อผ้าและสีเหมือนกับผ้าที่ได้รับพระราชทาน

ทั้งคู่ร่วมกันหลอกลวงว่า มีโควตาผ้ากากี สนว.01 จำนวน 100,000 หลา ตัดชุดตำรวจได้ 5,000 – 7,000 ชุดต่อเดือน ใช้แม่บ้านในค่าย พล.ร.9 จำนวน 200 กว่าคนในการตัดเย็บ ลูกค้าจะได้รับชุดภายใน 30 – 45 วันนับแต่วันวัดตัวลูกค้า มีการชวนเชื่อด้วยว่าคุณภาพของชุดตำรวจที่ลูกค้าจะได้รับนั้น จะมีคุณภาพดี

ตนเห็นเป็นเพื่อนร่วมเรียนกันมา และทหารเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ได้ช่วยประชาสัมพันธ์หาลูกค้าให้ เพราะเห็นว่าราคาถูกกว่าร้านอื่น และได้รับสินค้าเร็วกว่าร้านอื่นมากๆ เนื่องจากขณะนั้น ชุดเครื่องแบบตำรวจ ร้านอื่นขายชุดละ 2,000 ขึ้นไป และได้อย่างเร็วสุดประมาณเดือนเมษายน 2561

ขณะนั้น พ.ต.ธงธน กับภรรยา ให้ตนเรียกเก็บเงินมัดจำจากลูกค้ามาก่อนชุดละ 1,000 บาท มีข้าราชตำรวจสนใจติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมากกว่า 150 หน่วย

เมื่อมีการนัดวัดตัวลูกค้า จะเก็บเงินมัดจำค่าชุดก่อน โดยตนโอนเงินค่ามัดจำให้แก่ น.ส.รภากัญฯ ภรรยา พ.ต.ธงธน ทั้งหมด รวมเป็นเงิน 5,200,000 บาท

เมื่อถึงกำหนดรับชุด พ.ต.ธงธน กลับไม่ส่งให้ มีการขอเลื่อนหลายครั้ง และหลายเดือน กระทั่งตนและลูกค้าพากันกดดันจน พ.ต.ธงธน ยอมตัดชุดส่งมาล็อตหนึ่ง

แต่ล็อตนั้นส่วนใหญ่จะใส่ไม่ได้ แถมใช้ผ้าผิดประเภท วัสดุที่นำมาตัดด้อยคุณภาพที่สำคัญไม่ใช่ผ้ากากี สนว.01 ตามระเบียบ ทำให้ลูกค้าที่รับชุดล็อตดังกล่าวต้องส่งคืน

เมื่อมีการบอกกันปากต่อปากลูกค้าที่จ่ายเงินมัดจำมาแล้วกว่า 5,000 ราย ขอยกเลิกแจ้งความประสงค์ขอรับเงินคืน ตนพยายามทวงถามไปที่ พ.ต.ธงธน และภรรยากลับติดต่อไม่ได้และหายหน้าไป ทำให้ตนตกเป็นจำเลยในหมู่เพื่อนตำรวจ

“ตัดสินใจกับผู้เสียหายหลายราย เข้าแจ้งความดำเนินคดีฐานร่วมกันฉ้อโกง กับ พ.ต.ธงธน และภรรยา เอาไว้ก่อนหลายท้องที่ เพื่อหาทางเจรจาทวงเงินคืนมาให้ได้

แต่คู่กรณีนิ่งเฉย ตนทำหนังสือร้องเรียนไปที่ผู้บังคับบัญชาทางทหารทั้งสำนักนายกรัฐมนตรี กองทัพบก กระทรวงกลาโหม หน่วยงานต้นสังกัด พล.ร.9 และที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก 13 ครั้ง แต่ไม่มีความคืบหน้า ไม่มีแม้แต่การตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ

วันนี้ตัดสินใจมาตามหาเพื่อนที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก เพราะรู้ว่าเพื่อนกำลังศึกษาอยู่ที่สถาบันแห่งนี้ แต่มีผู้บังคับบัญชาระดับพันเอก ออกมาแจ้งว่า จะติดต่อประสานงานให้พูดคุยกันภายหลัง

ได้แจ้งไปแล้วว่า ภายในสัปดาห์หน้าตนและผู้เสียหายจะปรึกษาทนายเพื่อเข้าฟ้องร้องต่อศาลให้ดำเนินการกับ พ.ต.ธงธน และภรรยา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใดๆ ต่อไป” พ.ต.ต.วุฒิพงษ์ กล่าว.