กองปราบฯจับ2คดีตามหมายจับข่มขืน-ฉ้อโกง

223

วันที่ 10 ต.ค. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป.พ.ต.ต.พิทยา ธนาวุฒิ สว.กก.5 บก.ป.

จับกุมนายประสิทธิ์ชัย อายุ 26 ปี ข้อหาพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร และกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี จับได้ที่บริเวณ ถ.บรมราชชนนี แขวงอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย

สืบเนื่องจากวันที่ 31 ม.ค. 2563  ขณะนายประสิทธิ์ชัย ยังประกอบอาชีพเกษตรกร อยู่ในพื้นที่ ต.สิงห์โคก อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด

ได้ข่มขืน ด.ญ.อุ้ม (นามสมมติ) อายุ 12 ปี น้องสาวของเพื่อนสนิท โดยอาศัยช่วงที่เด็กอยู่บ้านลำพัง ทำทีเข้าไปหาพี่ชายของเด็ก อ้างว่าให้มาขนย้ายไก่ชนที่เลี้ยงไว้หลังบ้าน ไปไว้โรงนา

แต่เมื่อไปถึง นายประสิทธิ์ชัย ใช้กำลังบังคับข่มขืน แต่เด็กดิ้นต่อสู้ขัดขืน จนหนีรอดออกมาได้ แจ้งความไว้ที่สภ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด กระทั่งถูกจับกุมได้
สอบสวนให้การปฏิเสธ นำตัวส่ง สภ.เกษตรวิสัย ดำเนินคดี

อีกคดีพล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป.พ.ต.ต.กิตติภพ ทองเพชร สว.กก.3 บก.ป.

นำกำลังจับกุมนายอภิรักษ์ อายุ 75 ปี ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง จับได้ที่วัดแห่งหนึ่งใน ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น

หลังจากมีผู้เสียหายร้องเรียนว่า ได้รู้จักพระอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ปปง.ปลอมตัวเป็นสายลับแฝงตัวหาข่าวในพื้นที่

ทั้งยังอ้างอีกว่ารู้จักสนิทสนมกับนายพลทหารระดับสูงหลายนาย สามารถฝากเข้ารับราชการทหารได้ แต่ต้องมีค่าดำเนินการหลักแสนบาทให้กับนายพล

ผู้เสียหายมีลูกชายเกิดหลงเชื่อนำเงินมาให้ จนเวลาผ่านไปแต่ลูกชายยังไม่ถูกเรียกตัวเข้ารับราชการ ทวงถามได้รับคำตอบว่าต้องเสียเงินอีก ผู้เสียหายเห็นความผิดปกติ เข้ามาร้องเรียนดังกล่าว

จากการสืบสวนหาเบาะแสทราบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์เป็นนักต้มตุ๋นหลอกหลวงมาหลายพื้นที่ เมื่อปี 2551 ได้ก่อเหตุพื้นที่ภาคเหนือ จ.พิจิตร ช่วงปลายปี 2558 ถึงต้นปี 2559 ได้ก่อเหตุพื้นที่ จ.อ่างทอง

ต่อมาหนีไปจำพรรษาที่วัดใน จ.ขอนแก่น แต่ยังคงหลอกลวงบุคคลให้หลงเชื่อว่าเป็นพระด็อกเตอร์ จบการศึกษาด้านกฎหมายจากต่างประเทศ

เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับสำนักงานกฎหมายหลายแห่ง รู้จักและสนิทสนมกับผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่าน เจ้าหน้าที่จึงจับกุมได้ดังกล่าว สอบสวนให้การรับสารภาพ นำตัวส่ง สภ.เมืองอ่างทอง ดำเนินคดีต่อไป