Tuesday, June 18, 2024
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันกองปราบฯ-ศุลกากรทลายจุดตั้ง Simboxและ STARLINK ครั้งใหญ่ตัดวงจรแก๊งคอลเซนเตอร์

    กองปราบฯ-ศุลกากรทลายจุดตั้ง Simboxและ STARLINK ครั้งใหญ่ตัดวงจรแก๊งคอลเซนเตอร์

    บิ๊กก้อง แถลงผลตำรวจกองปราบร่วมศุลกากร ทลายจุดตั้ง Simbox และ STARLINK ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยึดซิมบอกซ์ พร้อมเครื่องส่งสตาร์ลิ้ง ตัดวงจรภัยคุกคามออนไลน์

    เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 พ.ค.67ที่ ห้องประชุมชั้น 2 บก.ป. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ,พ.ต.ท.นพรัตน์ คำมาก รอง ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจากเครือ รอง ผกก.4 บก.ป. นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากรพร้อมด้วยตัวแทนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ สำนักงาน กสทช.

    ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการทลายจุดตั้ง Simbox และ STARLINK ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังกระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องหา 7 ราย แบ่งเป็น ชาวเวียดนาม 3 ราย คือ นายเควือง ทิน บุย (MR. QUANG THIN BUI ) อายุ 35 ปี นายดาร์ เควือน ดอง (MR. DANH QUYEN DUONG) อายุ 35 ปี นายวานา เหงียน อายุ 47 ปี (MR. VANANH NGUYEN) และ ชาวเมียนมาอีก 4 ราย

    ยึดของกลางเป็นเครื่อง Simbox 102 เครื่อง , เครื่องรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านระบบดาวเทียม หรือ Starlink 134 เครื่อง , ซิมการ์ดเกือบ 50,000 ชิ้น , พร้อมอุปกรณ์กระจายสัญญาณ เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงอีกหลายรายการ

    เป้าหมายสำคัญจุดแรกอยู่ที่โกดัง ในพื้นที่ หมู่ 8 ต.ไผ่ต่ำ อ.หนองแค จ.สระบุรี หลังสืบทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ ผลการเข้าตรวจค้นพบอุปกรณ์ซิมบ็อกซ์ 6 เครื่อง เครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตและกล้องวงจรปิด  ได้ตรวจยึดไว้ พร้อมควบคุมตัวชายชาวเวียดนามได้ 3 คน

    1 ใน 3 อ้างว่าเป็นผู้จัดหาห้องเช่าและขอติดตั้งอินเตอร์เน็ตตามจุดต่าง ๆ ซึ่งได้รับว่าจ้างจากบุคคลอื่น ส่วนอีก 2 คนอ้างว่าเป็นเพียงแค่ลูกจ้าง ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้กระทำความผิดทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

    ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป. ได้ร่วมกับกรมศุลกากร  เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายหลายจุดทั่วประเทศก่อนสามารถตรวจยึดเครื่อง STARLINK 4 เครื่อง อุปกรณ์ Sim box หรือ GSM Gateway 96 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 18 เครื่อง ,จอแสดงผล 24 เครื่อง ซิมการ์ดต่างประเทศ (ฮ่องกง) ประมาณ 27,019 ชิ้น

    หลังจากได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า มีการนำเข้าเครื่อง STARLINK 21 เครื่อง และซิมการ์ดจำนวน 4 หมื่นกว่าซิม จากหลายประเทศ เข่น เยอรมัน สหรัฐอเมริกา ฟิบิปปินส์ ฮ่องกง ไต้หวัน และไทย เขื่อว่าซิมเหล่านี้ถูกนำมาใช้หลอกผู้เสียหายในประเทศนั้นๆ รวมทั้งต้องสงสัยว่าอาจจะถูกนำไปใช้ใน การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จึงจัดกำลังลงพื้นที่ขยายผลสืบหาเบาะแสก่อนนำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายต้องสงสัยจนนำมาซึ่งการตรวจยึดของกลางได้ดังกล่าว

    นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ป. ยังได้นำกำลังเข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย เป็นบ้านพักในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ผลการตรวจค้นพบอุปกรณ์ขยายสัญญาณ,อุปกรณ์ต่อพ่วงเครื่องมือรับส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต วิทยุสื่อสารเครือข่ายข้าราชการ กว่า 30 เครื่อง  พร้อมคุมตัวชาวเมียนมาจำนวน 4 คน ได้ในบ้านพักจากการสอบปากคำ ทำให้ตำรวจสันนิษฐานว่าของดังกล่าวเตรียมถูกส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อใช้ในฐานของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์

    พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ใช้ประเทศไทยเป็นฮับในการสั่งของและขนส่งอุปกรณ์ การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการการจับกุม Simbox ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย หากใช้งานเต็มระบบสามารถโทรพร้อมกันได้ 32,00 เบอร์ในเสี้ยววินาที หรือวันหนึ่งได้นับล้านเบอร์และโทรได้ต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ เชื่อว่าฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่เนื่องจากไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ  ต้องอาศัยอินเทอร์เน็ตจากประเทศไทย  ที่ผ่านมาได้พยายามเจรจากับโอเปอเรเตอร์ในการยกเลิกการส่งสัญญาณหรือลากสายไปยังประเทศเพื่อนบ้านซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

    ทำให้กลุ่มคอลเซ็นเตอร์หันมาใช้ Starlink  เป็นระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมทดแทน แต่ต้องใช้จำนวนหลายเครื่องเพื่อให้สัญญาณเกิดความเสถียร

    ทั้งนี้เครื่อง Starlink กสทช.ยังไม่อนุญาตให้นำเข้ามาในประเทศไทย ส่วนที่ตรวจพบเขื่อว่าน่าจะนำส่งไปยังประเทศที่เป็นแหล่งที่ตั้งของแก๊งตอลเซ็นเตอร์ นำไปใช้ในการหลอกลวงผู้เสียหาย

    ด้าน นายพันธ์ทอง กล่าวว่า ตามนโยบายของ รัฐบาลและนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้กับศุลกากรมีความเข้มงวดในการตรวจสอบสิ่งของนำเข้ามาในประเทศที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงโดยกรมศุลกากรได้ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อตรวจสอบสินค้าที่นำเข้าประเทศไทย อย่างละเอียดแม้จะเป็นสินค้าที่ไม่ผิดกฎหมาย เช่น ซิมการ์ด

    แต่เมื่อในกรณีดังกล่าว มีการตรวจพบการนำเข้าซิมการ์ดที่มีจำนวนมาก และมีชื่อผู้รับผู้ส่งและปลายทางบริเวณตะเข็บชายแดนของประเทศไทยจึงได้มีการประสานไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อเข้ามาตรวจสอบจึนเกิดการจับกุมและขยายผลต่อไป

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments