คนหนึ่งเป็นไฟ อีกคนต้องเป็นน้ำ

1552

 

  จากลูกสาวคนโตของครอบครัวที่มีพ่อเป็นทหาร ค่ายบดินทร์เดชา จ.ยโสธร แม่เป็นครู ทำให้ชีวิตวัยเด็กอยู่ในกรอบการเรียนรู้อย่างมีวินัย กระทั่งจบปริญญาตรีการบัญชี จากราชมงคลนครราชสีมา ด้วยความที่หัวดี ทำให้ผ่านการสอบเข้าหน่วยงานราชการได้หลายหน่วยงาน

และตอนนี้ หนูหนึ่ง-นภาวรรณ เพ็ชรรักษ์ เจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่ง จ.จันทบุรี เดินทางชีวิตมาถึงจุดที่เป็นภรรยาสาวคนสวยของพันตำรวจตรีวิทวัส เพ็ชรรักษ์ สารวัตรตำรวจทางหลวงจันทบุรี และเป็นแม่ของลูกชายวัยกำลังน่ารักน่าชัง 2 คน คนโต 5 ขวบ ส่วนคนเล็ก เพิ่งคลอดได้ 1เดือนกว่า                                                                   

ตั้งเป้าชีวิตเป็นข้าราชการ

เจ้าตัวเล่าว่า  ก่อนนี้สอบได้หน่วยงานราชการหลายที่ เพราะด้วยความที่อยู่ในครอบครัวรับราชการ เลยมองงานราชการไว้ก่อน เพราะอย่างน้อยก็มีสิทธิ สวัสดิการ ที่ดีกว่าเอกชน จะช่วยดูแลเราได้ถ้าวันหนึ่งเรามีครอบครัว สามารถที่จะเบิกได้ ตัวเราเองก็รักษาพยาบาลฟรี เลยมองหางานราชการ แล้วเริ่มหาสอบ จากใช้วุฒิ ปวส.ในการสอบ กพ.พอสอบผ่านก็เหมือนเป็นใบเบิกทาง พอผ่าน ภาค ก.  เราก็หาสอบภาค ข. ตามหน่วยงานต่างๆ สอบไว้หลายๆที่ หน่วยงานไหนที่เปิด แล้วเรามีวุฒิที่สามารถสอบได้ จะสอบในทุกๆ ที่ตอนนี้ ก็ทำงานที่ขนส่ง ทำงานมาได้ 6 ปีแล้ว ตำแหน่งเจ้าพนักงานขนส่ง จ.จันทบุรี  

น้ำมันเถื่อน-บุพเพฯชักนำพบหนุ่มใต้

ส่วนเส้นทางบุพเพสันนิวาสก่อนมาร่วมหอลงโลงกับสารวัตรหนุ่มทางหลวง สาวยโสธรเล่าว่า  ก่อนนี้หนูทำงานที่สรรพสามิต จ.ร้อยเอ็ด แล้วไปอบรมเกี่ยวกับภาษีสรรพสามิต  ส่วนตัวพี่ตั้ม ทำงานอยู่ชุดปราบปรามน้ำมันเถื่อน เลยได้ปรึกษากันเรื่องงาน ตอนนั้นพี่ตั้ม ยศ ร.ต.ท.เป็นตำรวจน้ำ แต่ตอนแรกไม่รู้ว่าเขาเป็นตำรวจ เพราะแต่งนอกเครื่องแบบ

แรกๆไม่ชอบเพราะมองตำรวจไม่ดี

พี่เขา ก็เข้ามาคุยด้วย บอกจะขอปรึกษาเรื่องน้ำมัน เรื่องภาษีอะไรอย่างนี้ ตอนแรกก็คุยกันเรื่องงาน แล้วเขาก็ขอเบอร์โทร.แล้วก็โทร.มาหา โทร.มาเรื่อยๆ ตอนที่เรารู้ว่าเขาเป็นตำรวจ ตอนมาจีบใหม่ๆ ด้วยความที่เราไม่ชอบตำรวจ ด้วยความที่ว่า เขาจะพูดถึงตำรวจไม่ดี เหมือนตอนเด็กๆ จะมีคนบอกว่าเดี๋ยวให้ตำรวจมาจับ ก็จะมองตำรวจไม่ดี คือตำรวจเหมือนเป็นอาชีพที่มีต้นทุนต่ำ อย่างที่ใครๆ บอกแล้วเราก็อยู่ในครอบครัวทหาร เราก็ไม่ชอบตำรวจอยู่แล้ว แต่เขาก็พิสูจน์ตัวเองกับคุณพ่อ คุณแม่ และกับเรา ทำให้เราเห็นว่าเขาก็เป็นตำรวจที่ดีคนหนึ่งเลยคบกัน

ลองใจฝ่ายชายสารพัดวิธี

ตอนที่พี่เขามาจีบ ด้วยความที่เราอยากพิสูจน์ ว่ามาจริงๆ หรือแค่เล่นๆ ก็หลอกเขา จะพาไปหาพ่อกับแม่ เราก็บอกว่าที่บ้านทำนานะ เราเป็นลูกชาวนา พอพี่เขาไป เราก็พาเขาไปที่ทุ่งนาแถวบ้านมีกระต๊อบ แล้วมีคนแก่อยู่ ก็ให้เขาไปที่นั่น แล้วหนูก็ลงจากรถ ไปสวัสดีคุณยาย ทั้งๆที่ไม่รู้จักกันบอกว่าเป็นแม่ เขาก็ตามลงไป สวัสดี หนูก็เลยขำ แล้วบอกว่าหนูแกล้ง จากนั้นถึงพาเขาไปบ้านจริงๆ                                                                  

อึ้ง-เจอพ่อฝ่ายหญิงเช็ดปืนหน้าบ้าน

พอไปถึงบ้าน   เป็นจังหวะที่พ่อกำลังขัดปืน เช็ดปืนยาวอยู่หน้าบ้าน หนูก็เลยบอกว่าหลังนี้ แต่พอเขาเห็นพ่อนั่งขัดปืนอยู่ เขาก็ตีไฟเลี้ยว ขับเลยออกไปเลย ไม่กล้าเข้าบ้าน  ขับเลยไปจอดหน้าปากซอย แล้วก็ถามว่าใช่จริงๆ ใช่มั้ย ก็บอกว่าใช่ เขาก็บอกว่าขอทำใจก่อน แล้วเขาก็ตกใจ ก็ไม่เป็นไร ตอนที่หลอกเขา พราะต้องการลองใจ ดูว่าเขาจะลงไปไหม เขาก็ลงไปสวัสดีคุณยายกับหนู โดยที่เขาไม่ได้รู้จัก หนูก็ไม่ได้รู้จัก

ขับรถ สมุย-ยโสฯ เดือน2ครั้งซื้อใจพ่อตา

ด้วยความที่พี่เขาอยู่สมุย เขาก็จะขึ้นมาหาเราบ่อย คือจะมาเดือนหนึ่ง 2 ครั้ง ดูบ่อยเกิน จนนึกว่าเขาไม่ได้เป็นตำรวจจริงๆ เพราะเราก็ทำงาน ไม่คิดว่าเขาจะมีเวลาว่าง ระยะทางที่มันไกลด้วย แต่เขาก็ขับรถมา จะมาเย็นวันศุกร์ แล้ววันอาทิตย์กลับ พ่อก็ใจอ่อน เพราะเขาให้เกียรติเรา ให้เกียรติครอบครัวเรา เวลาเขามา เขาก็รักพ่อกับแม่เรา เหมือนเวลาจะออกไปทานข้าวข้างนอก เขาจะให้เราพาพ่อแม่ไปด้วย ส่วนแม่ จากที่ไม่ชอบตำรวจ แม่บอกว่าให้ดูดีๆ เหมือนโบราณว่าไว้ รถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตำรวจ ก็จะบอกให้ดูดีๆ

พิษศรรักคบปีเดียวแต่ง

จนตอนที่เขาอยู่สมุย มีวันหนึ่ง เขาบอกว่า เขาจะขึ้นมาหาที่โคราช ตอนนั้นหนูทำงานอยู่ที่โคราช นี่คือจุดเริ่มต้น ก็คบกันเร็ว คบกันแค่ปีเดียวก็แต่งงานเลย เพราะด้วยความที่เขาก็เข้าหาพ่อกับแม่ ก็ไปหาที่บ้าน เขาขอแต่งงาน เขาก็ขอกับพ่อ คิดว่าเขาเป็นคนดี ก็เลยตัดสินใจแต่งงาน  เราก็ไม่ได้มีใครด้วย แต่งปี 2555

ลูกคนแรก-ยังทำงานอยู่คนละที่

ตอนที่แต่งงาน ตอนนั้นเปลี่ยนงานจากสรรพสามิต ไปอยู่ในตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี รพ.มหาราชนครราชสีมา เปลี่ยนงานบ่อย เพราะความที่ว่าเราอยากเรียนรู้งานด้านอื่นด้วย แล้วอีกอย่างหนึ่งคือ มองถึงเรื่องครอบครัว เพราะว่าตอนที่ย้ายไปอยู่ รพ.ปี 2555 ตัวพี่เขามาอยู่กรุงเทพฯเป็นตำรวจทางหลวง มอเตอร์เวย์ เราก็คลอดน้อง เลยต้องการมาอยู่เป็นครอบครัว เลยลาออกจาก รพ.แล้วก็ไปสอบได้ที่ขนส่งเมื่อปี 2556 ของกรมการขนส่งทางบก ก็ปักหลักอยู่กรุงเทพฯ มาสร้างครอบครัวกันที่กรุงเทพฯ



ภรรยาติดอบรม สามีขอโชว์เลี้ยงเดี่ยว

ตอนที่มีลูก  ตอนนั้นเป็นเจ้าหน้าที่การเงินอยู่ รพ.มหาราชนครราชสีมา   แล้วลูกยังอยู่กับหนูที่โคราช ก็เลยเหมือนให้คุณพ่อ คุณแม่เอามาเลี้ยงด้วย ส่วนตัวสารวัตรเขาอยู่กรุงเทพฯ ก็จะเป็นคนมาหาเราที่โคราช บางทีหนูต้องขึ้นเวร เก็บเงินดึก ก็จะเอาลูกไปด้วย ลูกเล็กเราก็เลี้ยงลูกเอง เขาจะวีดีโอคอลมาช่วยเลี้ยงลูกด้วยตลอด จนพอลูกคนโต ได้ 6 เดือน ต้องไปอบรมที่นครนายก 2 สัปดาห์ หนูขอเอาลูกกลับไปให้พ่อกับแม่เลี้ยง เขาเลยบอกว่า อยากลองเลี้ยงดูเองก่อนได้มั้ย เพราะเหมือนกับเขาก็ติดลูกเหมือนกัน เลยให้เอาลูกไปอยู่กับเขา กลายเป็นว่า เขาสามารถเลี้ยงลูกได้ เขาทำให้เราเห็นว่าเขาสามารถดูแลเด็กเล็กได้ เลยให้ลูกอยู่กับเขาที่กรุงเทพฯ                                                

เพื่อชีวิตครอบครัว ใช้ความหัวดีสอบได้ขนส่ง

พอดีกรมการขนส่ง เปิดสอบ พี่เขาก็บอกว่า น้องลองสอบมั้ย ถ้าสอบได้ จะได้มาอยู่ด้วยกัน ก็เลยไปสอบตรงนั้น พอได้ ก็เลยได้ไปใช้ชีวิตที่กรุงเทพฯ ด้วยกัน เรื่องสอบนั้นก็ด้วยความที่เราก็อ่านหนังสืออยู่ตลอด ก็เลยเหมือนกับเราก็พอจะเข้าใจแนวทางของข้อสอบ ก็สอบติดที่กรุงเทพฯ หลังจากนั้น ยังมีหนังสือจากหน่วยงานอื่นๆ เรียกมาเรื่อยๆ เราก็บอกว่า เราไม่เปลี่ยนแล้ว เราพอใจที่จุดนี้แล้ว ช่วงนั้นสอบติดหลายที่มาก มี ปปช. ปปง.ปรมาณู ก็เยอะ คือจำไม่ได้ แล้วก็มีเจ้าท่า คือเยอะมาก ไปสอบมาหมดเลย อะไรเปิดหนูไปหมดเลย ก็ได้หมด เพราะตั้งใจอ่านหนังสือ ด้วยความที่เหมือนเราเป็นเด็กความจำสั้น เลยต้องอ่านเยอะๆ ก็จะจด จะเขียน จะท่องจำ

ท้อง 2 ขอย้ายไปขนส่งจันทบุรี

ตอนตั้งท้องน้องคนที่ 2 พี่ตั้มเป็นสารวัตรตำรวจทางหลวงจันทบุรี หนูทำงานขนส่งที่กรุงเทพฯ แล้วเหมือนกับภาวะครรภ์ ไม่ค่อยแข็งแรง มีภาวะแท้งคุกคาม มีเลือดออก เพราะด้วยความที่เราอยู่กรุงเทพฯ อยู่ในส่วนของใบอนุญาต ต้องติดต่อประชาชนตลอด ทำให้ไม่ค่อยได้พัก เลยจะขอย้ายมาอยู่ที่จันทบุรีด้วยกัน เพราะมองว่า พอลูก 2 แล้ว ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ รับส่ง 2 คน ไม่ไหว  ก็ทำเรื่องย้าย ตั้งแต่คนเล็กอยู่ในท้องได้ 5 เดือน แต่ก็เพิ่งจะได้ย้ายมา เมื่อตอนปีใหม่

ชี้เป้ารถตู้โดยสารวิ่งเกิน90 ให้สามีไล่จับ 

พอตอนนี้หนูมาอยู่ที่ขนส่งจันทบุรี พี่ตั้มเป็น สว.ทางหลวง จะปรึกษาเรื่องงานตลอด เพราะความที่งานเหมือนต้องจอยกัน เหมือนทำงานใกล้เคียงกัน เลยได้คุยกันเรื่องงานเยอะขึ้น โดยเฉพาะหลังจากกรมการขนส่งทางบก เพิ่มมาตรการความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ ให้ติดตั้งระบบ GPS เพื่อติดตามและความคุมความเร็วรถ กำหนดให้ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 90 กม./ชม. หากรถคันใดใช้ความเร็วเกินที่กำหนด ระบบจะแจ้งเตือนไปที่ศูนย์ GPS ของจังหวัด ในส่วนที่หนูรับผิดชอบ จะส่งข้อมูลให้กับพี่ตั้มสกัดจับรถตู้โดยสารที่วิ่งเร็วเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ในช่วงที่ผ่านมา สำนักงานขนส่งจังหวัดจันทบุรี คือหนู และตำรวจทางหลวงจันทบุรี พี่ตั้ม ได้ประสานงานกันตลอด ทำให้มีผลการบังคับใช้กฏหมาย และการควบคุมรถโดยสาร สาธารณะมีผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม                                

ช่วยสามีดูแลสวัสดิการลูกน้อง

ตอนนี้พี่เขาเป็นสารวัตร เราก็เข้าไปช่วยดูแลเรื่องการดูแลลูกน้องในเรื่องสวัสดิการ เหมือนที่พี่เขาตัดชุดตำรวจให้ ก็เหมือนลูกน้องเขา จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ เหมือนเห็นว่าเขามีค่าใช้จ่ายต่างๆ เยอะแล้ว ส่วนที่เราพอจะดูแลได้เราก็จะดูแล แบบนี้ หรือพาไปทำบุญ แบบนี้ ก็สนิทสนมกับครอบครัวของลูกน้องพี่เขาในระดับหนึ่ง ตำรวจทางหลวงจะมีประมาณ 30 คน ก็รู้จักกัน

เริ่มช่วยงานชมรมแม่บ้านบช.ก.

 พอพี่เขามาอยู่ทางหลวง ตั้งแต่ปี 2555 หนูก็เข้ามาช่วยงาน แม่บ้านตำรวจเพราะทางพี่กบ-ภรรยารองหม่อม-มล.สันธิกร รองผู้การทางหลวง ชักชวนเข้ามา เริ่มจากตรงนั้น ก็คือตอนนั้นพี่ตั้ม ยังเป็น รอง สว.อยู่ จังหวะที่เราอยู่กรุงเทพฯ เลยสะดวกมาช่วยงาน ของชมรมสมาคมแม่บ้านตำรวจสอบสวนกลาง ไม่ได้มีตำแหน่งอะไร เราจะอยู่ในส่วนของชมรมฯ แต่ว่าถ้าเวลามีงานใหญ่ ก็ไปร่วม

หลักชีวิตคู่ คนหนึ่งเป็นไฟ อีกคนต้องเป็นน้ำ

ถึงตอนนี้ แต่งงานกันประมาณ 6 ปี แล้ว หลักการประคองชีวิตคู่ คือถ้าคนหนึ่งเป็นไฟ คนหนึ่งก็ต้องเป็นน้ำ แต่ส่วนใหญ่แล้วหนูจะเป็นไฟ ทะเลาะกันส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใจกันมากกว่า เหมือนกับมีเรื่องงานเข้ามาด้วย บางทีเราคุยกันเรื่องงานมาก แต่งานของเขากับงานของเรา บางทีมันก็เครียด เราก็ไม่รู้ เหมือนเราจะไปคุยเล่น เขาก็อารมณ์ไม่ดี เลยทะเลาะ แต่ก็แค่งอนๆ กันก็จบด้วยการที่เขามาขอโทษ ไม่ว่าเราจะถูกหรือผิด แต่เขาก็จะมาขอโทษ ถ้าวันไหนเขาไม่มาขอโทษก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไง

เป็นเมียตำรวจต้องอดทน

ตอนนี้ก็มาทำงานที่จันทบุรีด้วยกัน ก็เป็นห่วงเหมือนกัน เวลาที่เขาไปทำงาน ไปตั้งด่าน บางทีเขาบอก ต้องขับรถไล่ เราก็ห่วง เพราะมันอันตราย จะบอกให้เขาระวังตัว ก็คิดจะบอกกับเด็กๆ รุ่นหลัง ที่มีแฟนเป็นตำรวจ ว่าอยากให้อดทน นิยามสั้นๆ คือ เป็นเมียตำรวจต้องอดทน อดทนทุกๆ อย่าง อดทนต่อสิ่งยั่วยุทุกๆ อย่าง ทางอารมณ์และจิตใจ แต่เขาไม่มีเรื่องผู้หญิงนะ เราก็ไม่มีใครมาจีบ แต่เขาเป็นคนขี้หึง ก็ต้องประกาศตัวชัดเจน ว่าแต่งงานมีลูก 2 คนแล้ว                  

ค่ะ….หลักครองชีวิตคู่ทุกครอบครัวเหมือนกันหมด คนหนึ่งเป็นไฟ อีกคนต้องเป็นน้ำ

ขวัญดาว14/4/61

                                                     _