ครูอุ้ม-พล.ต.ต.ภาสกร สถิตยุทธการ

7873
พี่อุ้ม ครูอุ้ม หรือบิ๊กอุ้ม แล้วแต่คนในสถานะไหนจะเรียก
 
แต่เป็นคนเดียวกับ พล.ต.ต.ภาสกร สถิตยุทธการ นายพลป้ายแดงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่งสมนาคุณให้  ก่อนเกษียณอายุราชการในเดือนต.ค.63 นี้
 
ผู้การอุ้ม  เชี่ยวชาญเรื่องอาวุธปืนอย่างหาตัวจับได้ยาก ผ่านการฝึกหลักสูตรสำคัญทางยุทธวิธีหลายอย่าง
อาทิ การไปฝึกที่เชก กับหน่วยปฏิบัติการพิเศษของเชก ซึ่งเป็นแชมป์โลกยิงสไนเปอร์   ไปยิงปืนตำรวจโลก ก็ได้ที่ 14  หลักสูตรซีเครทเซอร์วิส หรือหน่วยรักษาความปลอดภัยประธานาธิบดี ได้ไปเรียนถึง 3 ครั้งฯลฯ
 
คุณวุฒิคุณสมบัติน่าจะได้เป็นนายพลตั้งนานแล้ว แต่บุคลิกวาจาโผงผางแต่จริงใจ เลยไม่รู้ไปสะดุดอะไรใครบ้าง
อย่างไรก็ตาม ต้องขอแสดงความยินดีกับพี่อุ้มในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ยศชั้นนายพลนี้ด้วยครับ
 
วันนี้มาอ่านประวัติคร่าวๆเส้นทางสีกากีชีวิตก่อนเกษียณฯของพี่อุ้ม ที่ผมได้รับเกียรติได้นั่งคุยและบันทึกไว้เมื่อปลายปีที่แล้วกันครับ
สถิตยุทธการ ตระกูลตำรวจ-ทหาร
“ผมเป็นคนกรุงเทพฯ เรียนโรงเรียนราชินีบน ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึง ป.4 มีผู้ชายด้วยสมัยนั้น แล้วไปเรียนต่อที่ สาธิตประสานมิตร ทั้งประถมและมัธยมจบ มศ.5 ที่สาธิตประสานมิตรเข้าเตรียมทหาร 21เทียบเท่า นรต.37 แล้วขึ้นเหล่าพร้อมรุ่น 38 เตรียมทหาร 22
สำหรับนามสกุลสถิตยุทธการ คือคุณปู่ ผม พล.อ.หลวงสถิตยุทธการ เป็นทหาร แล้วคุณพ่อผม พล.ต.ต.สกล สถิตยุทธการ แล้วถึงจะเป็นอาผู้ชาย อาสกันต์ พล.อ.สกันต์ สถิตยุทธการ คนสุดท้ายคือ พ.ต.อ.ธีรยุทธ สถิตยุทธการ น้องชาย…”นายตำรวจกูรูปืนเริ่ม
 
แรงบันดาลใจเป็นตำรวจเพราะพ่อ
แรงบันดาลใจเป็นตำรวจ ได้จากคุณพ่อ  เห็นตั้งแต่เด็กๆ ผมอยากเป็น ตชด.ผมบอกกับพ่อตั้งแต่แรก  ถ้าเข้าตำรวจได้ อยากเป็น ตชด.
กระทั่งสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้ ก็ตกจาก 38 ไปอยู่รุ่น 39 เลยมีเพื่อนเยอะเลย เพราะจริงๆ ผมเตรียมทหาร 21 นรต.38 แล้วก็มาจบพร้อม นรต.39 มีเพื่อนมีน้องเยอะ
 
ใช้ชีวิตตำรวจป่า6ปี5เดือน              
จบปี 2529  ไปอยู่ ตชด.เขต 3 อุบลฯ พอเขาแบ่งส่วนราชการ ตชด. ลงมาอยู่สุรินทร์ อยู่ได้ไม่เท่าไหร่ ท่าน พล.ต.ต.ดิเรก สงคศิริ ผู้การ ตชด.สมัยนั้นนะ รุ่น 15 เอาผมมาเป็นนายเวร ก็อยู่กับท่านมา ผู้การ ตชด.ภาค 2 ภาค 1 แล้วท่านไปเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2
แต่ผมไม่ได้ตามท่านไป มาอยู่ชุดเคลื่อนที่เร็ว ปี 2535 พฤษภาทมิฬ  อยู่เรื่องม็อบ อยู่ ตชด.6 ปี 5 เดือน ย้ายไปอยู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
 
เข้าร.ร.นรต.ปรับหลักสูตรยิงปืน
ขึ้นเป็น สว.กิจกรรมนักเรียน มันไม่ตรงทาง ผมชอบบู๊ ชอบฝึก เลยขอท่านเหมราช ธารีไทย ขอย้ายมาอยู่ในส่วนการฝึกยิงปืน ผมถนัด ก็ได้ย้ายไปปรับหลักสูตรยิงปืนนักเรียน ปรับท่าทางการยิง เอาปืนอัตโนมัติเข้าไปสอนในโรงเรียน วิ่งไปขอสรรพาวุธ ไปขอเปลี่ยน
 ผมมองในอนาคตว่า ปืนพกกึ่งอัตโนมัติจะต้องไปไกล เพราะ 1.ลูกมันเริ่มดกขึ้นๆ เดิมแค่ 7-8 นัด เดี๋ยวนี้ดกขึ้นเป็น 15 นัด ปัจจุบันนี่ 20 นัดแล้ว ก็มองเห็นตรงนี้ ก็เลยปรับหลักสูตร
สอนลูกศิษย์นรต.46-54           
แล้วก็ไปดูงานที่อเมริกา ที่เยอรมัน บ้าง ที่ออสเตรีย บ้าง ตอนเป็น สว.แล้วกลับมานั่งเขียนหลักสูตร มานั่งปรับ แล้วท่านณรงค์ ทรัพย์เย็น กลับมาจากเอฟบีไอพอดี โยนตำราให้ผมปึ้งหนึ่ง

ตอนนั้นท่านเป็น ผกก.6 ฝ่ายปกครอง ดูแลเรื่องการฝึกอยู่ในโรงเรียนนายร้อย ผมก็มานั่งแปล มันตรงกับที่ผมคิด เลยเอามานั่งเขียนใหม่ เป็นหลักสูตรให้นักเรียนนายร้อยตำรวจตั้งแต่ปี 2536 น่าจะเป็น นรต.รุ่น 46-48 เป็นลูกศิษย์ คือตั้งแต่รุ่น 46 ไล่มาเลยจนถึง 54  

ขึ้นรองผกก.อารักขาบุคคลสำคัญ
อยู่มา 5 ปี 9 เดือน ขึ้นเป็น รอง ผกก.อารักขาบุคคลสำคัญ และรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ บช.น. ดูเรื่องขบวนเสด็จฯ คือครั้งหนึ่งในชีวิตขอรับใช้พระองค์ท่านสักครั้ง อยู่ 12 ปีเลย มีเว้นนิดหนึ่ง ตอนปี 2549 หรือ 2550 มาเป็น รอง ผกก.สายตรวจ 191สักเกือบๆปี

แล้วมาเป็น ผกก.อยู่ในบก.191 ไม่ได้คุมอรินทราช แต่เป็นครูฝึกให้นเรศวร 261ระหว่างนั้น อรินทราช กับนเรศวร เขาเรียนเหมือนกัน ฝึกด้วยกัน
ผมไปสอนเรื่องการยิงปืน หลักพื้นฐานการยิงปืน การใช้อาวุธ แต่ไม่เข้าไปก้าวก่าย หรือยุ่งเกี่ยวกับระบบการต่อสู้ของเขา เพราะเขามีระบบการต่อสู้ของเขาต่างหาก
 
เคี่ยวตำรวจโรงพักให้เป็นหัวกะทิ
หลักยุทธวิธี  แบ่งด้วยกัน 2 ส่วน ส่วนหนึ่งจะเป็นของโลคัลโปลิศ หรือตำรวจโรงพัก อีกส่วนหนึ่งเป็นของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ผมจะเน้นว่าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ คนมาเยอะแล้ว หมายความว่าเขาต้องเคี้ยวจากตรงนี้มา
ผมก็คิดว่า ผมวางรากฐานจากตำรวจพวกนี้ไม่ดีกว่าเหรอที่อยู่เป็นแสน เพื่อที่จะคัดหัวกะทิ มาลงในจุดนี้ ก็มีหลายคนที่ไปสอนแล้วขอย้ายมา ตชด.ขอมาฝึก  เพราะมันมีความสูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ของตำรวจทั่วไป
 
ร่วมทีมพัฒนายุทธวิธีตำรวจ
ส่วนตอนนี้ ยุทธวิธีตำรวจ งานยิงปืน อะไรต่างๆ ผมเป็น1คนในการช่วยกันพัฒนา ยิงปืนประจำปีของ ตร.เดิมยิงระบบ เอ็นไอเอ คือช้า เร่ง เร็ว หุ่น คือช้าก็จับปืนยกขึ้นไปยิงช้าๆ 10 นัด ใช้เวลา 5 นาที แล้ว 5 นัด 10 วิ 5 นัด 20 วิ แล้วก็เป้าหุ่นคน
มันเป็นเบสิกของยูซ่อมสหรัฐอเมริกา สมัย 30-40 ปี หรือจะ 60 ปีแล้ว ผมมานั่งดูเมื่อหลายปีแล้ว ว่าน่าจะปรับ เพราะเอาไปต่อสู้กับคนร้ายไม่ได้
พอดีท่านสมชาย มิลินทรางกูร ปี 2536 ท่านคิดหลักสูตรยิงฉับพลันตามสัญชาตญาณ  ผมเป็นลูกมือเขียนระบบการยิงปืนให้ แล้วผมจับตัวนี้ยาวมาตลอด ในระบบการยิงปืน ตร.
เอาระบบไอดีบีเอฝึกยุทธวิธีตำรวจ            
ตร.จะมียิงปืน 3 ส่วน คือ 1.ยิงปืน ระบบ N.R.A. 2.ยิงปืนเล็กยาว 200 หลา 3.ก็ยิงระบบ I.P.T( instinctive pistols training)หลังสุดมาเนี่ยผม ก็ เพิ่มลูกซองเข้าไปในระบบยิงต่อสู้
ผมคิดมาตั้งแต่แรกแล้วระบบนี้ ของอเมริกา หรือของอะไร มันดี เหมาะสำหรับเราในการที่จะใช้ เลยเอาเข้ามาจับก็เป็นระบบต่อสู้ I.D.B.A เอาเข้ามา เปลี่ยนสถานการณ์ไปเรื่อยๆ มีสถานการณ์จำลองไปเรื่อยๆ เพราะว่าตำรวจ ต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ
จำลองสถานการณ์ให้ตำรวจยิงสู้
ผมจะเอาเคสสตัดดี้ต่างๆ มาตั้งสถานการณ์ ให้ตำรวจได้ยิง ถ้าตราบใดที่คุณยังยิงแต่เป้ากระดาษที่ยังไม่เคลื่อนที่ หรือเป้าที่ไม่สามารถยิงต่อสู้เราได้ แล้วยังยิงไม่โดน เราก็เป็นตำรวจที่ดีไม่ได้ ในการต่อสู้ ต้องฝึกให้หนัก เพื่อที่จะไปช่วยเหลือประชาชน ผมคิดอย่างนั้น
 
ผบ.ตร.ใช้ไปอยู่ใน ส.ยิงปืน
ตอนนี้ท่าน ผบ.ตร.ให้ผมอยู่ในคณะทำงาน ดูแลเรื่องสมาคมยิงปืนแห่งประเทศไทย แต่ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับสมาคมฯ ให้ ไปดูนักกีฬา โรดทูโตเกียว โรดทูปารีส เพื่อที่จะให้ไปให้ถึงจุดนั้น กกท.ท่านแต่งตั้งให้ท่าน ผบ.ตร.เข้ามาเป็นคณะทำงาน
ท่าน ผบ.มองเห็นว่า อุ้ม มันเคยยิงปืนระบบนี้ ยิงสากลมาก่อน เลยให้มาช่วยดู เรื่องนักกีฬา ต้องการอะไร แทคติคเป็นยังไง ก็ช่วยโค้ชอีกรอบหนึ่ง ตรงไหนที่จะพัฒนาได้ก็พัฒนา ตรงไหนที่นักกีฬาต้องการ ผมก็เป็นตัวประสานเชื่อมต่อให้ท่าน ผบ. ทั้งเรื่องกระสุน  เบี้ยเลี้ยงต้องเต็มที่ ไม่มีการหัก
 
ดูงานS.W.A.T.Challenge โลก             
อย่างการฝึก แต่ละครั้งตามภาค ทั้งระบบสากล ทั้ง นปพ.ในส่วนของการแข่งS.W.A.T. Challengeเมื่อปีที่แล้ว ท่านให้ผมไปดูที่ดูไบ ที่เขาแข่ง มีทั้งหมด 23 ประเทศ  
ท่านบอกว่าไอ้อุ้ม ไปดูว่าเขาแข่งกันยังไง แล้วเอามาลองปรับดูซิว่าเราสู้เขาไหวมั้ย ทัดเทียมเขามั้ย มันมีอยู่ด้วยกัน 16 สถานี ผมก็ไปลอกมาทั้งชุด แล้วเอามาเพิ่ม ใส่ไว้ที่ศูนย์ฝึกตำรวจภูธรภาค 4 เพิ่มอีกเป็น 18 สถานี แล้วมาปรับ
 
รับS.W.A.T. ไทยสู้ต่างชาติได้
 ในส่วนที่แข่ง S.W.A.T. Challenge  โคราช ที่หนองสาหร่าย ผมเป็นคณะกรรมการผู้สังเกตการณ์ ไปดูว่า มันโอเค.มั้ย ไปได้มั้ย เราก็พัฒนาขึ้นไปในระดับที่สู้ต่างชาติได้
เพราะท่านเอาแต่ละคน แต่ละหน่วยที่เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษจริงๆมาคัดให้เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ที่มีพละกำลัง มีประสิทธิภาพ ในการใช้อาวุธที่เป็นสเปเชี่ยลเวปอนจริงๆ แทคติคจริงๆ ในการใช้ตรงนี้
 
ให้ทั่วประเทศได้แลกเปลี่ยนความรู้              
มีทั้งท่านไพฑูรย์ มณีอินทร์ ผกก.ชาตรี และมีน้องเอ็ม(ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง)ช่วยกันทำ ทั้งนเรศวร ทั้งอรินทราช เอามารวมกันทั้งหมด พอแข่งแล้ว ก็ยังไม่ได้เอามารวมกัน แต่ต่างคนต่างแลกเปลี่ยนความรู้กัน อย่างเช่น บางหน่วยไปเรียนจากประเทศต่างๆ บางหน่วยมีต่างชาติเข้ามาสอนให้
ทำให้มีการแลกเปลี่ยนเทคนิค แทคติคกัน แต่กว่าจะให้เขาโน้มเข้ามาหากันได้ ต้องให้เขาละลายพฤติกรรม แล้วเอาความรู้มารวม เพื่อที่จะให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
ชุดพิเศษเก่งเพราะ1ปี ฝึก300วัน             
ขณะนี้ นเรศวร เป็นหนึ่งเดียว แล้วฝึกซ้อมตลอด เห็นได้จากตั้งแต่ปี 2526 ไล่มา การปฏิบัติงานของนเรศวร ก็ดี หรืออรินทราช ก็ดี ความผิดพลาดแทบจะเป็นศูนย์ การบาดเจ็บต้องมีบ้างในการต่อสู้ เพราะมันเป็นกระสุนจริง ระเบิดจริง
แต่ในการทำงาน  ในการฝึกให้หนัก แต่ก่อนฝึกเยอะ 12 เดือน ฝึกสัก 10 เดือน เฉลี่ยแล้วแทบจะฝึกทุกเดือน วันพักหรือวันหยุดจริงๆ ตีสัก 2 เดือน 365 วัน ฝึกสัก 300 วันเข้าไปแล้ว มันถึงเก่ง
บิ๊กแป๊ะทุ่มงบทั้งฝึกทั้งอาวุธ             
ผบ.จักรทิพย์ให้งบประมาณในหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ค่อนข้างเยอะ ทั้งอาวุธปืน ยุทโธปกรณ์ การฝึกทั้งหลาย เน้นย้ำมาก
แล้วท่านจะซีเรียสมาก ถ้าใครมาตบตา มาหลอกท่าน ซึ่งหลอกไม่ได้ ท่านเองจบจากเอฟบีไอ มา ท่านก็หน่วยปฏิบัติการพิเศษมาก่อน ผมเองก็ซีเครทเซอร์วิส มา ก็รู้จัก มันก็ต้องเรียนในระดับไฮขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง  ผ่านเบสิกขึ้นมา
 
สร้างนักเรียนตำรวจให้ต่อยอดได้          
ตอนนี้ผมมองในการที่จะฝึกตำรวจว่าจะทำยังไง คนเกือบ 2 แสนคน ที่ทำงานอยู่ใน ตร.ขณะนี้ การฝึกหรือการพัฒนามีค่อนข้างจะน้อย เพราะ 1.งบประมาณ 2.คน สบายเกินไป
ผมหันมามองว่า เราควรฝึกจากในโรงเรียนสร้างคนให้มีอุดมการณ์ มีความคิด มีพัฒนาการด้านจิตใจในการที่จะเป็นตำรวจ เบ้าหลอมเขาตรงนี้ เมื่อดีแล้วเมื่อเขาออกไป  จะได้ไปต่อยอดของเขา เขาได้มองเห็น แตกกิ่งก้านสาขาออกไปได้อีก
 
ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก
ถ้าผมเอาคนที่เป็นตำรวจมาแล้วมาฝึก ผมต้องสอนเขาหนักกว่าคนที่ยังไม่เปิดตัว คือพวกนี้ บางทีอาจจะมีคำพูดบางคำพูดที่แสลงใจคือ ไอ้ที่เรียนมาในโรงเรียนทิ้งไปเถอะ เชื่อกูแล้วตามกู อ้าว ผมสอนในลักษณะด้านยุทธวิธี หลักการและเหตุผล ทำไอ้นี่เพราะอะไร แล้วมันถึงไปถึงจุดหมายได้ แล้วเราปลอดภัย
 
วินาทีนี้ ออฟฟิศเชียลเทคนิคอล การรอดพ้นภยันตรายของตำรวจ ผมเรียนสมัยแรกๆ เลยเดี๋ยวนี้มันแปลงไปเรื่อย ปรับตามสถานการณ์ เพื่อที่จะให้เขาตามโลกภายนอกทัน
 
ยูทูปได้แต่โชว์ไม่รับผิดชอบผู้ปฎิบัติ           
เปิดยูทูป มันก็ไม่ 100% แต่ละคนไปสอนในยูทูป ไม่ได้รับผิดชอบในชีวิตของผู้ที่ไปปฏิบัติ   เราก็ต้องเอายูทูปมากรอง เอาหลักต่างๆ มากรอง เหมือนที่เอฟบีไอ ที่มีหน่วยๆหนึ่ง มากรองเหตุการณ์ต่างๆ แล้วทำเป็นเคสสตัดดี้ ให้เขาฝึก
มั่นใจผลิตนักเรียนตำรวจน้ำดีได้
ถ้าผมอยู่ตรงนี้ ผมสามารถที่จะทำให้นักเรียนที่จบไปเป็นตำรวจที่ดี มีอุดมการณ์ในการทำงาน มีการฝึกที่ดี ใช้สมอง หลักการ และเหตุผลให้เกิดความเชื่อมั่น ศรัทธา ให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในตัวเขา
เขาเองก็มีความเชื่อมั่นในตัวเขา และเชื่อมั่นในหลักการ ให้ประชาชนศรัทธา ในการเป็นตำรวจของเขา และก็เชื่อได้ว่าตำรวจสามารถคุ้มครองประชาชนได้ ต้องสร้างกระบวนการตรงนี้
 
ห่วงตำรวจเก่ายิงแต่ปืนลูกโม่
ตอนนี้เท่าที่ดู ท่าน ผบ.มีความเป็นห่วงหรือดูในส่วนของตำรวจโรงพัก เวลาเผชิญเหตุ อย่างแรกเลยคือ
1.การใช้อาวุธปืน เพราะตำรวจที่จบไปต้องบอกว่าเป็นช่องว่าง ที่ไม่เคยเรียนปืนพกกึ่งอัตโนมัติ เพราะสมัยก่อน ตำรวจยิงแต่ปืนลูกโม่ ไม่เคยยิงปืนพกกึ่งอัตโนมัติ แล้วพอปืนดังกล่าวเริ่มบูมตั้งแต่ปี25262537ตำรวจยังไม่มีหลักสูตร
เสริมความรู้นสต.ภาค4เรียนกม.
2.สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือเขาเอาความคิดของเขา ไม่ได้เดินตามหลักการ และเหตุผล เดินตามความคิด มันน่าจะเป็น มันน่าจะใช่ นี่คือสิ่งที่ผมเป็นห่วง รู้ไม่จริง ในการทำงาน กฎหมายต้องเป๊ะ กฎหมายต้องดี
ขณะนี้โรงเรียนภาค 4 ได้จับมือกับมหาวิทยาลัยศรีปทุม ให้นักเรียนได้เรียนกฎหมาย ด้านนิติศาสตร์ไปด้วย
 
ติดความคิด อุดมการณ์ และความรู้
คือนักเรียนนายสิบ ก่อนเข้ามาเป็นนาย พอเรียนๆ อยู่แล้วจบไปทำงานด้านกฎหมาย ต้องจับอาวุธ เราต้องติดอาวุธให้เขา แม้กระทั่งความคิด ยุทธวิธีผมติดให้แล้ว ความคิดในการทำงาน ติดให้แล้ว อุดมการณ์ติดให้แล้ว
แต่สิ่งสำคัญคือกฎหมาย นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ต้องใส่หัวเขาด้วย ไปประสานกับศรีปทุม เรียนจบมาก็ได้วุฒิ เพราะนักเรียนตอนนี้มัน 1 ปีครึ่ง แต่เรียนศรีปทุม ประมาณ 2 ปี เขาจะเทียบเคียงให้
ตอนนี้ ภ.4 เป็นโรงเรียนเดียวเป็นรุ่นแรก แต่ก่อนหน้านี้พอนักเรียนจบผมจะบอกว่าไปเรียนต่อนะ ไม่ว่าจะเป็นนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เรียนให้จบปริญญาโท เอากฎหมายเป็นหลัก
 
เรื่องยุทธวิธีการใช้อาวุธต้องรู้ด้วย            
แล้วอย่าหยุดนิ่ง เหยุดนิ่งเมื่อไหร่จะล้าหลัง ตามโลกไม่ทัน แล้ววินาทีนี้ ประชาชน เขามีความรู้ด้านกฎหมาย เขาจะรู้จริงหรือไม่ ก็ไม่รู้ แต่เราต้องรู้จริง รู้ให้แท้จริง เรียนให้รู้เป็นครูเขา ต้องชัดเจน เรียนให้จริง เรียนให้เกิดความแตกฉานตรงนี้ เป็นหลัก
การใช้อาวุธปืนก็ต้องชัดเจน เป็นหลักยุทธวิธี ต้องรู้ว่าตรงไหนคือจุดอ่อน ตรงไหนคือจุดแข็ง ตรงไหนที่ต้องระวัง ต้องทำ แล้วจะเซฟพรรคพวกได้
 
เด็กอยากรู้อะไรต้องหาให้เขา
สมัยก่อน ตำรวจเราเวลาปิดล้อม จะชักปืนแล้ว แล้วก็ชี้บอกว่ามึงไปนั่น มึงไปนี่ แต่ลืมไปรึเปล่าว่าปืนมีกระสุน มันต้องมีการวางแผนในการปิดล้อมตรวจค้น อันนี้ผมไปสอนในด้านยุทธวิธีเพิ่มเติม หรือด้านอะไรต่างๆ พยายามทำให้เต็มที่
คือผมมองเขาในฐานะที่ผมเป็นเด็ก แล้วผมไม่รู้ ก็จะคิดว่าเขาอยากรู้อะไร แล้วผมจะเอาไปใส่ให้เขา ไอ้สิ่งที่เราอยากรู้ แม้แต่ผมจบนายร้อยตำรวจ บางทีจะไปจับเขา ก็ต้องพกกฎหมายมาว่าจะไปจับเขาเรื่องอะไร ข้อหาอะไร
เร่งให้ความรู้เด็กก่อนเกษียณฯ
ที่ผมโพสต์นับถอยหลังกี่วันก่อนเกษียณฯ   คือผมคิดว่ายังขาดอะไรที่ต้องเติมให้เขา ต้องเร่งความรู้วิชาอะไร เพื่อใส่ให้กับตำรวจให้มากที่สุด ในเวลาที่ผมเหลืออยู่ ที่ผมมีอำนาจหน้าที่ ผมจะต้องใส่ให้เขาอย่างเต็มที่ เพราะว่าถ้าผมเกษียณไปแล้ว ผมไม่รู้ว่าเขายังเห็นค่าผมอยู่มั้ย ยังเห็นสิ่งที่ผมสอนอยู่มั้ย
 
เกษียณแล้วใครใช้ จะไปสอนต่อ
ถ้าเขาไม่เห็นผม ก็อยู่บ้าน เลี้ยงแมว ดูต้นไม้ไปเรื่อย ตามประสาคนแก่ แต่ก็ยิงปืนคงมีอยู่แค่นี้ แต่ถ้าเขาใช้ ผมจะไปสอน ไปฝึกให้ 
ผมจะไม่หยุดนิ่งนะ ผมยังคุยกับพรรคพวกที่เป็นครูเอฟบีไอ อยู่ แล้วครูฝึกต่างๆ ของเมืองชิคาโก นิวยอร์ก ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงมั้ย ที่จะต้องมา
 
ผู้ทรงไม่ต่างจากดาบ53 ติดร.ต.ต.           
ส่วนจะได้ติดนายพล มั้ย ผมได้ผู้ทรงฯ เม.ย.นี้ แต่ใจจริง ผมอยากติดนายพลในส่วนของโรงเรียน มันทำอะไรได้เยอะกว่าการติดเป็นผู้ทรงฯ
มันเหมือนศาลไม่มีเจ้า ไม่มีอำนาจหน้าที่ในระดับนายพล อัตราการต่อรองมันไม่มี นายพลก็จริง ก็เหมือนดาบ 53 ติด ร.ต.ต.แต่ตำแหน่งเขาเป็นผบ.หมู่ แบบเดียวกัน แต่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ผมถือว่าผมเป็นครู
 
ทำให้ดูเป็นตัวอย่างดีกว่าคำสอน              
ถามว่าน้อยใจมั้ย เสียใจมั้ย มันก็ธรรมดา แต่ถามว่าเราลืมได้มั้ย ลืมได้ เพราะเราเป็นครู หัวใจของความเป็นครู มันต้องมี ไม่งั้น ถ้าผมไม่ทำเป็นตัวอย่าง เด็กตามหลังมาจะมองยังไง อ๋อ เสียใจ น้อยใจ ทิ้งงาน ไม่ทำงาน เด็กรุ่นหลังจะมองว่าสอนให้มีอุดมการณ์ แล้วไม่เห็นทำ
การทำตัวอย่าง ให้กับตำรวจเห็น ดีกว่าคำสอนเยอะแยะ อย่างเช่น ผมโรยตัวจาก ฮ.ผมอายุ 59 แล้ว อีกไม่ถึงปีผมจะเกษียณแล้ว ผมยังโรยตัวจาก ฮ.เลย ผมถือว่าถ้าผมทำให้นักเรียนเห็นความกล้า มันต้องทำได้ ผม 59 แล้ว ตรงไหนทำได้ ก็พยายามทำให้ดู
 
สุดท้ายตามรอยพ่อเป็นครูสอนนรต.
ที่ได้เป็นครูบาอาจารย์ ก็รู้สึกมีความสุข ไม่ต้องไปทะเลาะเบาะแว้งอะไรกับใคร หาความรู้เพิ่มเติม แล้วเราก็ได้ความรู้ไปด้วย แล้วก็ให้เขาได้ด้วย แล้วถ่ายทอดให้เขาได้ด้วย
คือพ่อเป็นครู ต้องเรียกว่าพ่อผมเป็นครูผม แล้วก็เป็นครูนักเรียนนายร้อยตำรวจ ตั้งแต่รุ่น 15 ไล่มา จนถึง 20 กว่า จนออกจากราชการไป แล้วกลับเข้ามาก็ตั้งแต่รุ่น 34-38 ไล่มา คุณพ่อเกษียณในตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการศึกษาสมัยนั้น เป็น ผกก.โรงเรียนนายร้อยตำรวจคนแรกที่อายุน้อยที่สุด ในขณะนั้นคืออายุ 32
นี่คือส่วนหนึ่งของชีวิตครูอุ้ม-พล.ต.ต.ภาสกร สถิตยุทธการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ตร.นายพลกูรูปืน นายพล6เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณฯครับ
 
กากีกลาย 11/4/63