คำสอนของพ่อ(จากรุ่นสู่รุ่น)

วงการนักสืบมือปราบสีกากี

ใครก็รู้ ว่า บิ๊กต้อยพล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิศักดิ์ อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. ฝีมือไม่เป็นรองใครคร่ำหวอดในยุทธจักรปราบเหล่าโจรร้ายมามากมาย จนกระทั่งเกษียณอายุราชการ

สร้างความฮือฮา มาถอดเครื่องแบบในห้องนักข่าวกองปราบ เมื่อเข็มนาฬิกาเข้าเที่ยงคืนวันที่1ต.ค.59

วันนั้นผู้ช่วยต้อย พาลูกชาย “น้องนิว”สิทธิศักดิ์ พิสุทธิศักดิ์ เมื่อครั้งยังเป็นนักเรียนนายร้อยปี3 มาร่วมในงานถอดเครื่องแบบด้วย

ผู้ช่วยต้อยพูดถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่จะสืบทอดทายาทสีกากีในคืนนั้นว่า

580378C2-627B-4E3B-A065-0A5E2311895D-696x928.jpeg

ตอนเป็นนักเรียนไม่ห่วงหรอก แต่พอจบมาแล้วรับราชการนี่ก็เป็นห่วง

เพราะมันมีอะไรอีกเยอะแยะ เพราะเราเห็น เราผ่านมา แต่เขาต้องการมาของเขาเอง ได้แนะนำเขาแล้ว

เขาสอบ 3 ปี กว่าจะติดเตรียมทหาร  ปีที่ 3 เราก็บอกว่าเปลี่ยนแนวเถอะลูก เราช้าแล้ว เขาก็บอกว่าเป็นสิทธิของเขา

ก็สอนนะ ว่ายังไงก็ต้องเป็นพนักงานสอบสวน  อย่างน้อยๆ3-4 ปี เพราะมีโอกาสรับใช้ชาวบ้าน เพราะเขาเดือดร้อน ต้องไปรับใช้เขาตรงนี้ 

พี่สอนลูก กับชาวบ้าน ให้ทำเหมือนกับเป็นญาติพี่น้องของเรา อย่าไปรังแก

อย่าไปพูดจาไม่ดี อย่าไปตวาด เขาเดือดร้อนมา ไม่ได้สอนแต่ลูกอย่างเดียว ก็สอนตำรวจรุ่นลูกด้วย

ครับ…เวลาทำงานอย่างซื่อสัตย์ จนกระทั่ง วันที่ 2ก.พ.64 ในเฟซบุ๊กของ บิ๊กต้อย Pisit Pisuthsak  โพสต์ภาพและข้อความขณะประดับยศให้ น้องนิว

ที่วันนี้จบการศึกษาจากรั้วสามพราน สถาบันการศึกษาเดียวกับพ่อ กลายเป็นผู้หมวดนิว  ว่า

“เมื่อวานนี้(1 ก.พ.64) สำนักงานตำรวจแห่งชาติประดับยศให้ลูก  วันนี้(2ก.พ.64)  ลูกให้พ่อกับแม่  ติดยศให้อีกครั้งหนึ่ง  

พ่อแกะดาวจากเครื่องแบบพ่อชุดปัจจุบันประดับให้ลูก จะได้เตือนใจว่าดาวของพ่ออยู่บนบ่า 

จะกระทำการใดต้องรักษาชื่อเสียงเกียรติยศของตัวเองและครอบครัว

และให้นึกถึงคำสั่งสอนที่พ่อแม่ให้ไว้ตลอดมา  ขอให้ลูกเจริญรุ่งเรืองนะลูก….”

โพสต์นี้ถูกแชร์ไปในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะข้อความคำสอนที่เขียนด้วยลายมือของบิ๊กต้อย มีผู้นำไปแชร์ให้ลูกให้หลานตำรวจอ่านเป็นแนวทางในการเป็น”ตำรวจ”

โดยเฉพาะ YUi Suthathip Chai-Anirut

ขอบพระคุณพ่อต้อยค่ะ ขออนุญาตพิมพ์เป็นตัวหนังสือไว้ส่งต่อคำสอนดี ๆ ให้หลานและนรต.74 อ่านนะคะ

นิว

จบใหม่ ๆ พี่เลี้ยง ครู คือคนสำคัญ จะชักนำไปทางดีหรือไม่ดี

พี่เลี้ยงบางคน เรียกรับเงินทอง เข้าเวรทีไรได้เงินเข้ากระเป๋าทุกวัน เอาเงินมาเลี้ยงน้อง น้องชอบว่าพี่เก่ง

พี่เลี้ยงบางคน ซ้อมผู้ต้องหาผู้ต้องสงสัย น้องมองว่าพี่เป็นคนเก่ง

ซ้อมผู้ต้องหาเป็นของเท่ ไม่ใช่นะลูก เป็นการทำผิดกฎหมาย ผู้กระทำต้องถูกออกจากราชการ ต้องติดคุก

ดังนั้น ต้องไตร่ตรอง ให้ดี ในสิ่งที่พี่เลี้ยงชักจูง

จงเป็นตำรวจที่ดี เป็นที่พึ่งพิงของประชาชน เห็นผู้ตกทุกข์ได้ยากเป็นญาติ เป็นพี่เป็นน้องของเรา การกระทำใด ๆ การพูดใด ๆ ให้นึกใจเขาใจเรา

เราจะช่วยเขาได้หรือไม่ได้ ก็กระทำ พูดจา และแนะนำให้เขาเข้าใจ อบอุ่นใจ และต้องกล้าในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะเจออิทธิพลใด เพื่อปกป้อง ผู้สุจริตชน

คำพูดไม่ต้องซื้อ พูดอย่างไรให้คนรัก คนอบอุ่นใจ บางคนพูดแล้วคนเกลียด ไม่ใช่เกลียดเฉพาะต่อคนเดียว แต่เกลียดทั้งหน่วยงาน

การกระทำ ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดไม่ว่าอยู่ตำแหน่งใด ถือว่าเรามีเกียรติแล้ว ใครจะมาดูหมิ่นเกียรติยศของเราไม่ได้ ในเมื่อเราทำหน้าที่ของเราดีแล้ว

ความรอบรู้ ต้องรู้ในข้อกฎหมาย รอบรู้ใน วิชาชีพของเราทุกด้าน ต้องปฏิบัติ และชี้แจงตอบโต้ กับคนอื่นได้ ในยุคนี้มีคนลองวิชาเยอะ เราต้องพูดได้และรู้จริงเราจึงจะสง่างาม

ตั้งสติให้ดีเมื่อเจอเมื่อเผชิญวิกฤตการณ์ต่างๆ อย่าตื่นเต้น อย่าไร้สติ ต้องพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อเผชิญปัญหา

อย่าหวังใครเป็นที่พึ่ง พึ่งตัวเองไว้ก่อน เพื่อนำทางตัวเองและลูกน้อง รอดพ้นจากอุปสรรคปัญหาต่างๆ

พ่อเอง (พ่อต้อยของน้องนิว นรต 74)

ครับ…คำสอนนี้ สืบทอดความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จากรุ่นพ่อนรต.32 สู่รุ่นลูกนรต.74

เป็นความห่วงใยของพ่อที่มีต่อลูกชายล้วนๆ

รวมทั้งเป็นแนวทางให้ตำรวจจบใหม่อีกหลายคนพึงจำ ไม่ว่าจะจบจากนายร้อยหรือนายสิบ

เพราะคำสอนของบิ๊กต้อย มีครบจบถ้วนในการดำรงตนและเป็นที่พึ่งของประชาชนครับ

 เฮียเก๋7/2/64