
“รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ”ขยายผล3เดือนจากการจับกุมแก๊งผิวสีค้ายาย่านสุขุมวิท11 แกะรอยรวบเจ้าแม่โคเคนชาวไทยนักค้ารายใหญ่ พร้อมสุมน ยึดทรัพย์สินอื้อพร้อมสมุดรายชื่อลูกค้าไฮโซ
วันที่ 23 ม.ค. 69 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. , พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ,
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส. บช.น. , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.ตร. , ศอ.ปส.บช.น. , บก.สส. บช.น. , บช.ปส.
บูรณาการร่วมกับ พันตํารวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขา ปปส .เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.นำโดย นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. , นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก. นายคณิศร ภาพีรนนท์ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด , นายจารุวัฒน์ ทองแจ้ง ผอ.ปป.1 สนธิกำลังเพื่อปฏิบัติการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสิ้น 4 ราย ดังนี้
1.นางกัญญ์พพัชญ์ หรือน้ำ อายุ38 ปี ชาวบางพลีจ.สมุทรปราการ จับกุมที่ สนามฮ็อกกี้น้ำแข็ง ซ.ปรีดีพนมยงค์37 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา เมื่อวันที่ 23มกราคม 2569 เวลา 20.30 น.
กล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”
2.นายพิชชากร หรือหนึ่ง อายุ 25 ปี ชาว อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
จับกุมที่ ห้องเลขที่ 60 คอนโดมิเนียม ซ.วิภาวดี-รังสิต 20 แยก 4 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ วันที่ 23มกราคม 2569 เวลาประมาณ 23.55 น.
กล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”
3.นายศุภเสถียร หรือต้า อายุ 43ปี ชาวกรุงเทพฯ
ถูกจับกุมที่ บริเวณล็อบบี้ คอนโดเอกมัย-ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือเขตวัฒนา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569เวลาประมาณ 19.40 น. โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
4. นางสาวชนัญชิดา หรือแพร อายุ19 ปี ชาวกรุงเทพฯ ถูกจับกุมที่ บริเวณล็อบบี้ คอนโด สาทร แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาธร กรุงเทพฯเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา20.50 น.
กล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ตรวจยึดของกลางหลายรายการ ดังนี้ 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) รวมทั้งสิ้น 250.57 กรัมื2.อุปกรณ์แพ็คซีนแบบดูดอากาศ 3.ถุงกระดาษหีบห่อเพื่อจัดส่ง จำนวนมาก
ตรวจยึดทรัพย์สินดังนี้
1.เงินสด 350,968 บาท 2.อายัดเงินสดในบัญชี 502,980 บาท 3.ทองคำแท่ง 10 แท่ง ราคาประมาณ 700,000 บาท
4.สร้อยคอทองคำ 3 เส้น ราคาประมาณ 617,500 บาท
5.สิ่งของแบรนด์เนม 30 ชิ้น รวมมุลค่าประมาณ 621,570 บาท
6.รถตู้ TOYOTA รุ่น ALPHARD HYBRIDราคาประมาณ 2,000,000 บาท 7.รถยนต์ MAZDA รุ่น CX-30 ราคาประมาณ 800,000 บาท 8.รถยนต์ MAZDA รุ่น 2 ราคาประมาณ 600,000 บาทรวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดทั้งสิ้น ราคาประมาณ 6,288,018 บาท
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการ “ช่างปูน” บุกทลายเครือข่ายแก๊งผิวสีย่านนานา จับกุมผู้ต้องหาชาวผิวสี สัญชาติไนจีเรีย 9 ราย และตรวจยึดของกลางหลายรายการ
ต่อมา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.สั่งการให้พล.ต.ท. อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. ร่วมกับ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.ตร. , ศอ.ปส.บช.น. และ บช.ปส. ขยายผลกลุ่มชาวผิวสีอย่างต่อเนื่อง
“แกะรอย 3 เดือน” ตามล่าต้นตอผงขาวในเงามืด จนได้พบกับ “หญิงไทยรายหนึ่ง” เป็นภรรยาชายชาวไนจีเรียและเป็นตัวการสำคัญในขบวนการค้าโคเคน
ระหว่างที่ชุดสืบสวนทำการสืบสวนขยายผลต่อ พบเบาะแสว่าหญิงไทยรายนี้ค้าขายโคเคนมาเป็นเวลาราว 10 ปี แต่ยังไม่เคยถูกจับกุม ทั้งนี้ด้วยเทคนิคการดำเนินธุรกิจแบบพิเศษ (เปิดเผยไม่ได้ป้องกันการลอกเลียนแบบ) จนกลายเป็นระดับเจ้าแม่โคเคนในเมืองไทย
กระทั่งวันที่ 23 ม.ค. 68 เจ้าหน้าที่สะกดรอยติดตามเจ้าแม่รายนี้ขณะออกตระเวนส่งโคเคนให้กับกลุ่มลูกค้าไฮโซด้วยตนเอง โดยเข้าจับกุมตัว นายศุภเสถียรและ นางสาวชนัญชิดา ขณะเดินมารับยาโคเคนที่เจ้าแม่รายนี้ทิ้งไว้ให้
หลังจับกุม ชุดสืบสวนได้ขยายผลจนทราบข้อมูลว่าเจ้าแม่รายนี้ยังมีลูกสมุนอีก 1 ราย คอยตระเวนขับรถส่งยาเสพติดให้ พล.ต.ต.ธีรเดชจึงนำกำลังติดตามไปจนกระทั่งจับกุมตัว นายพิชชากร ลูกสมุนมือขวาของเจ้าแม่โคเคน พร้อมของกลางโคเคน 27 ซอง น้ำหนัก 33.51 กรัม เงินสดจำนวน 95,000 บาท สารภาพว่าเป็นเงินที่ได้จากการวิ่งส่งยาเสพติดให้กับเจ้าแม่
ไม่ทันข้ามวันชุดสืบสวนได้ขยายผลการจับกุมนางกัญญ์พพัชญ์ เจ้าแม่โคเคนรายนี้ได้สำเร็จ พบของกลางโคเคนที่รถยนต์ 10 ซอง และได้ขยายผลไปตรวจค้นห้องพักในคอนโดหรูย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ พบของกลางอีกกว่า 210 กรัม
จากการขยายผลชุดสืบสวนทำการยึดทรัพย์สินได้เป็นจำนวนมาก เช่น เงินสด , ทองคำแท่ง , สร้อยคอทองคำ , ของแบรนด์เนม, รถตู้อัลพาร์ด, รถยนต์ 2 คัน และอายัดเงินในบัญชี รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดทั้งสิ้น ราคาประมาณ 6,288,018 บาท
ที่ทำให้ชุดสืบสวนต้องตกใจคือสมุดบัญชีการซื้อขายยาเสพติด ที่เจ้าแม่รายนี้ทำการจดบันทึกไว้อย่างละเอียดในห้วงหลายปีที่ผ่านมา พบข้อมูลลูกค้าเป็นกลุ่ม “ไฮโซ” หลายราย
หลังการจับกุม พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง และทรัพย์สินที่ตรวจยึด นำมาขยายผลที่ ศอ.ปส.บช.น. ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีต่อไป
ชั้นจับกุม นางกัญญ์พพัชญ์ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ให้การว่า “อดีตสามีของตนเองนั้นเป็นชาวไนจีเรีย มีบุตรด้วยกัน 1 คน โดยสามีจะเป็น 1 ใน แก๊งชาวผิวสี ที่รวมกลุ่มอยู่บริเวน ถ.รามคำแหง (หน้า Amway) รายได้และทรัพย์สินที่มีนั้นมาจากการขายยาเสพติด
ตนขายมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ลูกค้าจะเป็นกลุ่มคนมีฐานะ เพราะโคเคนนั้นเป็นสิ่งที่หายากในประเทศไทย ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศเพื่อนบ้าน ราคาจึงแพงกว่ายาเสพติดทั่วไป และตนมีความสัมพันธ์กับชาวไนจีเรียและรู้จักหลายคน สามารถหาโคเคนจากชาวผิวสีได้ในราคาต้นทุกต่ำ ถือเป็นคนไทยที่ค้าโคเคนรายใหญ่”
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กล่าวว่าคดีนี้เป็นการขยายผลการจับกุมจากแก็งโคเคนผิวสี ใช้หญิงไทยเป็นหัวจ่าย ตามชุมชนเมือง คอนโด หมู่บ้านหรูในพื้นที่กรุงเทพ การจับกุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมทุกหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดในกรุงเทพฯ ทั้งนี้
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด

























