ฉลามดำวัยเกษียณ-พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์

12998
 
           
เป็นอีก 1 ตำนานนักสืบ

บิ๊กน้อย- พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ อดีต ผบช.ภ.4 มือปราบอารมณ์ดี 

ฉายา ฉลามดำแห่งปากน้ำโพ เจ้าของมอตโต เราชอบคนรักกัน

เกษียณฯอายุเมื่อปี 55 แป๊ปๆ  8 ปีแล้ว แต่ก็ยังแข็งแรงเพราะออกรอบเล่นกอล์ๆสม่ำเสมอ 

มีจังหวะได้นั่งคุยกันประสาอดีตนักข่าวกองปราบฯที่เคยไล่ตามทำข่าวมาอย่างชนิดหายใจรดต้นคอ

เป็นตำรวจน้อยปี2519
“พี่บรรจุ เม.ย.2519 ลงไปเป็น ร.ต.ต.อยู่ที่ยานนาวา  ได้ปีหนึ่ง แล้วย้ายมาเป็น รอง สว.ส.เมืองนครสวรรค์ ในเขต อ.เมือง มันมีโรงพักย่อยอยู่โรงพักหนึ่ง เรียกว่า โรงพักปากน้ำโพ เป็นโรงพักที่ดูแลในเขตเทศบาลของ อ.เมืองนครสวรรค์ 

ได้มาเป็นหัวหน้าสถานี ดูแลในเขตเทศบาล มีกำลัง 50-60 นาย ดูเรื่องการจราจร กับสายตรวจ ….”บิ๊กน้อย ย้อนความหลังแรกรับราชการเป็นตำรวจน้อย

สวมเครื่องแบบเพราะพ่อ
ที่อยากเป็นตำรวจ เพราะเป็นลูกตำรวจ พ่อชื่อย้วย เป็นนายดาบ อยู่นครสวรรค์  พ่อมีลูก 2 คน พี่เป็นคนโต แล้วมีน้องสาวอีกคน ทำงานแบงก์ มีคุณพ่อเป็นตัวอย่าง เลยอยากเป็นตำรวจ

เห็นพ่อช่วยเหลือคน  ก็อยากทำบ้าง อยากให้เขามีความสุข ก็เลยชอบ ไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่น  จบ มศ.5จากโรงเรียนวิสุทธิ์ที่นครสวรรค์แล้วก็สอบเข้าตำรวจ  
               
ตั้งฉลามดำไล่ล่าจับโจร
ส่วนที่มาของฉลามดำ เริ่มตั้งแต่มาเป็นหัวหน้าที่ปากน้ำโพ เรื่องของเรื่องคือนึกครึ้ม เพราะจะทำอะไรสมัยก่อน ต้องมีความมั่นใจ เรียกความฮึกเหิม  มีอะไรที่ทำให้ตำรวจและทีมงานครึกครื้น  มีความเข้มแข็ง เลยตั้งขึ้นมาว่า ฉลามดำ  เพราะฉลามเป็นปลาที่เก่ง กัดแหลก 

อย่างเพื่อนผมรุ่นเดียวกัน รองเบิ้ม พ.ต.อ.สุนทร กมลพันธฤกษ์ มีชุดอินทรี ตอนนั้นเป็น สว.ป.เมืองนครสวรรค์ แต่ผมเป็น สว.ปากน้ำโพ  ทำงานแข่งกันมาตลอด พราะฉลามและนกอินทรีเป็นสัตว์นักล่า โจรฟังแล้วดูน่ากลัว
              
ต้องดีจริงๆถึงเข้าร่วมชุดได้
คนที่มาเป็นชุดสืบสวนฉลามดำ ต้องเป็นสุภาพบุรุษ ไม่มียัดเยียด ไม่มีมั่ว เอาของจริงเป็นประเด็นสำคัญต้องคัดสรรแล้วครอบครัวดี เป็นโสด มีความประพฤติดี ใจใช้ได้ ต้องทุ่มเทเพื่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ นั่นคือหลัก
               
ย้อนเส้นทางรับราชการ
จาก สว. ปากน้ำโพ  ขึ้นเป็น สว.บก.ภ.9 ที่นครสวรรค์ รับผิดชอบ 4 จังหวัด ก็มี ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ แล้วก็อุทัยธานี  ย้ายลงมาเป็น สว.ส.พยุหะ อยู่1ปี สว.สอบสวน แล้วมาเป็น สว.ที่ปากน้ำโพ จนจะเป็น สวญ.แล้ว ก็ถูกย้ายไปเป็น สว.ป.เมืองแพร่ ปีหนึ่ง กลับมาเป็น สวญ.บางกระทุ่ม พิษณุโลก  
               

ตั้งชุดเหยี่ยวดำให้มือปราบตี๋ใหญ่
กลับมาพิษณุโลก ปีหนึ่ง ก็ไปเป็น สวญ.คลองขลุง กำแพงเพชร ได้ปีเดียว ขึ้นไปเป็น สวญ.เมืองเชียงใหม่

ไปตั้งชุดเหยี่ยวดำ ตั้งให้ไอ้ดล(พ.ต.อ.บรรดล ตัณฑไพบูลย์) บอกว่ามึงเป็นเหยี่ยวดำ  ก็ใช้หลักเกณฑ์การปฏิบัติอะไรต่างๆ เหมือนฉลามดำ มีบรรดล เป็นหัวหน้าทีมคุมลูกน้องฝ่ายสืบสวน  
       
ผงาดขึ้นผู้กำกับการ 3 กองปราบฯ
เป็นสวญ.ที่เชียงใหม่ 2 ปี  กลับมาเป็น สวญ.เมืองนครสวรรค์ อีกปีหนึ่ง ขึ้นเป็น รอง ผกก.สืบสวน บก.ภ.9  แต่อยู่ได้ปีหนึ่ง  ยุบไปรวมกับสืบสวนของภาค  เป็น รอง ผกก.สืบสวนภาค 6 จากนั้นขึ้น ผกก.3 ป. ประมาณ ปี37-38
มือปราบภาณุพงศ์ชงคำนึงดูตัว
ตอนนั้นที่โดนดึงไปกองปราบ คือท่านภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา เป็นคนเสนอแนะให้นายนึง (พล.ต.ต.คำนึง ธรรมเกษม)คัดเลือกจะเอาใคร นายนึง ท่านเรียกไปเจอที่งานศพในวัดย่านบางเขน

เราก็ไม่รู้จักหรอกนะ ก็แต่งชุดซาฟารีใส่รองเท้าผ้าใบไปหา เขาบอกว่า มาจากบ้านนอก เชยฉิบหาย  

สร้างชื่อให้หน่วยคลี่คดีนับไม่ถ้วน              
จากนั้นมีคำสั่งไปเป็น ผกก.3 กองปราบ กระทั่งเป็นรองผู้การกองปราบ ขึ้นผู้การ อก.บช.ก. กลับมาเป็นผู้การนครสวรรค์ ขึ้นเป็นรอง ผบช.ภ.6  เป็น ผบช.ภ.4 

สรุปอยู่ บช.ก.ตั้งแต่เป็น ผกก.3 บก.ป.อยู่ 10 ปี แป็ปเดียวเอง  

ผลงานที่ประทับใจ มีเยอะแยะไปหมด  คดีฆ่าผอ.แสงชัย คดีตะลุยไนท์บาซ่าร์ คดีฆ่า สจ.ท่าชนะ คดีผู้กองตุ๋ยฆ่า ดร. คดีฆ่าผู้ว่ายโสธร จับผู้พันตึ๋ง ฯลฯ

ภูมิใจได้ช่วยคนเดือดร้อน
ภูมิใจที่ได้เป็นตำรวจ เพราะได้ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน โดยเฉพาะเรื่องคดี คนที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับคดีความ แล้วก็คนที่ถูกรังแก  แล้วจะสร้างให้ลูกน้องเราเป็นตำรวจที่ดี เป็นสุภาพบุรุษ ไม่มีการกลั่นแกล้ง ไม่มียัดยา ไม่มีทำอะไรที่ผิด แต่จะทำของจริง

ไม่มีเสียใจเพราะได้ทำทุกเรื่อง
ส่วนเรื่องเสียใจที่ยังไม่ได้ทำ ก็ไม่มีนะ เพราะได้ทำทุกเรื่องแต่ก็ทำเท่าที่ได้อยู่ ได้ทำหมด  เพียงแต่ว่าบางเรื่องอาจจะแก้ไขไม่ได้ บางเรื่องก็แก้ไขได้

โดยเฉพาะเกี่ยวกับบางเรื่องที่ตำรวจต่างจังหวัดหลายๆ จังหวัด แต่ละอำเภอ หรือแต่ละ บช.เวลาทำงานแล้วถูกคดี ถูกโดดเดี่ยว ผิดพลาดแล้วถูกฟ้องร้อง ทั้งๆ ที่ตั้งใจทำงาน

อันนี้ถือว่าตำรวจโดดเดี่ยวมาก  ก็เลยอยากช่วย โดยเฉพาะพนักงานสอบสวน   ผู้บังคับบัญชา ไม่ลงมาช่วย ไม่มีพี่เลี้ยง กลับบ้าน ทะเลาะกับลูกกับเมีย เครียดอีก  
               
ตำรวจจะเก่งต้องผ่านงานสอบสวน
สิ่งที่อยากแนะนำรุ่นหลังๆ คือ ต้องอดทน ต้องหาความรู้เสมอ ต้องฉลาด ตำรวจยุคหลังๆ ไม่ค่อยหาความรู้ แล้วไม่ค่อยอดทน หาความรู้เช่นเรื่องงานสอบสวน

ตำรวจนี่จะให้เก่ง จะต้องผ่านงานสอบสวน ก่อนจะไปเป็นงานสืบ งานปราบ หรืองานอะไร เพราะงานสอบสวนเป็นหัวใจหลัก  อันนี้คือที่อยากแนะนำ

หยิบเรื่องดีรุ่นพี่แต่ละคนไปใช้
นอกจากนี้ให้ดูแบบอย่างรุ่นพี่ๆที่ดี ที่ประสบความสำเร็จ เอามาเป็นไอดอล มีตำรวจที่ประสบความสำเร็จเยอะ แต่คนเรามันก็ไม่ได้ดีไปหมดทุกอย่าง แต่อะไรที่ดีก็ให้เอาไปใช้

หยิบยกเอาความดีของแต่ละคน แต่ละอย่าง ไปใช้ เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน อาจจะมีดีไม่ครบ มีบางอย่างดี ไม่ดี ก็มีกฎระเบียบ ทำได้  
               
มีแดงใหญ่ สมชายเป็นไอดอล
ไอดอลพี่  มีรุ่น 18 ท่าน พล.ต.อ.สมชาย ประภัสภักดี   พี่ชัจจ์ กุลดิลก ที่เป็นไอดอลเพราะเราเป็นรุ่นน้อง เห็นการทำงาน มีบุคลิกเป็นผู้นำ ตอนเรียนจบใหม่ๆ อยู่กับท่านสมชาย ตอนนั้นท่านเป็น สว.ป.ที่ยานนาวาไอดอลคนแรกเลย  
               
หลังเกษียณฯเลี้ยงหลานทำสวน
เกษียณปี 55  ตอนนี้ 8 ปีแล้ว แป็ปเดียว  เกษียณก็ไม่ได้ทำอะไรนะ ไม่ได้คิดเล่นการเมือง  พอดีมีหลาน ก็เลี้ยงหลาน ทำสวนอยู่ที่หนองกรด เมืองนครสวรรค์

ตอนแรกก็ปลูกทั่วไป มะม่วง มะนาว กล้วย ส้มโอ ที่นครสวรรค์ มีอะไรก็ใส่ไป ไม้พะยูง   ยูคาฯ ก็ทำเล่นๆ นะ แต่ว่ามันขายได้ตังค์ หนึ่ง เรามีความสุข อยู่กับอากาศดี ได้ออกกำลังกาย   มีงานชุมชน มีงานสังคม ไปหมด งานบุญ งานบวช งานแต่ง แต่การเมืองไม่เอาเลย
               
ยามว่างทำอาหารตีกอล์ฟ
ช่วงโควิด ก็ทำอาหารเอง เรียนทำอาหารจากยูทูป ว่างๆ เป็นงานอดิเรก  อร่อยบ้าง ไม่อร่อยบ้าง ทำกินเอง มีแกง มีผัดอะไรพวกนี้ ทำกินกันเองในครอบครัว

นอกจากเรื่องการดูแลตัวเอง ทำสวน ออกกำลังกาย กอล์ฟนี่นานๆ ตีที ไปทำสวนบางทีก็เลยไม่ได้ตี แต่ถ้าเป็นนัดสำคัญๆ ที่เพื่อนๆ ในรุ่นเขาตี ก็จะไปด้วย  
               
เหรียญทองกอล์ฟกรมตำรวจ
ถือเป็นกีฬาที่เล่นหลังเกษียณ แต่พี่เล่นมานานแล้ว เห็นว่าพี่บ้านนอกๆ แต่พี่เล่นกอล์ฟ มาตั้งแต่ ร.ต.ท.

ที่มาเล่นกอล์ฟ เพราะเคยเล่นกีฬาของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3  เป็นตัวแทนไปแข่งกีฬากรม ได้เหรียญทอง ที่พิสมัยกีฬากอล์ฟ เพราะต้องดูแลเจ้านายเขามาตีกอล์ฟกันบ่อย ที่ค่ายจิรประวัติ
ฝึกเพราะต้องเล่นกับเจ้านาย
เราเป็นเจ้าของพื้นที่ เป็นหัวหน้าสถานี  ก็มาดูแลเจ้านาย  บางทีเขาขาด หาคนเล่นไมได้ เราเลยฝึกเล่น ก็เล่นกับนาย

ที่นี่เขามีโปรทีมชาติชื่อ โปร สัญชัย เสนาพรหม พี่ฝึกกับเขา เป็นรุ่นหลัง เด็กกว่าประมาณ 5-6 ปี 
           
เกษียณฯเล่นเพื่อเจอเพื่อนฝูง
พอเกษียณก็ตระเวนตีกอล์ฟเป็นบางครั้ง แต่ก็ตั้งใจไว้ว่า ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนที่เป็นเพื่อนเรา ชวนไป เราจะไปจอย จะได้ครึกครื้น  ได้เจอเพื่อนเจอฝูง  มีทั้งของตำรวจ ของ วปอ. พวกพ่อค้า มันอาจจะใช้เวลาหน่อย ถือว่าเป็นการออกกำลังกาย  

เล่นกอล์ฟได้แน่ๆคือพรรคพวก
มองกีฬากอล์ฟ กับตำรวจ ว่าไม่เสียเวลาราชการ แต่น่าจะได้ผลดีจากกีฬากอล์ฟ ด้วย   แต่ทีนี้เวลาเราจะเล่น  ต้องเล่นในยามที่ว่างจากงาน

สิ่งที่ได้แน่ๆ คือการได้พรรคพวก มีเพื่อนเป็นอัยการ เป็นผู้พิพากษา  ก็ประสานงานกันได้ ร่วมกันแก้ปัญหา

อดุลย์-วัชรพล หลักรวมรุ่น
แล้วก็ไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน ไปโน่น ไปนี่ เจอกันบ่อย ในรุ่น ท่านอดุลย์ (พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว)ท่านเป็นหลักเลย ที่จะชวนเพื่อนไปเล่นกอล์ฟเป็นประจำ  ท่านจะนัดไปเลี้ยงเรื่อยๆ ปีหนึ่ง 3-4 ครั้ง  

คือรุ่นพี่ รุ่น 29 จะมีตัวหลัก 2 คน  คือท่านอดุลย์ แสงสิงแก้ว อีกคน คือ วัชรพล ประสารราชกิจ ป.ป.ช.เขาจะเป็นหลัก ไม่ให้เพื่อนห่างหายกันไป

ก็พบหน้าพบตากันอยู่เรื่อยๆ ดูว่าใครมีพัฒนาการกันยังไง  ลูกเต้าเป็นยังไง สุขภาพเป็นยังไง เจ็บป่วยมั้ยสบายดีมั้ย

เป็นหัวหน้าส.ตำรวจนครสวรรค์
นอกจากเล่นกอล์ฟ เมื่อสักต้นๆปี  63 พล.ต.อ.วินัย ทองสอง อดีตรองผบ.ตร.เขาเป็นประธานสมาคมตำรวจ แต่งตั้งให้พี่เป็นหัวหน้าสมาคมฯของ จ.นครสวรรค์ 

คอยดูแลตำรวจที่ 1.ตำรวจไม่ได้รับความเป็นธรรม 2.ตำรวจมีปัญหากับประชาชน มีปัญหากับผู้บังคับบัญชา ก็ดูว่าใครผิดใครถูก อะไรที่จะช่วยเหลือดูแลได้  เพราะใจเราก็เป็นตำรวจอยู่แล้ว

หาหมอรพ.ตร.ทุก3เดือน
ส่วนเรื่องดูแลร่างกาย ก็ไปหาหมอที่ รพ.ตำรวจ ทุก 3 เดือน หมอจะเรียกไปเทสต์ ไปวัด ไปตรวจเลือด ว่าเป็นโรคอะไรมั้ย

หลังเกษียณ ก็ตรวจหมดแหละ ตรวจร่างกายทั้งหมด อย่างที่บอกว่า เรายังอยากอยู่กินบำนาญนานๆ ยังไม่อยากตาย  
เกิดแก่เจ็บตายเรื่องธรรมชาติ
ส่วนเรื่องตรียมตัวถอยหลังเพราะคนเราต้องมีจุดจบ  อย่างพี่นี่ ไม่ได้คิดว่าจะต้องไปหาพระเจ้า พระเองก็ต้องตาย พระก็คน เป็นคนที่ไปเป็นพระ

ไม่ว่าจะเป็นอะไร ธรรมชาติคือต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย เรื่องปกติธรรมดา แต่เราเป็นนักสืบ ผ่านความเป็นความตาย คิดว่าทุกคนที่เป็นตำรวจอาจจะคิดได้ 

ฉะนั้นตรงนี้ เรื่องเตรียมตัวตาย  คือแค่รู้ว่าต้องตายก็พอ ยังไงต้องตายอยู่แล้ว ก็ทำใจให้สงบ ถึงคราวตายก็ไป ถือว่าเกษียณมาแล้วอยู่ได้ขนาดนี้ พวกเราทุกคนนี่ได้กำไรเยอะแล้ว

หายใจอีกนานๆ กินบำนาญเยอะๆ  อารมณ์ดีไว้ก่อน อย่าไปเครียด ไม่ชอบก็อย่าไปมองมัน

ให้ข้อแนะนำรุ่นน้องเพิ่งเกษียณ
เตือนน้องๆ ที่เพิ่งเกษียณเมื่อ 30 ก.ย.นี้ เรื่องที่ไม่ดีก็อย่าไปสนใจ ช่างมัน ช่างกู ช่างหัวมัน อย่าไปเอามาให้หนักหัวเรา 

ถ้าเราตาย ลูก เมีย เราอยู่ได้หมด โลกนี้ก็อยู่ได้ ถ้าเราตาย ลูกเราก็โตแล้ว เขาอยู่ได้ แต่เล็กจนโต เราก็ยังอยู่ได้ ไม่มีห่วง  

ทำใจให้สบายอย่าไปเครียด
อย่าง 30 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นวันสิ้นสุดหัวโขน สิ่งที่อยากจะบอกน้องๆ ก็คือ ยินดีต้อนรับ น้องๆ ที่จะเกษียณ ไม่ต้องปรับตัว แค่ทำใจให้สบาย อย่าไปเครียด

ถ้ายังคิดว่าเรายังตัดไม่ขาด หรืออะไร ให้คิดว่าเราลาพักร้อน ไม่มีกำหนด จะคิดกี่วัน กี่เดือน กี่ปี ก็คิดไป อย่างน้อยก็ยังเป็นข้าราชการบำนาญ

อย่าไปคิดว่าต้องรีบตาย กินบำนาญเยอะๆ  ให้หลวงเจ๊งไปเลย หายใจลึกๆ ยาวๆ ถึงเวลาพักผ่อน

ครับ….นี่คือชีวิตหลังเกษียณของฉลามดำปากน้ำโพ -พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ ครับ..

กิตติพงศ์ นโรปการณ์ บันทึก24/10/63