ชีวิตแฮปปี้ หลังเกษียณฯของรองแต้ม

2179

คุยกันหลายครั้ง จะขอไปนั่งคุยกับรองแต้ม-พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ เจ้าของฉายามือปราบหูดำ อดีตรองผบช.น. กับชีวิตหลังเกษียณฯ แต่วัน ว. เวลา น.ไม่ตรงกันเสียที

กระทั่งไม่กี่วันที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องรองแต้มกรณีถูกกล่าวหากระทำผิดตามตามประมวลกฎหมายอาญา ม.149 และม.157 ถือเป็นข่าวดี เลยติดต่อขอพบกันอีกครั้ง

รองแต้มตอบตกลงพร้อมนัดเจอกันที่ร้านอาหาร ขาวละออ ที่ตั้งอยู่ในส่วนหน่ึงของตัวบ้าน “อำดำแต้ม อำแดงจิ๋ม” ข้างวัดกษัตริยาราม หัวโค้งริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ตกบ่ายวันนั้น ผมและน้องๆทีมงานก็ระเห็จไปอยู่ที่นั่น

รองแต้ม ในชุดเสื้อยืด แขนสั้น คอปกตั้ง ตามสไตล์เดินออกมาจากร้านขาวละออ ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต้อนรับขับสู้อย่างเป็นกันเอง พร้อมเดินพาเลาะริมแม่น้ำ ชมหมู่เรือนไทย ที่ซ่อนอยู่ภายใต้แมกไม้ใหญ่อันร่มรื่น ในเนื้อที่ 6-7ไร่

เผยเคล็ดลับหุ่นเฟิร์ม ซาวน่า-วิ่งสายพาน
 “ทุกวันนี้เวลาไม่มีประชุม ผมก็ไปซาวน่า วิ่งสายพาน ออกกำลังกาย อาทิตย์หนึ่งอย่างน้อยก็ 4 ครั้งๆ ละ อย่างน้อย 40 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ทำมาตลอด……”

รองแต้มในวัย 63 ปี กับหุ่นที่ยังเฟิร์ม หน้าตาที่สดใสบอกกับเราขณะเดินชมสวนไปคุยไป

ชื่อแม่ยายกลายเป็นชื่อร้าน
ร้านอาหารขาวละออที่ทำ เป็นบ้านเก่าติดบ้าน ซื้อมา เขาทิ้งไว้นานแล้ว ก็เลยเอามาทำเป็นร้านอาหาร  ชื่อขาวละออ เพราะตัวบ้านสีขาว แล้วแม่ยายชื่อละออด้วย แต่ตายไปแล้ว  ตรงนี้ที่ริมแม่น้ำ มีบ้านผมสวยที่สุด น้ำไม่เคยท่วม ปี 2554 เขาท่วมกันทั้งจังหวัด มีบ้านผมไม่ท่วมบ้านเดียว กลายเป็นเกาะ เขามายืมเป็นที่บัญชาการช่วยคน  
              
หมู่เรือนไทย บ้านพักในร่มไม้
เวลาเสาร์ อาทิตย์ ผมก็มาพัก แต่เมียผมจะพักอยู่ที่นี่ทุกวัน  ส่วนหมู่เรือนไทย แต่ละหลังจะมีชื่อต่างกันไป เช่นชื่อเรือนธนบุรี   สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี แล้วก็รัตนโกสินทร์ เรือนหลังนี้จะมี 4 หลัง ส่วนหลังกลาง จะเป็นเรือนทราวด ีเป็นหอนั่ง ส่วนครัวก็ใช้คำว่า อู่ทอง อันนี้เรือนเจ้าพระยา เราตั้งชื่อให้มันมีสตอรี่

อันนี้ก็เรือนลพบุรี  หลังนี้เป็นของลูกสาว ส่วนเรือนข้างหลังเรือนไทยตรงโน้น เป็นของลูกชาย เป็นที่อยู่อาศัย เพราะเราไม่ได้รับแขก  ไม่ได้ให้ใครเข้ามา  เคยมีคนเขามาขอถ่ายหนังกันนะ แต่ไม่ให้ มาแล้วเดี๋ยวบ้านพังหมด  แล้วเวลาถ่ายเสร็จมันทิ้งขยะที่กินกัน เลอะเทอะอีก

บ้านเก่าอายุหลายร้อยปี 
จริงๆ แล้ว  เดิมบ้านหลังนี้ ตั้งแต่ยาย ชวด มีอายุมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว เดิมมันเป็นบ้านทรงปั้นหยา สมัย ร.5 แล้วตอนผมมาแต่ง มันก็เก่า ยายของแฟนเลยรื้อ รื้อเสร็จแล้วเขาก็เอาไม้เรือนเก่า มาทำเรือนไทย ก็เปลี่ยนรูปทรง ก็ใช้ไม้เก่า สมัยที่เรารื้อบ้านหลังนี้ เพราะบ้านหลังนี้มันตั้งแต่สมัยอยุธยา มันเก่าแก่มาก สมัยก่อนที่เป็นที่ปลูกมะม่วง มีสวน มีบ่อน้ำ เราก็มาทำให้ดี มาถม  ยายแฟน กับแม่ยาย เขาทำขนมขาย ยายสมัยก่อน ยายแฟน ชวด เขาทำร้านทอง คนเก่าแก่ สมัยก่อน เขาทำมาหากิน ตอนหลังไม่ได้ทำ แฟนก็ไม่ได้ทำแล้ว
     

ปลูกต้นไม้ จัดสวน คิดเองทำเองหมด
อากาศดี ตรงนี้หน้าหนาวจะหนาวมาก  คนดูแลก็ไม่มีอะไร จ้างเขากวาดใบไม้อย่างเดียว ตัดก็เรา 2-3 อาทิตย์ เดือนหนึ่งตัดเอง ผมทำเอง ผมชอบปลูกต้นไม้  เป็นคนชอบต้นไม้ ผมทำกับมือ หินนี่ผมเรียงเองนะ ผมชอบ ขนมาแล้ว เราคิดเองทำเอง ลูกสาว เสาร์ อาทิตย์ ก็มาช่วยกัน เลิกงานก็มาช่วยกัน เหมือนเป็นศูนย์รวมครอบครัว ตรงนี้ สไตล์ เป็นแบบเรียบง่าย

หวลกลับทำโรงแรม เพราะมีเวลาแล้ว
ส่วนโรงแรมที่แฟนผมมี ก็ให้เขาเช่าไป แต่เดี๋ยวเราจะเอามาทำใหม่ เพราะตอนนี้เรามีเวลาแล้ว ชื่อโรงแรมอุทัยคีรี รีสอร์ท อยู่ที่อุทัย ที่บ้านเกิดผม แฟนจะเอากลับมาบริหารใหม่ เพราะแต่ก่อนทำอยู่ แล้วปล่อยให้เขาเช่า แต่เดี๋ยวเราจะเอากลับคืนมาทำใหม่

คือสมัยก่อนเป็นที่นาเก่า  เราปลูกข้าวโพด ทำนา ตอนหลังก็เอามาทำโรงแรม รีสอร์ท เนื้อที่ประมาณ 21 ไร่ ปลูกบ้านเป็นหลังๆ 60 หลัง มีห้องจัดเลี้ยง ห้องสัมมนา มีร้านอาหาร มีอะไรหมดครบ   นี่เพิ่งเข้าไป 3 วัน เมียกำลังไปปรับปรุงอยู่

เอาบ้านเก่าปรับปรุงเป็นร้านอาหาร
อย่างร้านอาหารที่นี่ ก็เพิ่งมาทำ ที่ดินตรงนี้เดิมแฟนเขาซื้อ บ้านหลังนี้เขาปลูกไว้  เขาไม่มีทางออกอยู่ไม่ได้ เลยขายให้ผม มันก็ติดกับที่เรา เราก็ขยายออกไป  เอาบ้านเก่ามาปรับปรุงเป็นร้านอาหาร ทำใหม่ นอกนั้นเป็นของเก่า ที่ทำก็คิดว่าไม่ได้ทำอะไร ก็เลยคิดว่าจะทำร้านอาหาร มีอาหารฟิวชั่น มีหมดทุกอย่าง จุได้สัก 70 คน ข้างนอกไม่มี แต่ถ้าจะเลี้ยงโอเพ่นก็ได้ จัดงานแต่งงานก็ได้ เขาก็มาถ่ายรูป มาเดินกันได้

ภูมิใจ ออกแบบเองอะไรเองหมด
แล้วผมออกแบบเอง เราเป็นนักออกแบบ ผมเคยเรียนจบการก่อสร้าง ช่างกล ก่อนเป็นตำรวจ ผมจบช่างกล ช่างก่อสร้าง ผมเรียนเทคโนโลยีช่างต่อเรือพระนครศรีอยุธยา เราก็เกเร นะ สมัยก่อน ตอนนั้นเราก็เกเร แต่เวลาเรียน สมัยก่อนไม่ได้เกเรแบบสมัยนี้ มันตีกันใช้ไม้ตี ตบกัน ไม่ได้เอาปืนยิงกัน เวลากลับบ้านผมขยันอ่านหนังสือ ผมก็สอบได้ที่ 1 ทุกปี   

มีความสุขมากกว่าตอนเป็นตำรวจ
อดีตมือปราบตำนานตำรวจคุยให้ฟังอีก ตอนนี้มีความสุขที่สุด แต่ก่อนโทรศัพท์ก็ไม่เคยปิด โทรศัพท์ดังมาที ผวาเลย ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิด เดี๋ยวนายโทร.มา ลูกน้องโทร.มา มีคดี โทรศัพท์ต้องเปิดตลอด แต่หลังๆ เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว มีอย่างมากก็เพื่อนโดนด่านตรวจเมา ตรวจจับใบอนุญาต มีแค่นี้ สมัยก่อนมีคดี เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว ส่วนมากแค่พวกๆ เดือนร้อน แล้วก็แฮปปี้ ได้ออกกำลังกาย ได้อยู่กับลูก กับหลาน สมัยก่อนถามว่าจะไปเที่ยวไหนได้ ปีหนึ่งพักร้อนครั้งเดียว ไม่มีสิทธิ์ไป ไปได้ไง ไม่เคยได้ไปเที่ยวไหนเลย

เปิดใจปมลาออกก่อนเกษียณฯ
ย้อนถามถึงช่วงลาออกจากตำรวจ รองแต้มเล่าว่า ตอนนั้นเป็นรอง ผบช.น.ลาออกก่อนเกษียณอายุ  3 ปี ตอนนั้น เรามีปัญหา  มีการจับกุมมือปืน ช่วยผู้บังคับบัญชาเขาจับมา แล้วมีคนใกล้ชิดเขาร้องเรียนเราทำไม่ถูกต้อง ร้อง ปปช.เราไปชี้แจง ปปช.แล้วเขาก็ไม่ฟัง พอ ปปช.จะชี้มูล ก่อนชี้มา ผมก็ลาออกก่อน ตำแหน่งตอนนั้น เป็น รอง ผบช.น.แล้วก็ลาออก

ชี้แจง ปปช.ไม่ฟัง ฟังแต่ผู้เสียหาย
เราต้องลาออกเพราะว่า เราพูดตรงๆ เราหวังกับ ปปช.ไม่ได้ ผมชี้แจง เขาไม่เคยฟัง เขาฟังผู้เสียหายอย่างเดียว ทั้งๆ ที่ เขาเอาพยานที่ไหนมาก็ไม่รู้ แล้วเราเป็นข้าราชการ ชื่อเสียงเรามี เป็นคนทำงานของกรมตำรวจ คุณไม่เชื่อผม เราก็ไม่รู้จะทำยังไง ตอนนั้นเราลาออก

ก็น้อยใจนะ มีปรึกษาผู้ใหญ่อยู่บ้าง ก็คิดว่าอยู่ไม่ได้แล้ว ผมจะอาศัยใคร ผมทำงานให้บ้านเมืองมาขนาดนี้ ผมมาโดนด้วยเรื่องแค่นี้ จริงมั้ยจริง คุณจะเอาผมตายเลย ผมก็ลาออก ก็สู้คดีมา 6 ปี มีเรื่องกันตั้งแต่ปี 2552 มันไม่รำคาญหรอก แต่มันเสียชื่อ ภาพลักษณ์เรา อย่างนี้ ข่าวเขาลง รีด 10 ล้าน มันเสียนะ

มองเป็นเรื่องเคราะห์กรรม เหตุวิสามัญฯมาเยอะ
แต่เนื้อความมันไม่ใช่ แต่มันมองเหมือนเราทำ ไปรีดเขา วันที่เราจับกุมแถลงข่าว นักข่าวเต็มเลย เราจะไปรีดต่อหน้านักข่าวเหรอ แค่นี้ถ้าคนใจเป็นธรรมก็ต้องรู้ แล้วศาลท่านให้ความเป็นธรรม มันก็จบแล้ว คดีนี้มันอาจจะแค่ศาลอุทธรณ์ แต่เรายังไม่รู้นะ การที่เราโดนอย่างนี้ มันอาจจะไม่แน่นะ อาจเป็นเคราะห์กรรม ที่เราวิสามัญมาเยอะ

ชาวบ้านปลอดภัย แต่เราทุกข์ ถือเป็นวิถีมือปราบ
ถ้าคิดเป็นบาปกรรม อาจจะมีส่วน เราฆ่าสัตว์ตัดชีวิต วิสามัญคน มันก็ต้องเป็นบาป แต่ผมดูพวกมือปราบ ก็เหมือนคนมีกรรม มีกันหมดทุกคน ถามว่าเราทุ่มเทให้กรมตำรวจ ทุ่มเทให้ประชาชน แต่บาปกรรมเรารับนะ เพราะเราเป็นคนทำ เราทำงานถึงลูกถึงคน อะไรก็ส่วนหนึ่ง  อาจจะเป็นบาปกรรมก็ได้ เราทำให้ชาวบ้าน ให้ประชาชนมีความสุข ปลอดภัย แต่เราต้องทุกข์ เพราะเป็นวิถีการทำงาน ใครมาเข้าวงจรนี้มันก็ต้องเป็นแบบนี้ ยกเว้นถ้าเป็นมือปราบอีแอบ

ออกตำรวจ เป็นที่ปรึกษาผู้ว่า กทม. 3 ปี
พอลาออกเสร็จปุ๊บ ช่วงนั้นมีม็อบ เราก็ทำงานประสานกับกรุงเทพมหานคร ท่านสุขุมพันธ์ ท่านก็เห็นว่ามีฝีไม้ลายมือ ท่านก็ชวนไปเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.เราก็มีงานทำต่อ เป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.เป็นอยู่ 3 ปีกว่า ก็ได้ทำงานจนครบเกษียณ

ปธ.บอร์ดอีสต์วอเตอร์ -ที่ปรึกษา บ.2แห่ง               
พอหลังจากลาออกจากกทม. ก็มาเป็นคณะทำงานของท่านอดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่กระทรวงพัฒนาสังคมฯ มาช่วยท่านดูแลเรื่องแฟลตดินแดง แล้วหลังจากนั้นก็มาเป็นบอร์ดของบริษัทจัดหาน้ำภาคตะวันออก หรืออีสต์วอเตอร์  เป็นบริษัทลูกของการประปาส่วนภูมิภาค ก็เป็นประธานบอร์ดที่นั่น ตรวจสอบที่นั่น แล้วก็เป็นที่ปรึกษาบริษัทอีก 2 บริษัท ส่วนเสาร์ อาทิตย์ ก็มาช่วยลูกๆ ดูแลร้านอาหารที่นี่
               
 อมยิ้มเป็นนัยตอบรับลงการเมือง
“ถามว่าอยากจะเป็นนักการเมืองมั้ย ถ้าถาม ผมว่าเราก็ยังทำงานได้นะ ผมมองว่า ร่างกายยังแข็งแรง สมองผมยังดี ถ้ามีโอกาส ก็อยากจะทำ มีคนมาติดต่อเยอะเหมือนกัน ไฟล์ทนี้ก็อาจจะเอานะ แต่ยังไม่รู้ เราก็อยากจะเอา เราก็จ้องๆ อยู่นะ  ….”

รองแต้มกล่าวพร้อมอมยิ้มเหมือนบอกเป็นนัย

ใครคิดถึงรองแต้ม เสาร์-อาทิตย์ เชิญครับ ที่ขาวละออ อยุธยา รองแต้ม พร้อมบริการทุกระดับประทับใจครับ

ทิพยสถาน18/7/61