Saturday, May 18, 2024
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันตม.จับ2เครือข่ายขนชาวต่างด้าวเข้าประเทศและ2คดีชาวต่างชาติหนีคดีซุกไทย

    ตม.จับ2เครือข่ายขนชาวต่างด้าวเข้าประเทศและ2คดีชาวต่างชาติหนีคดีซุกไทย

    วันที่18เม.ย.67 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต. ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก. ตม.3, พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ไพรัช พุกเจริญ รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม.,

    พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงชัย ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ ผกก.ตม.จว.สงขลา พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม. จว.กระบี่, พ.ต.ท.พิระวัตร์ วงศ์ศิริเมธีกุล สวญ.ตม.จว.ชุมพร ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้

    ​1. กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมกับ ตม.จว.สระแก้ว, กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว จับกุม นายไก่ (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี สัญชาติไทย  ผู้บงการ เครือข่ายขนคนต่างด้าว (เครือข่ายเฮียไก่ อรัญฯ) ส่งปลายทางประเทศที่สาม

    พบความเชื่อมโยงคดีสำคัญหลายคดีเป้าหมายสำคัญในคดีเครือข่ายลักลอบขนคนต่างด้าวของ บก.ตม.3 และ บก.ตม.6 จับได้ที่บ้านคลองสาระพา ม.7 ต.วังน้ำเย็น อ.วังน้ำเย็น จว.สระแก้ว

    ตามหมายจับ ศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ 28/2567 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ แก่บุคคลต่างด้าว (ชาวบังกลาเทศ) ที่ตนรู้ว่าหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อให้พ้นการจับกุม นำตัวส่ง สภ.คลองหาด จว.สระแก้ว ดำเนินคดี

    ​สืบเนื่องจาก เมื่อเช้ามืดวันที่ 9 ธันวาคม 2566  ตม.จว.สระแก้ว และชุดจับกุม  ร่วมกันจับกุมชาวบังกลาเทศที่หลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย 11 รายโดยสาร มากับรถยนต์กระบะ โตโยต้า รุ่น รีโว่ สีดำ ทะเบียน XXX กรุงเทพมหานคร ขณะเกิดเหตุนายทวีศักดิ์ (นามสมมุติ) ผู้ขับขี่ได้หลบหนีและเข้ามอบตัวในภายหลัง

    จากการสืบสวนขยายผลพบว่ามี นายไก่ เป็นผู้สั่งการ และจ้างวานให้นายทวีศักดิ์ขนคนต่างด้าวกลุ่มดังกล่าว กก.สส.บก.ตม.3 จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเข้าร้องทุกข์พนักงานสอบสวน สภ.คลองหาด จว.สระแก้ว จนนำไปสู่การออกหมายจับนายไก่ และจับกุมได้

    สอบสวนรับสารภาพได้ติดต่อประสานงานกับนายใหญ่ นายหน้าชาวกัมพูชา ให้ลักลอบนำพาชาวบังกลาเทศเข้ามาจากประเทศกัมพูชามายังประเทศไทย เพื่อเดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย  ทำมาแล้วหลายครั้ง  สตม. จะได้ร่วมกันสืบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อมาดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป

    ​สรุปผลการจับกุมเครือข่ายเฮียไก่อรัญ จับกุม5 คดี จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 14 ราย เป็นการขยายผลออกหมายจับ 5 หมายจับ ผู้ต้องหา 3 ราย จับกุมคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 56 ราย ตรวจยึดยานพาหนะ 11 คัน (รถเก๋ง 5 กระบะ 3 ตู้ทึบ 3)

    ​2.​ ตม.จว.ชุมพร, ร่วมกับ กก.ปอพ.บก.สส.สตม., สภ.บ้านมาบอำมฤต จว.ชุมพร จับกุม นายยุธพงษ์ฯ (นามสมมติ) อายุ 47 ปี ชาวไทย  ผู้ประสานงานขบวนการขนชาวบังกลาเทศ/เมียนมา ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (เครือข่ายชาลิสา)

    ตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ.86/2567 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ แก่บุคคลต่างด้าวที่ตนรู้ว่าหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อให้พ้นการจับกุม จับกุมได้ที่หน้าบ้านพักเอื้ออาทรนนทบุรี (กันตนา) ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จว.นนทบุรี นำตัวส่ง สภ.บ้านมาบอำมฤต จว.ชุมพร ดำเนินคดีตามกฎหมาย 

    สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2567 ตม.จว.ชุมพร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจยานพาหนะ บ้านพละ อ.ปะทิว จว.ชุมพร จับกุมนายกรวิทย์ (นามสมมติ) ขณะขับรถยนต์ส่วนบุคคล (รถเก๋ง) บรรทุกคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ชาวบังกลาเทศ 4 ราย โดยลักลอบเข้ามาทางชายแดนไทย-กัมพูชา พบพยานหลักฐานเป็นการติดต่อสั่งการว่าจ้างขนคนผ่านทางไลน์กับ น.ส.ชาลิสา หรือเจ๊นก (นามสมมติ) และพบหลักฐานการโอนเงินเป็นค่าน้ำมัน และค่าจ้างขนคนต่างด้าวฯ

    ​จากการขยายผลพบว่า วันเกิดเหตุกลุ่มผู้ต้องหาขนชาวบังกลาเทศมาทั้งสิ้น 12 คนใช้ขบวนรถเก๋ง 3 คัน คันละ 4 คน จาก จว.ฉะเชิงเทรา มายังถนนพระราม 2 และเข้าถนนเพชรเกษม  มีนายปรีชา (นามสมมติ) ขับรถนำทาง และนายยุธพงษ์ฯ ขับรถขนคนต่างด้าวฯ อีกคัน  ทั้งหมดติดต่อกันผ่านแอปพลิเคชั่น Zello เพื่อเลี่ยงด่านตรวจเจ้าหน้าที่ในเส้นทาง

    ชุดสืบสวน ตม.จว.ชุมพรได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งพนักงานสอบสวนขออนุมัติศาลออกหมายจับดังนี้ (1) น.ส.ชาลิสา หรือเจ๊นก ผู้ว่าจ้าง (2)นายปรีชาฯขับรถนำ (3) นายยุธพงษ์ หรือต๋อย  ขับรถขนคนต่างด้าวและ กก.ปอพ.บก.สส.สตม.จับกุมทั้ง 3 รายได้ในเวลาต่อมา

    ​จากข้อมูลของ บก.สส.สตม. ยังพบว่า นายกรวิทย์ฯ (นามสมติ)/ผู้ต้องหา เป็นหัวหน้าทีมขนคนในพื้นที่ ภาคกลางโดยจะติดต่อรับงานมาจาก น.ส.ชาลิสา หรือเจ๊นก และนายสมชายฯ (นามสมมติ)  ทั้งสองจะทำหน้าที่ประสานงานและจัดหารถเพื่อจัดส่งคนไปยังพื้นที่ภาคใต้ โดยพบว่า น.ส.ชาลิสา หรือเจ๊นก ยังเกี่ยวข้องกับคดีลักลอบขนคนต่างด้าวฯ อีก 3 คดี

    ​สรุปผลการปฏิบัติการจับกุมมีความเชื่อมโยง 5 คดี จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 12 ราย เป็นการขยายผลออกหมายจับ 8 หมายจับ ผู้ต้องหา 8 ราย / จับกุมคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 42 ราย / ตรวจยึดยานพาหนะ 6 รายการ (กระบะ 1 ตู้ทึบ 1 รั้วคอก 1 รถเก๋ง 3)

    3. ตม.จว.สงขลา ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.6 และ สภ.หาดใหญ่ จับกุมนายควัก (นามสมมติ) อายุ 57 ปี ชาวเกาหลีใต้ หนีคดีละเมิดทางเพศ โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ จว.สงขลา ดำเนินคดีตามกฎหมาย  จับกุมได้ที่ปากซอยเพชรเกษม 18 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จว.สงขลา

    หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมเก็บตัวอยู่ที่คอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งย่าน อ.หาดใหญ่ จว.สงขลา สะกดรอยติดตามจนกระทั่งพบบริเวณปากซอยเพชรเกษม   จึงแสดงตัวขอตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าชายคนดังกล่าวชื่อ นายควัก (นามสมมติ) อายุ 57 ปี ชาวเกาหลีใต้ อยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาตกว่า 1,587 วัน (ประมาณ 4 ปีเศษ) จึงจับกุมดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว

    จากการขยายผลพบว่า ในปี พ.ศ.2549 และปี พ.ศ.2552 นายควักได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการล่วงละเมิด ทางเพศ รวม 2 คดี  จะได้ประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

    4. ตม.จว.กระบี่ จับกุม MR.LUAN หรือนายลวน (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ชาวบราซิล หนีคดีฉ้อโกงซุกไทย โดยกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” (Overstay 54 วัน) นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพีพี จว.กระบี่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย  จับกุมได้หน้าร้านกระบี่คอนเนค เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จว.กระบี่


    หลังได้เบาะแสมีคนต่างด้าวสัญชาติบราซิล มีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด เข้ามาอยู่ในเกาะพีพี เจ้าหน้าที่ ตม.จว.กระบี่  เข้าไปตรวจสอบพบว่า การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้สิ้นสุดแล้ว จึงได้จับกุมดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว

    จากการขยายผลพบว่า MR.LUAN หรือนายลวน มีประวัติกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกง หลอกลวง ในสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ซึ่งจะได้ประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ประจำประเทศไทย เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments