Friday, August 28, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันตร.ไซเบอร์ทลายแก๊งคอลฯต้มเปื่อยนักศึกษาสาวมหา’ลัยดังสูญ3.6ล.

    ตร.ไซเบอร์ทลายแก๊งคอลฯต้มเปื่อยนักศึกษาสาวมหา’ลัยดังสูญ3.6ล.

    ตร.ไซเบอร์บุกค้น 3 จุด ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกนักศึกษาสาวสูญ 3.6 ล้าน แอบอ้าง AIS-ปปง. ตุ๋นโอนเงิน-ถอนสดส่งโรงแรม รวบ 4 ผู้ต้องหาชาติไทย-เวียดนาม แฉมีบอสจีนสั่งการ

    วันที่ 27 ส.ค.69  พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท สั่งการ  พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 พ.ต.อ. ขจร อบทอง รอง ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.มนต์ชัย บุญเลิศ ผกก.2 บก.สอท.2

    นำกำลังนำพร้อมหมายค้นศาลเปิดปฏิบัติการบุกค้นเป้าหมาย 3 จุด ทลายขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกนักศึกษาสาวสูญกว่า 3.6 ล้านบาท ในพื้นที่จ.สมุทรปราการ 1 จุด และในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร 2 จุด

    จุดแรกชุดสืบสวนนำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ  ค้นบ้านเลขที่ xxx หมู่2  ซอยมณฑาทิพย์ 1 แยก 7 ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

    จุดที่2 นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรสาคร ค้นบ้านเลขที่ ccs หมู่3 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร  จุดที่3 นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรสาคร ค้นบ้านเลขที่ xxxx หมู่ที่ 2 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

    สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเป็นหญิงและเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากคนร้ายในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างตัวว่าเป็นพนักงานผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือของเครือข่าย AIS

    แจ้งว่าผู้เสียหายว่ามีผู้นำหมายเลขบัตรประชาชนไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์ไปใช้ในการกระทำผิด จากนั้นได้โอนสายให้พูดคุยไปยังคนร้ายที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจของสภ.เมืองเลย แจ้งให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนทางไลน์ในการติดต่อ  ออกอุบายว่าได้จับกุมผู้ต้องหาในคดีฟอกเงิน โดยซัดทอดว่าทางผู้เสียหายขายบัญชีธนาคารให้บุคคลอื่นนำไปใช้ในการกระทำผิดและจะต้องถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการฟอกเงินทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวในความผิดตามที่คนร้ายข่มขู่

    จากนั้นให้ผู้เสียหายแสดงบัญชีทรัพย์สินทางธนาคารทั้งหมด เพื่อตรวจสอบหากไม่ได้กระทำผิดจะดำเนินการคืนยอดเงินทั้งหมด  ให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีที่อ้างว่าเป็นบัญชีธนาคารกลางของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ด้วยความตกใจและเกรงว่าจะมีความผิดจึงยอมโอนเงินจากหลายบัญชีรวมยอดกว่า 8.5 แสนบาท

    หลังจากโอนเงินไปแล้วทางคนร้ายได้ออกอุบายซ้ำอีกครั้งว่าให้ผู้เสียหายไปขอเงินจากพ่อและแม่ เพื่อโอนไปตรวจสอบกับทาง บัญชีธนาคารกลางของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เพิ่มเติมอีก  คนร้ายพร้อมกำชับแจ้งผู้เสียหายว่าห้ามไม่ให้บอกพ่อกับแม่หรือเพื่อนคนใดอย่างเด็ดขาดว่ามีการโอนเงินมาตรวจสอบ

    อีกทั้งคนร้ายได้เสนอวิธีให้ใช้ลักษณะของการขอทุนจากมหาวิทยาลัย  อ้างว่ารู้จักกับอาจารย์ในมหาวิทยาลัย จะให้อาจารย์คนดังกล่าวทำหนังสือขอทุนไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศออสเตรเลีย ต้องใช้เงินประมาณ 2-3 ล้านบาท

    ก่อนทางผู้เสียหายตัดสินใจเลือกใช้วิธีขอเงินจากพ่อให้โอนมาเข้าบัญชีตัวเอง2.7 ล้านบาท จากนั้นได้ทยอยโอนเงินเข้าบัญชีคนร้าย เนื่องจากไม่สามารถโอนเงินเกินยอด 2 ล้านบาทต่อวัน โดยโอนในรอบแรกไป  1.1 ล้านบาท

    ในส่วนที่ยอดเงินที่เหลืออีก 1.6 ล้านบาทคนร้ายได้ให้ผู้เสียหายถอนเงินสดออกจากบัญชีที่หน้าเคาว์เตอร์ธนาคาร ภายในห้างแห่งหนึ่งย่านศรีนครินทร์ ก่อนนัดหมายให้ส่งมอบเงินในจุดที่ใกล้กับธนาคาร  เปิดห้องพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เพื่อรอส่งมอบเงินให้คนร้าย  รวมยอดเงินที่ให้คนร้ายไปทั้งสิ้น 3,617,000 บาท ก่อนจะรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง  เข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายนี้

    ต่อมา พ.ต.อ.มนต์ชัย บุญเลิศ ผกก.2 บก.สอท.2 พร้อมทีมสืบสวน กก.2 บก.สอท.2 ได้สืบสวนแกะรอยจนทราบว่าแก๊งมิจฉาชีพรายนี้เป็นกลุ่มขบวนการใหญ่ มีผู้เกี่ยวข้องในการกระทำผิดหลายราย มีทั้งชาวจีน ชาวเวียดนามและคนไทย  แบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ อาทิ คนรับเงินสด คนจัดหารถไปรับเงิน และกลุ่มบัญชีม้ารองรับการโอนเงินจากผู้เสียหาย  มีบอสชาวจีนเป็นผู้สั่งการและคอยรับผลประโยชน์

    ทางชุดสืบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดสมุทรปราการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายนี้รวม 8 ราย และออกหมายค้นเป้าหมายเข้าจับกุมผู้กระทำผิดไว้ได้แล้ว 4 ราย ประกอบด้วย MR. QUOC NAM อายุ 38 ปี สัญชาติเวียดนาม และ MR.HUY TAN อายุ 26 ปี สัญชาติเวียดนามยึด พาสสปอร์ต 2 เล่มโทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง  ทั้งสองรายจับกุมได้ที่บ้านพักในพื้นที่จ.สมุทรปราการ

    น.ส.ดลภัค หรือเจ้นิด อายุ 49 ปี ชาว จ.สมุทรสาคร จับได้ที่บ้านพักในอ.เมืองสมุทรสาคร  ตรวจยึดเงินสด 792,690 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 12 เล่ม  เอกสารการทำธุรกรรมทางธนาคารอีกจำนวนหนึ่ง และนายฐิติกาล อายุ 25 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ จับกุมได้ในพื้นที่อ.เมืองสมุทรปราการ  ที่เหลืออีก 4 ราย อยู่ระหว่างติดตามตัว

    จากพยานหลักฐานพบว่าชาวเวียดนามทั้งสองคนทำหน้าที่รับเงินสดจากผู้เสียหายเพื่อนำส่งให้บอสชาวจีน ส่วนนายฐิติกาล ทำหน้าที่บัญชีม้า  หลังจากมียอดเงินเข้ามาในบัญชี จะคอยถอนเงินเพื่อนำไปซื้อสินค้าหลายประเภท เช่น เหล้า บุหรี่ ครั้งละมูลค่าหลายแสนบาทเพื่อส่งต่อให้น.ส.ดลภัค นำไปขายเปลี่ยนเป็นเงินสด

    ส่วนน.ส.ดลภัค เบื้องต้นยังให้การอ้างว่าไม่มีเกี่ยวข้องในกลุ่มขบวนการนี้ แต่ชุดสืบสวนมีหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่า น.ส.ดลภัค  เชื่อมโยงกับกลุ่มขบวนการนี้ในการนำผลประโยชน์ไปให้กับผู้สั่งการชาวจีนจะเห็นได้ว่ากลุ่มขบวนการนี้มีการวางแผนในการอำพรางเส้นทางการเงินและปกปิดให้ยากต่อการติดตาม

    ดำเนินคดีทั้งหมดในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประขาชน โดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น สมคบโดยการตกลงกันตั่งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือจ้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน“

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments