ตอนแรกไม่เก่ง หากไม่ละพยายาม สักวันจะสำเร็จ

1725

หลายอาชีพที่มีการสืบทอดอาชีพจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ในแวดวงนักข่าวอาชญากรรมก็มีให้เห็นบ้างเหมือนกัน

อย่างเช่น นายคฑาเทพ ลือประดิษฐ 29 ปี ผู้สื่อข่าวอาชญากรรม สังกัดหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ที่สืบทอดสายเลือดนักข่าวแบบคุณพ่อสมนึก ลือประดิษฐ นักข่าวสังกัดเดียวกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้ เรามาทำความรู้จักนักข่าวรุ่นเล็กที่มีดีเอ็นเอนักข่าวอาชญากรรมอยู่ในตัวแต่เด็ก

วัยเด็กฝันอยากเป็นนักประวัติศาสตร์

นายคฑาเทพ พูดถึงความฝันเมื่อครั้งยังเป็นนักเรียนมัธยมฯโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี ว่าอยากเป็นนักประวัติศาสตร์ เนื่องจากมีความใฝ่รู้ด้านนี้เป็นทุน ตัดสินใจสมัครสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน คณะสังคมศาสตร์ สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา แล้วผลปรากฎว่าสอบผ่านได้เข้าศึกษาตามความชอบส่วนตัว

ซึมซับงานข่าวจากพ่อโดยไม่รู้ตัว

คฑาเทพ เล่าว่า ในช่วงการศึกษาระดับปริญญาตรี หากมีเวลาว่างคุณพ่อจะชวนให้ออกไปทำข่าวด้วย ตรงจุดนี้เองที่เป็นจุดเริ่มการซึมซับความเป็นนักข่าวโดยไม่รู้ตัว คุณพ่อถือว่าเป็นครูทางการข่าวเป็นคนแรกก็ว่าได้ เนื่องจากถูกสอนให้ถ่ายภาพ เก็บรายละเอียดข่าว จนกระทั่งไปถึงการพิมพ์ข่าวเบื้องต้น ทำอย่างนี้อยู่หลายปี จนทำให้เริ่มชอบในสายงานข่าวเพิ่มขึ้นทุก ๆ วันที่ได้ทำ

สุดท้ายไม่พ้นตามรอยเท้าพ่อ

 หลังจากเรียนจบได้รับปริญญาทำให้พ่อแม่ชื่นใจแล้วก็ออกสมัครงานไว้หลายที่ และได้แอบไปสมัครงานที่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ที่คุณพ่อทำงานอยู่ด้วย แต่ไม่ได้บอกให้คุณพ่อทราบ ตั้งแต่สมัครสอบข้อเขียน ปฏิบัติ ด้วยตนเองทั้งหมด เมื่อมีการประกาศผลปรากฎว่าผ่านการคัดเลือกได้เข้าเป็นนักข่าวอาชญากรรมตามรอยพ่อ

ทั้งนี้ทางคุณพ่อยังไม่ทราบถึงการสมัครและผลดังกล่าวแม้แต่น้อย ได้เดินไปบอกคุณพ่อถึงเรื่องทั้งหมด คุณพ่อตกใจเล็กน้อยว่าแอบไปสมัครมาตอนไหนทำไมไม่รู้เลย แต่ก็ยินดีกับลูกชายคนนี้ที่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นสายเลือดนักข่าว

ก้าวแรกบนถนนน้ำหมึก

วันแรกที่ขึ้นรถตระเวนในฐานะนักข่าวทดลองงาน คฑาเทพเล่าว่า มันเป็นเดือน ก.ค. 2555 วันแรกได้รับคำสั่งจากหัวหน้าให้ลงรถกับ “พี่ต่อ ประพงษ์ แหลมแจง” โดยไปดูการทำข่าวรับมอบรางวัลของสมาคมหนึ่ง ซึ่งมีโอกาสได้ฝึกกับพี่ต่อได้ไม่นาน ก็ถูกส่งไม้ต่อไปให้ “พี่ตั้ว เดลินิวส์” ถ่ายทอดวิชาถ่ายรูปข่าว ยอมรับเลยว่าการถ่ายภาพข่าวไม่เหมือนกับงานอื่น เนื่องจากต้องมีไหวพริบและความเข้าใจของข่าวที่เราจะถ่ายด้วย

ฝึกงานกับครูข่าวรุ่นใหญ่

ไม่เท่านั้น ยังได้ฝึกการเก็บรายละเอียดข่าวให้ครบและลึกยิ่งขึ้น ฝึกทบทวนซ้ำแบบนี้ทุกวันจนเข้าหัวสมองพอที่จะถ่ายรูปได้บ้างแล้ว หลังจากนั้น 2 เดือน ก็ถูกให้ไปฝึกกับ “พี่ต้น เดลินิวส์” ที่มีการฝึกเหมือนนักข่าวรุ่นใหญ่หลายคน คือ การสอนแบบดุดัน หากผิดจะดุทันที

แต่การดุของพี่นั้นเป็นเสมือนเครื่องเตือนเราเสมอว่าไม่ให้ผิดซ้ำอีก พี่ต้นสอนเรื่องการฟังวิทยุสื่อสาร รวมไปถึงชั้นยศตำรวจ การเช็คข่าวในเบื้องต้นต้องมีการอะไรบ้าง

ศพแรกยังตกใจ ทำอะไรไม่ถูก

คฑาเทพ เปิดเผยย้อนไปถึงศพแรกที่เจอในการทำงานเป็นนักข่าวว่า ศพแรกที่เจอเป็นศพนักศึกษาลอยน้ำย่านฝั่งธนบุรี ทำอะไรไม่ถูก ยังงงอยู่กับเหตุการณ์อันสับสนรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ญาติผู้เสียชีวิตที่ร้องไห้ระงม หลายสิ่งเหล่านี้ทำรู้สึกสับสนจนพี่ต้น ต้องเข้ามาสะกิดเตือนว่าให้ถ่ายรูป เก็บรายละเอียดข่าว ซึ่งถือว่าลำบากพอดูสำหรับการทำข่าวศพครั้งแรก

4 เดือนสั่งสมประสบการณ์จนขึ้นตัวจริง

ความรู้สึกหลังฝึกงานผ่านไป 4 เดือน เหยี่ยวข่าวนักล่ารางวัลบอกอีก “จากเด็กธรรมดามีความรู้นิดหน่อยจากคุณพ่อที่ติดตัวมา ได้ฝึกงานพี่ ๆ หลายคน ต่างเคี่ยวเข็ญผมกันสุดพลัง รู้สึกว่าได้ประสบการณ์ขึ้นมากทั้งด้านการข่าว การถ่ายภาพ และที่สำคัญคือการใช้ชีวิตในแบบนักข่าวตระเวน

จากนั้นต้นปี 2556 ได้ขึ้นรถเป็นนักข่าวตระเวนตัวจริง รับหน้าที่เป็นเฉพาะกิจ แทนพี่นก เดลินิวส์ ดูแลหน่วยงานตำรวจเป็นหลัก เช่น กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี(กก.ดส.) , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , กองบังคับการปราบปรามและการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เป็นต้น นอกจากนั้นยังต้องคอยวิ่งช่วยทีมข่าวตระเวนที่ต้องการกำลังเสริม

ต่อยอดข่าวแถลง ที่มารางวัลแรก

เหยี่ยวข่าวอาชญากรรมค่ายสีบานเย็น ยังเปิดเผยถึงที่มาของภาพรางวัลแรกในชีวิตด้วยว่า วันนั้นตระเวนข่าวดึก มีงานแถลงข่าวการตั้งด่านของทางบช.น. หลังจากแถลงข่าวเสร็จจึงได้นั่งรถตระเวณหาด่านเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อที่จะสัมภาษณ์ทำข่าวเพิ่มเติมจากแถลง เลือกจุดตั้งด่านในพื้นที่สน.บางขุนเทียน ได้ลงไปถ่ายรูปทำข่าวตามปกติ

รัวชัตเตอร์ 4 ภาพลงหน้า1

เจ้าตัวเล่าต่อว่า สังเกตุเห็นรถจยย.สีเหลืองวิ่งมาด้วยความเร็ว ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดให้เจ้าหน้าที่ตรวจอย่างแน่นอน จังหวะนี้เองเริ่มขยับกล้องเพื่อรอถ่าย รถจยย.วิ่งใกล้ด่าน เจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณก็ยังไม่หยุด ตำรวจได้วิ่งไล่กวดตามไป ผมเองก็รีบวิ่งตามอย่างสุดกำลัง ในขณะเดียวกันก็ยกกล้องมาถ่ายรูปไว้ในจังหวะที่เจ้าหน้าที่เจ้าถึงตัวผู้ขับขี่ จนได้ภาพตามที่ต้องการ ก่อนที่จะคัดภาพที่ดีที่สุดส่งโรงพิมพ์ ปรากกฎว่าเช้าวันต่อมาภาพเหตุการณ์นี้ลงหน้า 1 นสพ. ถึง 4 ภาพ เป็นภาพต่อเนื่อง ครั้งแรกเมื่อเห็นรู้สึกดีใจเพราะรูปแบบนี้ไม่ได้ลงกันบ่อย ๆ

ทำพ่อแม่ปลื้ม ผลงาน”แหกด่าน”

คฑาเทพ ยังเปิดเผยอีกว่า ภาพชุดนี้ทางโรงพิมพ์ตั้งชื่อให้ว่า “แหกด่าน” พร้อมนำไปประกวดในสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ประจำปี 2557-2558 ผลปรากฎว่า ได้รางวัลชมเชยในโหมดภาพต่อเนื่อง ในวันรับรางวัลคุณพ่อก็ได้เดินทางไปชมความภาคภูมิใจด้วยตนเอง ซึ่งถือว่าผลงานนี้เป็นที่ปลื้มของพ่อแม่อย่างมาก รวมถึงเป็นกำลังใจให้ตนเองในการทำงานอีกด้วย

ถ่อมตัว-โชคชะตาเข้าข้าง

หลังได้รางวัลแรกในชีวิต ทำให้มีกำลังในการทำงานบนถนนน้ำหมึกสายนี้ แต่ก็ยังต้องพัฒนาตนเองไปในทุกมิติทั้งด้านงานข่าวก็ต้องพัฒนา รวมไปถึงด้านการหาแหล่งข่าว แต่โชคชะตาเหมือนจะเข้าข้างผมอีกครั้ง เมื่อถูกสั่งใ้ห้ไปถ่ายรูปรถติดแถวราชพฤกษ์

บันทึกเหตุประทับใจต่อหน้า

ในขณะถ่ายภาพทำข่าวอยู่นั้น มีรถของหน่วยพยาบาลคันหนึ่ง เปิดเสียงไซเรนขอทางมาแต่ไกล แต่ด้วยเวลานั้นเป็นช่วงที่มีปริมาณรถมากจึงเคลื่อนตัวค่อนข้างช้ามาก จู่ ๆ ก็มีผู้ชายขับรถจักรยานยนต์ขับแวะฝูงรถติดพร้อมปากตะโกนขอทาง และทำสัญญาณมือให้รถพยาบาลคันนั้นแล่นผ่านไปส่งผู้ป่วยให้ถึงมือหมอโดยเร็วที่สุด

“หนุ่มใจหล่อ”รางวัลที่สองในชีวิต

นับว่าเป็นภาพที่ประทับใจผู้คนที่พบเห็นเป็นอย่างมากสำหรับความมีน้ำใจของคนในเมืองใหญ่แบบนี้ ผมจึงถ่ายภาพนี้แล้วส่งเข้าโรงพิมพ์ ซึ่งทางนสพ.ก็นำลงไปตีพิมพ์ โดยต่อมาภาพใบนี้ทำให้ผมได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 2 ชื่อภาพ “หนุ่มใจหล่อ” จาก สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ประจำปี 2558-2559 ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลครั้งที่สองในชีวิตการเป็นนักข่าว

“ใจจะขาด”ภาพที่สามตามมาติดๆ

นอกจากนี้ในส่วนของการทำงานด้านอาชญากรรมยังได้รางวัลเสื้อสามารถ ชื่อภาพ “ใจจะขาด” จากสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ประจำปี 2559-2560 อีกด้วย

แนะรุ่นใหม่ อดทนเรียนรู้ อ่านหนังสือให้มาก

คฑาเทพ กล่าวฝากถึงรุ่นน้องที่จะเข้ามาทำงานในสายนี้ ว่า ก่อนอื่นเลย ต้องขอออกตัวว่าไม่ได้เป็นคนเก่งมาตั้งแต่แรก แต่ด้วยความพยาม ตั้งใจ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค์ที่เข้ามาในระหว่างทาง อยากให้น้องๆ มีความอดทนที่จะเรียนรู้จากรุ่นพี่ หมั่นฝึกอ่านหนังสือให้มากไม่ว่าจะเป็นประเภทข่าว หรืออื่น ๆ มันจะเป็นวัตถุดิบอย่างดีในการดำเนินอาชีพนักข่าว และสุดท้ายเน้นย้ำว่า

“ตอนแรกเราอาจจะไม่เก่ง แต่หากมีความพยายาม จะประสบความสำเร็จสักวัน”

เขียนไข19/9/61