ตำรวจน้ำยุคผู้การไก่ไม่ขอเป็นพระเอก

4693
 
ผู้การไก่-พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผบก.รน.

เป็นนายพลคนรุ่นใหม่ หัวคิดก้าวหน้าโพรเจคเลิศล้ำ จนพล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.แม่ทัพตำรวจสอบสวนกลางให้ฉายาว่าถั่วงอก ไปที่ไหนก็ขึ้น

จบนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 45   บรรจุครั้งแรกปี 2535  เป็น รอง สว.สอบสวน สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ขึ้นสารวัตรสืบภาค 4  ทำงานนโยบายเรื่องยาเสพติด

ย้ายกลับเป็นสารวัตรสืบภาค 2  ขึ้นรอง ผกก.ป.สภ.พัทยา  เป็น รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวนที่นนทบุรี  สมุทรปราการขึ้น ผกก.สำโรงเหนือ 

เป็นนายเวร รอง ผบ.ตร.  จากนั้นมาเป็นรองผู้การกองปราบฯ ติดยศนายพลเป็นผบก.ปคบ.แล้วโยกเป็นผู้การตำรวจน้ำ

มีโอกาสคุยกันถึงเรื่องหน้างานภารกิจตำรวจน้ำในยุคผู้การไก่  เจ้าตัวเล่าว่า

ตอนนี้ เริ่มชัดเจนขึ้น คือเราได้งบประมาณทั้งยาเสพติด ทั้งค้ามนุษย์ ทั้งเรื่องประมง เรื่องน้ำมันเถื่อน 

ดีไซน์ตำรวจน้ำเหมือนปลั๊กไฟ
ให้นโยบายไปแล้ว เรือมี 200 กว่าลำ สถานีมี 39 สถานี  คือจริงๆ มันมีภารกิจของตำรวจน้ำเอง ในส่วนของผม ก็ไม่ใช่อยากจะโชว์ตัวเองอะไร  แต่ผมมาวิเคราะห์หน่วยตัวเอง แล้วคิดว่าจะให้หน่วยไปทำอะไรให้กับประชาชน อะไรอย่างนี้มากกว่า

ผมเลยดีไซน์ตัวเองว่าเหมือนปลั๊กไฟ ให้แต่ละคนมาเสียบ เพราะเรามีความพร้อมเรื่องเรือ เรื่องคนขับเรือ  คนซ่อมเรือ มาจากนักเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรือทั้งนั้น แล้วผมต้องอาศัยเขา
คนที่มาจั๊ม เขาไม่ได้มามือเปล่า
แต่เรามามองว่า พี่ๆอยากสร้างบ้านหลังนี้ให้ออกมาเป็นยังไง เราก็เป็นปลั๊ก เอาเรือไป จะทำภารกิจประมง ก็มานั่งในเรือเราออกไปทำกัน  จะค้ามนุษย์ ไปตรวจเรือประมง ก็ไปกับเรา อย่างตำรวจ ปคม.ก็ไปกับเรา น้ำมันเถื่อน เอ้าไปกับกรมธุรกิจพลังงาน กรมสรรพสามิต ไป

ผมชอบแบบนี้ เอานอกหน่วยที่เป็นหน้างานเขามาจั๊มๆ แล้วเขาไม่ได้มามือเปล่า เขาให้งบประมาณมา 1.คือลูกน้องเรามีเงินอย่างถูกต้อง เพราะเป็นงบประมาณ มีน้ำมันมาให้

อย่าง 3 เดือนหลังมานี้ ประมงได้มาอีก 9 ล้าน เพราะเขาใช้งานเรา เขาให้เงินเรา หรืออย่างแพทย์ฉุกเฉิน เป็นอะไรที่คนรอการช่วยเหลือ เราไปนี่เหมือนเป็นพระเอก ไม่ใช่ไปไปจับ มันคนละมุม   
           
แพทย์ฉุกเฉินเสริมโหงวท่องเที่ยวไทย
อย่างแพทย์ฉุกเฉิน ที่ทำแล้วเป็นหน้าเป็นตาตอนนี้ เพราะเมื่อคิดว่าเราจะหารายได้เข้าประเทศจากการท่องเที่ยวเป็นหลัก ดังนั้น มาตรฐานด้านการท่องเที่ยว และด้านการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวย่อมเป็นสิ่งสำคัญ 

ปัญหาที่ผ่านมาแต่ก่อน เวลามีนักท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ สมมติว่าเป็นเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า คนประสบอุบัติเหตุ กระดูกแข้งขาหัก โน่น นี่ นั่น หัวใจวายปุ๊บ โรงพยาบาลตามเกาะ ไม่มีศักยภาพพอ จำเป็นต้องเอาเขามาที่โรงพยาบาลศูนย์ที่สุราษฎร์ฯ

ช่วยนทท.ได้ทั้งเงินได้ทั้งกล่อง
ทางผู้ว่าฯก็ซื้อเรือให้ 5ลำ ร้อยกว่าล้านผู้ว่าฯ ในเรือมีเตียงคนไข้ มีถังออกซิเจน มีที่ปั๊มหัวใจ เราวิ่งไปรับแล้วเอาไปส่ง  มีพยาบาลไปกับเราด้วย เหมือนรถมูลนิธิ ทำให้เวลาเขามาท่องเที่ยวแล้วรู้สึกประทับใจ มีหน่วยช่วยเหลือ ดูแลเขาอย่างดี

อย่างเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว  มีสองคนผัวเมียมากับเรือโรงแรม  ผัวเขาลื่นล้ม หัวฟาดพื้นสลบในห้องน้ำ เรือก็มีแบบพยาบาลเบื้องต้น  เราก็เอาเรือไปรับ ตี 3 เอากลับขึ้นมา เป็นการสร้างมาตรฐานแล้วยกระดับ  เขาก็จะให้เงินเราเป็นค่าน้ำมันเรือ ให้เป็นเบี้ยเลี้ยง คือทำงานด้วย ได้เงินด้วยได้ซีเอสอาร์หน่วยด้วย

แก้ปัญหานทท.ต่างชาติตายทางน้ำ
แล้วตอนนี้กำลังจะฝึกอบรมเรื่องไลฟ์การ์ด   เพราะสถิตินักท่องเที่ยว มาเสียชีวิตทางน้ำในบ้านเราสูงมาก เป็นอันดับ 2 ของโลก

ความที่ไม่มีข้อมูลที่มันรวมศูนย์ พอผมได้รับภารกิจมาปุ๊บ ก็บอกว่า ผมอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่มาเสียชีวิตทางน้ำปีละกี่คน เสียชีวิตจากการดำน้ำ ว่ายน้ำทั่วไป หรืออุบัติเหตุ ขับเรือชน เสียชีวิตในสระน้ำโรงแรม เท่าไหร่   ต้องรู้ก่อน จะได้วางแผนถูกว่าเราจะต้องทำยังไง

ต้องทำการท่องเที่ยวให้มีราคา
เพราะทุกครั้งที่พอแจ้งว่าคนจมน้ำ ตำรวจน้ำไปก็คือไปรับศพ  ปัญหาหนึ่งก็คือ เขามองว่า มันไม่ใช่เรื่องแปลก คือคนมาเมืองไทย อย่างหนึ่งคืออยากมาเที่ยวทะเล คือ 90%  อยากเห็นทะเลเมืองไทย มันก็มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุ

แล้วการที่เราจะทำการท่องเที่ยวให้มันมีราคา เราอยากทำถูกๆ คำว่าถูกๆ หมายความว่า ศูนย์เหรียญ มาปุ๊บ3-4 วัน เที่ยว 5-6 โปรแกรม ก็จะได้คุณภาพการท่องเที่ยวที่ไม่ดี นักท่องเที่ยวลงเครื่อง ตี 3 พอ 7 โมงเช้า ไปดำน้ำ น็อกน้ำตายเลย
     
มีเซนเตอร์ติดตามสถานการณ์
บางคนสนอกเกอร์ไม่เคยดำ เพราะบางคน มาจากเมืองจีนก็จริง แต่มาจากเขา อยู่เมืองจีนอยู่บนเขา ไม่ได้อยู่ชายทะเล แต่เห็นว่าขามันถึง ให้ดำตรงนี้ แต่พอน้ำมันเข้า มันน็อก ตรงนี้ก็ต้องบูรณาการการทำงาน ก็ทำเอ็มโอยู ร่วมกับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา คือหนึ่งต้องมีเซ็นเตอร์ก่อนเพื่อติดตามสถานการณ์

ต้องตอบได้เหตุเกิดเพราะอะไร
สมมติว่าวันนี้มันเกิดอุบัติเหตุทางการท่องเที่ยวเกิดขึ้น มันเกิดเพราะอะไร เพราะตัวเขาไม่เชื่อฟังคำสั่ง เช่น ตรงนี้เป็นลีฟเคอร์เล้นท์ หรือคลื่นที่มันดูดออก เราปักธงแดงแล้วว่าตรงนี้อย่าเล่นนะ ไอ้ลีฟเคอร์เล้นท์

คือทุกวันมันจะไม่เหมือนกัน มันก็จะต้องมีคนมาสำรวจแต่ละวัน แล้วปักธงว่าตรงนี้ห้ามเล่นที่คลื่นมันดึงออกไป ถ้าเราทำสัญลักษณ์แล้ว เขาดื้อ ออกไปเล่น

อย่างน้อยเราก็จะตอบทางประเทศต้นทางของนักท่องเที่ยวได้ว่า เราทำสัญลักษณ์ ไว้แล้ว แต่คุณจะต้องไปกำชับกรุ๊ปทัวร์ของคุณจะต้องระมัดระวังเรื่องเหล่านี้ เขาจะได้ไม่โทษเรา

หรือ 2.ถ้าสัญลักษณ์ มันไม่ชัด เขาไม่เข้าใจ แค่ธงแดงเขาไม่เข้าใจ จะต้องทำเป็นเสียงด้วยมั้ย ทำเสียงภาษาจีน เสียงที่จะบอกว่าตรงนี้มันอันตราย คลื่นมันจะดูดออก

ปีหนึ่ง 60-70 ราย ที่มาตาย แล้วอุบัติเหตุอีกหลายร้อยครั้งเลย เช่น ขับเจ็ตสกีแบบแค่ขับเป็น แต่แก้ปัญหาตัวเองไม่ได้ เมื่อเวลามีปัญหา

เรือนำเที่ยวขาดทักษะช่วยชีวิต
แล้วเขาก็บอกเลยว่า นี่ผู้ประกอบอาชีพ ขาดทักษะในการช่วยเหลือชีวิต เราก็บอกว่าถูกต้อง เพราะฉะนั้นถ้าจะทำกิจการเรือนำเที่ยว สมมติว่าเรือลำนี้รับได้ 30 คน จะต้องมีคนขับ มีนายท้าย มีคนดูแลกี่คน

ในคนดูแล จะต้องผ่านการฝึกไลฟ์การ์ด ฝึกซีพีอาร์ เป็น แล้วมีบัตรติดคอ แล้วเวลาตำรวจน้ำไปตรวจ ก็จะดูว่ามีครบมั้ย ถ้ามีไม่ครบ ห้ามออก อย่างนี้มันก็จะเป็นลูฟ

สัดส่วน 30 คน สมมติว่า 1 ต่อ 10 คุณก็ต้องมี 3 คน ไม่ใช่ว่า ไปเกาะเต่า มีคนขับ แล้วก็เด็กต่างด้าว ไปอีกคน ปล่อยไปดำน้ำ ไม่ได้ มันไม่เกิดปัญหาไม่เป็นไร แต่พอเกิดปัญหาพวกนี้ แล้วเราช่วยเหลือไม่ได้ แล้วเราก็ไปดำ งมศพขึ้นมา  
แนะตำรวจน้ำหาวิธีป้องกันเหตุ
ล่าสุด ที่เขาตะเกียบ ตาย 2 รอด 1 เอาเรือเล็กๆออกไปตกหมึกไม่ไกลจากฝั่ง ปรากฏว่าคลื่นซัดแรงคว่ำ มีคนหนึ่งคว้ากล่องโฟมได้ ก็ว่ายน้ำเป็นทั้งคู่ อีก 2 คน ตาย

เลยบอกน้องๆว่า ไปดีไซน์ดูซิว่า ถ้ามีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก จะป้องกันยังไง จะต้องไปที่ท่าเรือที่จอดอยู่มั้ย หรือจุดที่จะต้องลงเรือไปประชาสัมพันธ์ จะไปบอกอะไร ยังไง คุณต้องมีชูชีพออกไป ถ้าคุณไม่มีชูชีพ คุณอาจไม่รอด
           
ร่วมตำรวจท่องเที่ยวเดินตรวจหาด
สถานีตำรวจน้ำ เขาต้องวิเคราะห์เป็น ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดเหตุก่อน เขาจะได้ทำงานเป็น  เรามาดูว่า มันป้องกันได้มั้ย ต้องประชาสัมพันธ์ให้ความรู้

อย่างช่วงปีใหม่ ที่ไปทำ เอาเต็นท์ไปตั้ง ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว เดินตรวจหาด เพราะว่าเวลานักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะ โอกาสที่จะเล่นน้ำ แล้วโอกาสที่จะเสียชีวิตมีเยอะ
         
ช่วยคนเมาพ้นจมน้ำตายหลายราย
ก็เอาภาคประชาสังคมของเขามาช่วยกันทำ แบ่งกัน คนละกี่กิโลฯ เดินตรวจกันเลย อย่างบางคนจมน้ำ เราช่วยคนจมน้ำก่อนจะเสียชีวิตได้ตั้ง 3-4 ราย เพราะอะไร เมาเหล้า แล้วลงไปเล่นน้ำ ไม่มีสติ

อย่างหัวหิน อย่างนี้ โดนเพรียงบาดกันอย่างนี้ นักท่องเที่ยวโดนกันเยอะ เพราะเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาไปอยู่ตรงนั้นมันมีเพรียง แล้วชายหาด หรือเทศบาล เขาก็ไม่ได้ทำ เราต้องไปนำเขา เราไม่ได้เป็นพระเอกไปทำ แต่ไปนำเขาไปร่วม แล้วเราก็สร้างโมเดลให้เขา
             
ตำรวจน้ำวินัยเป๊ะเพราะมาจากทร.          
ตั้งแต่มาที่นี่ ไปเยี่ยมมา 8 สถานีแล้ว ข้อดีของตำรวจน้ำ คือมีวินัย เขามีวินัยมาก เพราะส่วนใหญ่เขามาจากทหาร ชั้นประทวนเราก็มาจากจ่าทหารเรือ ปีหนึ่งเขาผลิตให้เรา 30-35 คน

นี่ผมขอไป 60 ขอเพิ่มไป มาเป็นตำรวจเลย งบเรานะ เราไปฝากเขาเรียนนะ แต่เขาจะรู้เลยว่า เขาจบออกมาจะต้องเป็นตำรวจน้ำ ไม่ได้เป็นทหารเรือ แต่พอจบมาแล้วก็มาอบรมกฎหมาย แล้วก็มาอบรมปฏิบัติการเรืออีก 3 เดือน
             
ต่อยอดจิตอาสา ทำข้อมูลท้องถิ่น
แล้วให้ทำต่อยอดจากสิ่งที่เราทำไปอีก ก็ยิ่งดี อย่างจิตอาสา เขามีคนดำน้ำเป็น ก็ลงไปเก็บขยะใต้ทะเล ไปร่วมกับคนอื่น เหมือนเรามี 1 คน ไปนำเขา 10 คน หรือ 20 คน มันทำให้เกิดกระแสสังคม ที่มันจะต้องดูแลท้องถิ่น  

ผมให้ทำศูนย์ข้อมูล คือ ข้อมูลท้องถิ่นของตำรวจน้ำมันต้องมี ในประเทศไทย มีท่าเรือกี่ท่า ในแต่ละพื้นที่ก็สำรวจมา มีท่าข้ามฟากตามแม่น้ำโขง กี่ท่า ซึ่งท่าพวกนี้ มันเหมือนโลจิสติกส์ มันพร้อมที่จะนำเอาสิ่งของผิดกฎหมายเข้ามา

และเราไม่ไปทำลายวิถีชีวิตเขา แต่เราต้องดึงเอาให้เขาอยู่ได้
           
รวมทั้งหมดเป็นศูนย์ข้อมูล
แต่เราจะไปตรวจยังไง พอเสร็จปุ๊บ เราก็จะไปรวมศูนย์ข้อมูล ผู้บังคับบัญชาจะใช้ข้อมูล กดปุ๊บ ก็ออกมาเลย แม่น้ำโขง อุบลฯ แม่น้ำโขง อำนาจเจริญ มีท่าเรือกี่ท่า ท่าที่เป็นท่ามี ตม.กี่ท่า
          
ยันตำรวจน้ำมีช่องทางเจริญเติบโต
ที่จริงหน่วยเรามีศักยภาพ เรือมี 200 กว่าลำ มีเรือขนาดใหญ่ 180 ฟุตขึ้นไป เรามี 3 ลำ 140 ฟุต เรามี 3 ลำ เขาเรียกกองเรือใหญ่ เรามีทั้งหมด 6 ลำ มี ผกก.1 คน เป็นผู้การเรือ ดังนั้นจะมี ผกก.เหมือน สบ เป็นพนักงานสอบสวนอีก 6 คน เพราะฉะนั้นช่องทางเจริญเติบโต มันก็จะมีไปของมันเรื่อยๆ

ขอเป็นพระรองที่เขาขาดไม่ได้
ผมบอกว่าหน่วยเราไม่ต้องเป็นพระเอก แต่ทำเป็นพระรองที่เขาขาดไม่ได้  เหมือนกับเราเป็นโลจิสติกส์ทางน้ำ มีภารกิจอะไรเราไปด้วย

ร่วมปปส.จับยา เขามีข่าวเรามีของ
อย่างแม่น้ำโขง ผมก็ไปคุยกับรองเลขาฯ ปปส.คือมันมีสถานการณ์ เอายาเสพติดเข้ามา แต่ถามว่า ตำรวจน้ำจะไปไล่สืบ ไล่จับ มันก็ไม่รู้เท่าไหร่ แต่ ปปส.มีข่าว เรามีคนกับมีของ คือมีเรือ ก็เอามารวมกัน มันก็ไปได้

มันทำให้เราสามารถทำงานได้ เราดีไซน์รูปแบบได้ ว่าเราจะลาดตระเวนช่วงไหน เจอเรือประเภทไหน ที่เราควรจะเข้าค้น เพราะว่าเวลาเขาจับมา เขาจะขยายผลด้วย ก็สนุก ตรงนี้

ที่ผู้การไก่เล่าให้ฟัง คงพอเห็นภาพภารกิจตำรวจน้ำ พระรองที่พระเอกแต่ละหน่วยขาดไม่ได้แล้วใช่ไหมครับ…

กากีกลาย25/7/63