ตำรวจอยุธยาเร่งคลี่คดี”น้องแอร์”ถูกฆ่าปริศนาหลังเป็นศพไร้ญาติ 8 ปี

 

สืบเนื่องมาจากที่มูลนิธิกระจกเงา รับเรื่อง ร้องเรียนแจ้งบุคคลสูญหาย คือน.ส.ธัญญลักษณ์ พงศ์จีนอายุ 25 ปี หรือน้องแอร์ หายจากบริเวณหมู่ 7 ตำบลบ้านข่อย อ.เมืองลพบุรี เมื่อวันที่ 14ก.พ.57  มีการตรวจสอบข้อมูลในระบบต่างๆแต่ไม่พบเบาะแสใดๆ

ประสานงานพาแม่น้องแอร์เก็บดีเอ็นเอเทียบกับศพนิรนามที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ปรากฏว่า  ตรงกับศพนิรนามถูกฆาตกรรมโหดทิ้งแม่น้ำป่าสัก ใน อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา สภาพศพถูกแทงที่ใบหน้านับสิบแผล  กระดูกหักหลายแห่ง พบศพตั้งแต่ 22 ก.พ. 57

ล่าสุดเมื่อวันที่7 กันยายน65  มูลนิธิกระจกเงา จะพาแม่น้องแอร์ไปรับศพกลับบ้าน ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม จากนั้นทีมงานมูลนิธิกระจกเงา ได้ประสานตำรวจ สภ.ท่าเรือ ไปจุดพบศพ เพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ

จากนั้น พ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ รองผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ ธีรวุฒิ แสงมณี ผกก.สภ.ท่าเรือ พร้อมชุดสืบสวน สภ.ท่าเรือ  ไปดูจุดที่พบศพน้องแอร์ บริเวณทางสามเเพ่งแม่น้ำป่าสัก หมู่ 5 บ้านถลุงเหล็ก ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา  เป็นแม่น้ำ2 สาย ไหลมาจากจ.ลพบุรี และจ.สระบุรี มารวมกันเป็นแม่น้ำป่าสักไหลเข้าเหนือเขื่อนพระรามหก

จากนั้นเดินทางมาประชุมที่ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรท่าเรือ โดยยังไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน/

ด้านนาย นเรศ พยัฆชาติ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยที่เคยปฏิบัติหน้าที่ในวันที่เกิดเหตุเล่าว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 8 ปีที่แล้ว วันนั้นเป็นช่วงเวลา  15:00 น รับแจ้งจากชายคนหาปลา พบศพลอยมาในแม่น้ำป่าสักบริเวณสามแยก วัดหิน

ไปตรวจสอบพบศพลอยอยู่ริมแม่น้ำ  ใช้ไม้เขี่ยเข้ามาในฝั่ง พบว่าเป็นศพหญิงสาวอายุประมาณ 20 ปีขึ้นไป   สภาพนุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ส่วนเสื้อจำไม่ได้ ที่ใบหน้ามีบาดแผลถูกของมีคม เป็นแผลเหวอะหลายแห่ง  ลำคอมีร่องรอยเขียวช้ำ เชื่อว่าถูกฆาตกรรมแน่นอน แต่ไม่พบหลักฐานหรือเอกสารติดตัวผู้ตาย ไม่ทราบว่าเป็นใคร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้นำศพส่งที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เก็บร่างผู้เสียชีวิตเพื่อประสาน ติดต่อญาติ แต่ขณะนั้นไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร

ต่อมา นางมาลี พงศ์จีน แม่ของน้องแอร์ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงา เข้าพบเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อติดต่อขอรับกระดูกของลูกสาว หลังได้รับการยืนยันและตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์แล้วว่า “ดีเอ็นเอ”นางมาลี ผู้เป็นแม่ ตรงกับลูกสาวที่หายตัวไปก่อนหน้านี้

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ครอบครัวน้องแอร์ เดินทางไปที่สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามคดีและเร่งรัดให้ตำรวจตามจับผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี จากนั้น เดินทางไปเชิญดวงวิญญาณน้องแอร์ ที่บริเวณคลองชัยนาท-ป่าสัก ใกล้กับวัดหัวหิน  เป็นจุดที่มีผู้พบศพน้องแอร์มาลอยมาอยู่บริเวณนี้

ครอบครัวได้นำข้าวพร้อมกับผัดกระเพรา จุดธูปบอกกล่าว  นางมาลีพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือบอกให้ลูกกลับบ้าน พร้อมสาปแช่งพฤติกรรมคนร้ายที่ก่อเหตุกับลูกสาว

สำหรับเหตุการณ์นี้ต้องย้อนไปตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.57 นาวสาวธัญญลักษณ์ หรือน้องแอร์ หายตัวไปจากบ้านในพื้นที่อ.เมืองลพบุรี  ครอบครัวพยายามตามหาแต่ไม่พบตัว  

ส่วนนายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา เผยว่า

ช่วงเดือน มีนาคมปี64  ครอบครัวน้องแอร์ ประสานมูลนิธิกระจกเงาหลังทราบว่าเป็นมูลนิธิที่ช่วยติดตามหาคนหาย  มูลนิธิกระจกเงาเดินหน้าสืบเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยตรวจสอบชื่อตามบัตรประชาชน //ประกันสังคม //การเดินทางออกนอกประเทศ และเรือนจำ แต่ก็ไม่พบความเคลื่อนไหว ไม่อยู่ในระบบ  สันนิษฐานว่าเสียชีวิตแล้ว

ต่อมาวางแผนค้นหาศพ คาดว่าเกิดจากการฆาตกรรม  เจ้าหน้าที่ได้เก็บดีเอ็นเอนางมาลี ผู้เป็นแม่เทียบกับศพไร้ญาติที่อยู่ในความดูแลของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทั่งยืนยันได้ว่าศพนิรนามที่พบในแม่น้ำป่าสักเมื่อปี 2557 คือน.ส.ธัญญลักษณ์ พงศ์จีน หรือ น้องแอร์

ขณะที่นางมาลี ผู้เป็นแม่เผยทั้งน้ำตาว่า อยากเรียกร้องให้ตำรวจตามจับคนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าลูกสาวอย่างโหดเหี้ยมให้ได้โดยเร็ว ที่ผ่านมากว่า 8 ปี ต้องทนทุกทรมานเฝ้ารอลูกสาวกลับมา โดยลูกสาวพูดประโยคสุดท้ายก่อนจะหายตัวไปเพียงแค่บอกว่า”ออกไปซื้อนมและแพมเพิส”ให้ลูกเท่านั้น จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้ หลังจากนี้เตรียมนำอัฐิไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดลพบุรี

ด้าน พ.ต.อ เอกราช อุ่นเจริญ รองผบก. ภว.จ.พระนครศรีอยุธยา  เผยว่า  ตอนนี้ตั้งปมเหตุหลักๆไว้  2 ประเด็น คือเรื่องชู้สาวและชิงทรัพย์ หลังตรวจสอบพบว่า ทรัพย์สินน้องแอร์ มีรถจักรยานยนต์และสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ติดตัวออกมาด้วยก่อนจะหายตัวไป  ระหว่างที่เจอศพของน้องแอร์ ก็ไม่พบทรัพย์สินติดตัว ตอนนี้ตำรวจมีเป้าแล้วประมาณ2-3 คน  มองว่าคนที่ก่อเหตุน่าจะเป็นคนใกล้ชิด และมีความโกรธแค้นกับน้องแอร์เป็นการส่วนตัวเพราะลงมือใช้มีดกระหน่ำแทงหลายแผล