ตำรวจเป็นทุกอาชีพได้ แต่ทุกอาชีพเป็นตำรวจไม่ได้”

3328

แฟ้ม (ไม่)ลับสีกากี

พันตำรวจตรี ดิษฐ์วุฒิ พิทักษ์ราชพงศ์ หรือ สารวัตรเอ สารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลธรรมศาลา

เกิดวันที่ 10 กรกฎาคม 2528 อายุใกล้เข้าวัย 34 ปี จบชั้นมัธยมศึกษาจากรั้วชมพู-ฟ้า โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่น122 

ศึกษาต่อที่ นักเรียนพลตำรวจ โรงเรียนตำรวจนครบาลรุ่นที่ 77 และ นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 64 ปริญญาตรีรัฐประศาสนศาสตร์ บัณฑิต(รปบ.ตร.)

รับราชการครั้งแรกขึ้นไปอยู่ที่อีสานของประเทศ บรรจุเป็นพนักงานสอบสวน (สบ1) สถานีตำรวจภูธรเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

ต่อมา ได้เป็นนายเวรผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง และ นายเวร ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 2

ย้ายข้ามภาคเข้านครบาล เป็น รองสารวัตรจราจร สถานีตำรวจนครบาลบางมด และ มาขึ้นสารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลธรรมศาลา

แรงบันดาลใจในชีวิตรับราชการตำรวจ ไม่ใช่คนอื่นไกล คือ คุณพ่อของสารวัตรเอ เอง  พ.ต.อ.หาญภักดี พิทักษ์ราชพงศ์

ปัจจุบันคุณพ่อเสียชีวิต เหลือไว้แต่เพียงแบบอย่างของความดีที่คุณพ่อเคยทำไว้ให้ศึกษาและเป็นแบบอย่าง

มุมมองต่ออาชีพตำรวจ ที่สารวัตรเอ มองนั้นเจ้าตัวบอกว่า

โดยส่วนตัวสัมผัสกับอาชีพตำรวจมาตั้งแต่เด็ก ภูมิใจมากครับ ที่เกิดเป็นลูกตำรวจ ท้ายที่สุดแล้วตัวเองก็มาเป็นตำรวจ

ผมมองว่าตำรวจเป็นอาชีพที่น่าสงสาร คนจะนึกถึงตำรวจ เฉพาะเวลามีความทุกข์เท่านั้น

สารวัตรเอเล่าต่อว่า ในแง่ของการทำงานปัจจุบันการทำงานค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากผู้กระทำความผิดในปัจจุบันไม่เกรงกลัวต่อกฏหมาย

มิหนำซ้ำกลับกลายเป็นใช้สื่อโซเชียลเล่นงานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องจนเสียหาย

ส่งผลกระทบไปถึงชีวิตครอบครัวที่ต้องได้รับผลของผู้กระทำผิดกฏหมายที่มักง่ายและขาดจิตสำนึกเหล่านั้นด้วย นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งนะครับ

แต่ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่หลงผิดติดในลาภ ยศ ผลประโยชน์จนเสียกระบวนการทางความคิด และจิตสำนึกในความถูกต้อง

ผมมองว่ายังเป็นส่วนน้อยของข้าราชการตำรวจทั้งประเทศนะครับในส่วนนั้นก็ต้องยอมรับและเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขกันต่อไป

ถ้าจะถามว่าชอบงานส่วนไหนมากที่สุด ส่วนตัวแล้วตอบได้เลยว่า ชอบแต่งเครื่องแบบตำรวจ ชอบพบปะ ช่วยเหลือ แก้ปัญหาของผู้อื่นครับ

สำหรับน้องๆ หลายๆ คนที่มีความฝัน และกำลังเดินตามความฝันของตนเองอยากที่จะรับราชการตำรวจ สารวัตรเอกล่าวว่า

ตำรวจอาจไม่ใช่อาชีพที่ดีที่สุด แต่ถ้าน้องได้มาเป็นแล้วน้องจะต้องภูมิใจครับ

ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสใช้วิชาชีพตำรวจช่วยเหลือผู้อื่น โดยที่เราไม่เคยคิดถึงสิ่งตอบแทนไม่เคยคิดถึงความเสี่ยงใดๆ

ถึงแม้บุคคลผู้นั้นที่ได้รับความเดือดร้อนจะไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่เพื่อน หรือแม้แต่คนที่เรารู้จักก็ตาม

เราก็จะทำจนสุดความสามารถเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้พวกเขาเหล่านั้น 

มีคำพูดติดตลกจากผู้บังคับบัญชาท่านหนึ่งซึ่งพี่ได้ยินมาตั้งแต่ยังเด็ก

“ตำรวจเป็นได้ทุกอาชีพได้ แต่ทุกอาชีพเป็นตำรวจไม่ได้” 

สุดท้าย ได้ทิ้งคติในการทำงาน ว่า ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน