ผกก.สน.เพชรเกษมตั้งกล้องวงจรปิดซุ่มดูแก๊งลักจยย.สุดท้ายรวบได้ยกแก๊ง3วัยรุ่นหัวฝน ขยายผลก่อเหตุโชกโชนกว่า20คัน ทั้งฝั่งธนบุรีและนนทบุรีพบของกลางจำนวนมาก
ที่ สน.เพชรเกษม เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 ก.ค.69 พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 พ.ต.อ.สุธี พรหมมาลี พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.สน.9 พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก. สน.เพชรเกษมพ.ต.ท.พ.ต.ท.วรงค์กรณ์ ขจรบุญญาวัฒน์รอง ผกก.สส. สน.เพชรเกษม พ.ต.ต.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน. เพชรเกษม ชุดสืบสวน สน.เพชรเกษม
ร่วมกันแถลงจับกุมนายภพ อายุ 19 ปี นายตี้ อายุ 19 ปี และ ปัง อายุ 19 ปีพร้อมของกลาง รวม 49 รายการ ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ 2 คัน กุญแจรถจักรยานยนต์ 17 ดอก ป้ายทะเบียนรถ 10 แผ่น เสื้อผ้าสวมใส่วันก่อเหตุ รวมถึงอุปกรณ์งัดแงะ และชิ้นส่วนรถจำนวนมาก
แจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ (รถจักรยานยนต์) ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแกการกระทำความผิดและการพาทรัพย์นั้นไป
สืบเนื่องจากมีแก๊งคนร้ายก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบและพื้นที่ใกล้เคียงหลายคัน พ.ต.อ.ปราโมทย์รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ สั่งการให้ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วก่อนร่วมกันวางแผน ติดตามคนร้ายโดยการวิเคราะห์พฤติกรรมของคนร้าย ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ร่วมทั้งการติดตามไล่กล้อง
วงจรปิดเพื่อติดตามตัวคนร้าย
เบื้องต้นสืบทราบว่าหลังจากคนร้ายก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์จะหลบหนีไปอยู่แถวหมู่บ้านพระปิ่น 5 (เอกชัย 109) แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กทม.เฝ้าซุ่มดูและติดกล้องวงจรปิดเพิ่มเติ่มเพื่อดูความเคลื่อนไหวของคนร้ายอยู่บริเวณใกล้เคียงกับสถานที่ดังกล่าว
ต่อมาช่วงสายวันที่ 30 มิ.ย.69 นายภพ ขี่รถจักรยานยนต์ ทะเบียน 1
ฆณ 3518 กรุงเทพมหานคร บริเวณที่ซุ่มดู มีตำหนิรูปพรรณของยานพาหนะตรงกับรถจักรยานยนต์ที่ใช้ขับขี่ไปก่อเหตุ แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพร้อมทั้งให้ตรวจดูภาพวงจรปิดที่บันทึกภาพขณะร่วมกันก่อเหตุ
นายภพรับว่าเป็นตนเองจริง และรับว่าได้ร่วมกันก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์มาหลายครั้ง ก่อนนำรถมาไว้ที่บ้านเช่า ซอยเอกชัย 109 ของตน จากนั้นนาย ตี้ จะเป็นคนติดต่อกับคนที่รับซื้อรถและจะมีรถขนส่ง(รถกระบะ) คนรับซื้อส่งมารับที่บ้านของตน ตนจะเป็นคนเปลี่ยนเบ้ากุญแจรถก่อน จากนั้นมีการพิมพ์สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนรถ นายตี้จะเป็นคนส่งมาให้และส่งมอบไปพร้อมกับรถจักรยานยนต์ที่คนซื้อมารับ
เจ้าหน้าที่เข้าไปค้นภายในบ้านเช่านายภพ พบของกลางรถจักรยานยนต์ รุ่นเวฟ นายไตรภพรับว่า ตนและนายตี้เพิ่งไปลักมาจากแถวพระราม5 (ท้องที่ สภ.ปลายบาง) และกำลังจะส่งให้กับขนส่งที่จะมารับ พร้อมทั้งได้จัดพิมพ์เอกสารประจำรถ
เรียบร้อย
นอกจากนี้ยังค้นพบอุปกรณ์ที่ใช้ในการลักรถ ทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่เคยลักมา ชิ้นส่วนประกอบเช่นตะกร้า เบ้ากุญแจรถ กุญแจ หมวกนิรภัย และเสื้อผ้าที่ใช้ใส่ขณะก่อเหตุ
ก่อนนายภพนำเจ้าหน้าที่ไปจับกุมนายตี้ได้ที่ห้องพัก ซอยภาษีเจริญ 58 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม. นายตี้ให้การว่า ตนเป็นบุคคลในภาพวงจรปิดที่ก่อเหตุ จะเป็นคนใช้เหล็กปีกเครื่องบิน เพื่อลักรถ นอกจากร่วมกับนายภพ บางครั้งร่วมก่อเหตุกับนายปังตามภาพวงจรปิด ก่อนพาเจ้าหน้าที่ไปจับกุมซอยบางแค14 นายปังให้การว่า หลังก่อเหตุขายรถได้จะนำเงินที่ขายได้ประมาณคันละ 20,000 บาท มาแบ่งกัน
ผู้ต้องหาทั้งสามรับอีกว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง หลายท้องที่ประมาณ 20 ครั้ง มีทั้งฝั่งธนบุรี และ จ.นนทบรี
จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายตี้เคยถูกจับกุมคดีลักรถจักรยานยนต์ในท้องที่สน.บางกอกน้อย และ สภ.เมืองสมุทรสาคร ส่วนนายบัง มีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับจำหน่ายยาเสพติด
ก่อนนำผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

























