ตำรวจไม่พกปืน เหมือนยักษ์ไม่มีกระบอง

710
               
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร อดีต ผบช.น.
เจ้าของฉายาที่สื่อตั้งให้ น.1บึ่งทุกที่
เป็นอีก1ในตัวละครมหากาพย์คดีบอสกระทิงแดง ที่ทำให้วลี “เมาหลังขับ”โด่งดังขึ้นมาอีกครั้งหลังเกิดเหตุมาถึง 5 ปี

“จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ตำรวจมีข้อบกพร่องชัดเจนทั้งสำนวนที่ส่งไปให้อัยการ พบว่า ไม่มีการแจ้งข้อหาเมาแล้วขับแก่นายวรยุทธ

แต่กลับแจ้งข้อหาข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและเมาหลังขับแก่ผู้ ต้องหา ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือฝ่ายผู้ต้องหาหรือจะมีใครรู้เห็นหรือไม่นั้นขณะนี้ ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่อยากพาดพิงไปถึงหน่วยงานอื่น
แต่ในส่วนของตำรวจยืนยันว่าไม่สามารถรื้อคดีของนายวรยุทธใหม่ได้ เป็นหน้าที่ของอัยการที่จะพิจารณา…..”

เป็นคำกล่าวของพล.ต.ท.ศานิตย์ เมื่อครั้งยังรักษาราชการแทนผบช.น. ถึงความคืบหน้าในการสอบสวนของสน.ทองหล่อ เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2559

ถึงวันนี้(18ก.ย.63)อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องนายวรยุทธ 2 ข้อหา ขับรถประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยนผู้อื่นถึงแก่ความตายพ่วงกับเสพโคเคน

วันนี้เลยขอย้อนบันทึกเรื่องปืนผาหน้าไม้ที่ผมเคยสัมภาษณ์นายพลคนนี้เมื่อครั้งยังเป็น ผบช.น.แม่ทัพสีกากีเมืองหลวงกันครับ

 

ตำรวจไม่พกปืน เหมือนยักษ์ไม่มีกระบอง
      

        
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. นรต.34 เจ้าของมอตโต รุก รบ จบ เร็ว และ ทำดี ทำได้ ทำทันที ยืนยันกับโรนิน
ถึงแม้จะไม่มีชื่อติดทำเนียบเป็นนักสืบมือปราบเลือดเดือดบู๊ระห่ำเหมือนคนอื่น แต่เมื่อมานั่งเก้าอี้ รรท.ผบช.น.ต่อเนื่องจนเป็นตัวจริง ก็นำทีมสืบนครบาลปิดคดีได้แทบหมด
        
มีจังหวะได้ถามถึงเขี้ยวเล็บที่ใช้ปราบโจร เดอะแป๊ะ บช.น.เล่าให้ฟัง
                
“สมัยเด็กๆ ใช้ .38 เป็นปืนคุณพ่อ หลังเรียนจบ มาเป็นร้อยเวรที่สภ.อ.เมืองแพร่ ก็ใช้ลูกโม่.38 Smith&Wesson  ลำกล้อง 4 นิ้ว
พอออกเวรปั๊ป ก็ไปไล่จับโจร จับได้เกือบหมด เขาเห็นหน่วยก้านดี ก็ให้มาเป็นหัวหน้าสายสืบ หลังจากนั้นก็ทำงานด้านสืบสวน
แต่ก็ไม่ทิ้งงานสอบ เพราะการจับกุมคนร้ายต้องมีหมายจับ ก็ไปช่วยพนักงานสอบสวนเอาสำนวนมาออกหมายจับให้ แล้วพอจับกุมได้ ก็ส่งสำนวนให้พนักงานสอบสวนไป…..”
        
ผบช.น.เล่าประสบการณ์สมัยเป็นตำรวจเมืองแพร่ตั้งแต่ยศร.ต.ต.-พ.ต.อ.
      
 “ประสบการณ์ระทึกก็มีล้อมจับคนร้าย มีทั้งโจร และพ่อค้าไม้ที่หวดกันหลายครั้ง อาศัยใจกล้าบ้าบิ่น อาศัยใจที่ไม่ไหวหวั่น หรือเกรงอันตรายจากคนร้าย
ถึงขนาดเคยโดนยินถากหัวก็มี แต่ก็ไม่เป็นไร อาศัยมีหลวงพ่อดี
หลวงพ่อดีคือความดีคุ้มครอง ก็คือบุญคุณของคุณพ่อคุณแม่นะ ประมาณนี้ ก็หลุดรอดมาได้ 
โจรห้าร้อย คนร้ายร้อยศพ ก็เหยียบย่ำมาหมด ศานิตย์ ขึ้นเอง ประกบจับได้หมด…..”  
                    
ตอนนั้นใช้ปืน.38 ขนาด 4 นิ้ว ใช้มาตั้งแต่ ร.ต.ต. ถึง ร.ต.อ. พอได้เป็นหัวหน้าสายสืบ ก็เปลี่ยนมาใช้ปืน Colt.45 รุ่น Gold cup ตอนนั้นถือว่าสุดยอด 
เพราะมันทะลุทะลวงดี ประสิทธิภาพมันหยุดยั้งได้  พกง่าย ไม่เหมือนตอนที่ใช้.38 มันเหน็บนอก
        
ตอนเปลี่ยนก็ไม่ได้มีใครแนะนำ แค่อยากจะใช้ ก็คุยๆถามๆกันว่าปืนอะไรที่มันช่วยหยุดยั้งคนร้ายได้ มีประสิทธิภาพดี
เขาก็แนะนำให้ใช้ .45 Gold cup ก็ใช้อยู่ช่วงหนึ่ง 
กระทั่งขึ้นมาเป็นรองผบก.อยู่ฝ่ายบริหาร ก็ไม่ค่อยได้พกปืนเหมือนอยู่ในสายปฏิบัติการที่จำเป็นต้องมีปืนประจำกาย แต่ความจริงไม่ได้เน้นเท่าไหร่เรื่องอาวุธ  จะเน้นเรื่องยุทธวิธี วิธีคิด วิธีการทำงานในการจับคนร้ายมากกว่า บางครั้งไม่จำเป็นต้องเอาตัวเข้าไปแลก ไม่ประมาท
                  
 เจ้าของมอตโต รุก รบ จบ เร็ว เล่าให้ฟังอีก
        
“พอขึ้นมาเป็นรองผบก.อยู่ในสายบริหาร ก็ไม่ได้พกปืนอีก กระทั่งเป็น น.1 ถึงกลับมาพกปืนอีกครั้ง
ก็เปลี่ยนมาใช้ Kevin .380 ใช้เพราะเล็ก พกง่ายดี  คือในระดับบริหาร จะพกปืนใหญ่ๆ โตๆ อาจจะไม่เหมาะสม
เป็นถึง น.1 มาพกปืนเบ้อเร่อเบ้อร่า แต่อย่างน้อยก็เป็นเครื่องเตือนใจลูกน้อง
ตำรวจต้องพกปืน เพราะหากมีสถานการณ์อะไรขึ้น จะนึกถึงเลยว่ารู้อย่างนี้พกปืนมาก็ดีแล้ว 
คือมันต้องเตรียมตัว ออกจากบ้านต้องไม่ลืมหยิบปืน แต่งเครื่องแบบแล้วไม่มีปืน เหมือนยักษ์ไม่มีกระบอง พอยักษ์ไม่มีกระบองจะไปทำอะไรเขาได้
เราใช้ เราพกไว้เพื่อป้องกันตนเองและผู้อื่น ถ้ามีเหตุเกิดขึ้นมา…..”
        
พูดจบ พล.ต.ท.ศานิตย์ชักปืนจิ๋ว MADE IN CZECH REPUBLIC ที่เหน็บข้างเอวออกมาให้ชม
      
 “ซ้อมยิงก็โอเค. ใช้ระยะต่อสู้ป้องกันตัว ระยะ 7 หลา 10 หลา  กระสุนก็ใช้หัวรู หัวระเบิด
ที่ต้องใช้เพราะมันก็สำคัญ ไม่ใช่จะมาตระหนี่ถี่เหนียว ซื้อปืนอย่างดีมา แต่เหนียวเรื่องกระสุน
ช้กระสุนที่ไม่สามารถทะลุทะลวง ป้องกันตนเองหรือทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องฝากไว้
                  
แล้วมีโอกาสก็ต้องไปฝึกซ้อม กระสุนครบปีก็ต้องเปลี่ยน นั่นคือหลัก
เกษียณอายุเมื่อ30ก.ย.60
โรนิน