ทำความรู้จัก "สารวัตรสิน" เป็นตำรวจเพราะแรงบันดาลใจ

แฟ้ม(ไม่)ลับสีกากี หน้าที่ 6 โดย:: สมถวิล 

ตอน :: “สารวัตรสินค่ายลุมพินีมือสืบสวนร่วมไขคดีม๊อบการเมืองกลางกรุงแรงบันดาลใจจากครอบครัวรับใช้ชาติบ้านเมือง”

พันตำรวจตรีกสิณ ตระกูลสิน หรือสารวัตรสิน เกิดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2527 ภูมิลำเนาเป็นคนกรุงเทพมหานคร เข้ารับการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ด้วยความใฝ่ฝันที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติ ประกอบกับได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวจึงได้สอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 44 ก่อนแยกเหล่ามุ่งหน้าสู่รั้วสีกากี โรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 60 พร้อมกันนี้ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชและต่อมาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิตและรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหงเมื่อปี 2550

ส่วนเส้นทางบนสายสีกากีของสารวัตรสินนั้น เริ่มต้นรับราชการในตำแหน่ง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน ก่อนพลิกบทบาทในปี 2553 เป็นรองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลพญาไท ช่วยราชการรองสารวัตรสืบสวน กองกำกับการสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ทำงานด้านสืบสวนมาโดยตลอด ต่อมาเมื่อปี 2558 ได้ปรับย้ายเป็นรองสารวัตรป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ก่อนรับตำแหน่งสารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี มีเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง “สารวัตรภัทรหรือหางปลา” พันตำรวจตรีภานุภัทร กิตติพันธ์ สารวัตรป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน และ”สารวัตรโอ” พันตำรวจตรีอภิโชค ขนบดี สารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางนา

ส่วนผลงานที่โดดเด่นของสารวัตรสืบสวนผู้นี้คือทำหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดถอดเทปคำปราศรัยของกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ ทั้งยังมีผลงานในการจับกุมกลุ่มเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดชาวต่างชาติผิวดำ ทั้งยาไอซ์ โคเคน เฮโรอีนจำนวนมาก

“อาชีพตำรวจเป็นอาชีพอันทรงเกียรติ เปี่ยมด้วยศักดิ์ศรีและความภาคภูมิ ถือเป็นอาชีพที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดและรับใช้ประชาชนทุกชนชั้น ซึ่งต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ ความรู้ความสามารถทั้งหมด ในการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งต้องใช้ปัญญา อย่างมีสติ รวมถึงความอดทนอดกลั้นอย่างสูง รวมทั้งต้องใช้ศักยภาพทักษะด้านต่างๆอีกมากมาย เพื่อที่จะเป็นตำรวจน้ำดี ดูแลรับใช้ทุกข์สุขของประชาชน”

ส่วนนายตำรวจที่สารวัตรสินยึดถือเป็นแบบอย่างในการทำงานคือ พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการกองบังคับการสานตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 ด้านการปฏิบัติหน้าที่และความทุ่มเทในการทำงาน และพันตำรวจเอกคณิตชัย มหินทรเทพ อดีต ผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 และพันตำรวจเอกพรชัย ชลอเดช ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ในการทำงานด้านการสืบสวน ซึ่งทั้งสามท่านเปรียบเสมือนเป็นครู ผู้ให้ ชี้แนะแนวทางเป็นแบบอย่างในการทำงานและการวางตัวที่ดี

คติประจำใจในการทำงาน คือ อดทน มีสติ ใช้ปัญญาและไม่ประมาท