นักสืบนครบาลยุค”สำราญ นวลมา”

 

หลัง พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ มือปราบคู่บารมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.กลับถิ่นเก่าเป็น ผบก.สส.บช.น.

หลายคนเฝ้าจับตาทัพนักสืบเมืองกรุงยุค นพศิลป์ เป็นผู้การ สำราญ เป็น น.1 หน้าตาจะเป็นอย่างไง สุดท้ายคำสั่งแต่งตั้งระดับรองผบก.-ผกก.วาระปี64 ก็คลอดออกมา

รองผู้การสืบใหญ่นครบาลปรับใหม่หมด ยกเว้นพ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ที่ทำผลงานคงเส้นคงวาอยู่ที่เดิม

ที่เหลือมีทั้งสไลด์และขึ้นในหน่วย เริ่มจาก2นายที่สไลด์ข้ามบช. พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่ รองผบก.สส.ภ.6  และพ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รองผบก.สส.ภ.2

ที่ขึ้นในหน่วย พ.ต.อ.กมล นุ่มหอม ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.
พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์ ผกก.สส.3 บก.สส. และพ.ต.อ.นิวัฒน์ พึ่งอุทัยศรี ผกก.สส.บก.น.1
ขยับมาดูตำแหน่ง ผกก.ในกองบังคับการสืบสวนเมืองกรุง

พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.ฝกค.บก.กค.ภ.4 เป็น ผกก.สส.1 บก.สส.

พ.ต.อ.กฤศณัฏฐ์ ธนศุภณัฏฐ์ ผกก.สส.2 บก.สส.

พ.ต.อ.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน ผกก.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา กลับถิ่นเป็น ผกก.สส.3 บก.สส.

พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.สปพ. เป็น ผกก.สส.4 บก.สส.

พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.

สำหรับผกก.กองสืบบก.น. 1-9

พ.ต.ท.ศิรณวิชญ์ อินทร รองผกก.สส.บก.น.6เป็น ผกก.สส.น.1
พ.ต.ท.อัครพล โทยะ รองผกก.สายตรวจ บก.สปพ.เป็น ผกก.สส.น.2
พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ ผกก.สน.ลำผักชี เป็น ผกก.สส.น.3
พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ เป็น ผกก.สส.น.4
พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์   ผกก.สส.น.5
พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร เป็น ผกก.สส.น.6
พ.ต.อ.ไกรวิทย์ อุณหก้องไตรภพ ผกก.สส.น.7
พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม เป็น ผกก.สส.น.8
พ.ต.ท.ธิติพงษ์ สียา รองผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.เป็น ผกก.สส.น.9

พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ ผกก.สส.4 บก.สส. เป็น ผกก.ดส.บช.น.

ขณะที่ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น.บอกกับpolice news varietiesถึงการจัดทัพนักสืบนครบาลและตำแหน่งต่างๆใน88สน.ว่า

สเปคของงานสืบสวน สืบ บก.น.1-9 คนที่อาจจะได้เลื่อนสูงขึ้นก็ว่าไป แต่คนที่จะต้องหมุนมาลงตรงนี้ ต้องมาคุยกันก่อน อย่างน้อย ผู้การศูนย์ฯสืบ  ต้องมานั่งคุยกันแล้ว เรียกมาคุยกันเรียบร้อยแล้ว 

พล.ต.ท.สำราญ แม่ทัพนครบาลบอกอีกว่า

ทุกคนไม่ได้รู้ทุกเรื่อง  แต่เราบอกว่าเราต้องรู้ในเรื่องของเรา อย่างน้อยๆ รู้ว่าใครรู้ ก็โอเค.แล้ว ถูกไหม บางทีเราไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตัวเราเอง เราขับเคลื่อนด้วยผู้ใต้บังคับบัญชา เราต้องขับเคลื่อนด้วยตัวพวกเขา  คือเราจะนำเขาไปในทิศทางไหน

เราก็ปรึกษาสเปค ผู้ที่จะมาอยู่งานสืบสวน ผมคุยกับพี่นพศิลป์ ว่าจะวางทีมงานสืบสวนของเราไว้ยังไง พรุ่งนี้เราอาจจะไม่อยู่ก็ได้ แล้วเราจะวางให้น้องๆอย่างไร  อย่างน้อยๆ คิดว่า ออกมา ก็น่าจะหล่อ น่าจะโอเค.

ส่วน 88 โรงพัก  ก็คงจะต้องคุยกับพี่ๆเขา อีกส่วนหนึ่งต้องฟัง ผบ.ด้วย เพราะเป็นอำนาจของผบ.ตร.ในการออกคำสั่ง แต่ท่านก็ต้องหารือกับเราอยู่แล้ว 

ท่านก็มอบนโยบายมา  บางโรงพักก็ต้องคนที่มีหลายเจนเนอเรชั่น บางโรงพักก็ต้องเอาคนรุ่นใหม่เข้ามาดูโรงพัก ดูพื้นที่ ท่านสั่งมา เอาคนใหม่ๆ มาพัฒนา แต่ไม่ทิ้งคนเก่า

แบบว่ามีหลายๆ เจน ก็มี รุ่นตั้งแต่ 30 40 และ 50 แล้ว  ไม่เช่นนั้นจะสืบทอดกันอย่างไร จะเก่งแบบขงเบ้งไม่ได้ เก่งคนเดียวไม่มีลูกศิษย์เลย สุดท้ายก็ไม่ชนะ

ส่วนความอาวุโส บางคนเป็นรอง ผกก.มานาน  จะพิจารณาให้เขาด้วย  ถ้าบางคนบอกว่า วิ่งไม่เป็น  ผมจะดูให้เอง อาวุโสก็ต้องได้ด้วย แต่ว่าน้องบางคน งานเขาเด่นจริงๆ ก็ต้องยอมเขาเหมือนกัน ต้องเป็นนักกีฬา มีน้ำใจก็ต้องมีเด็กๆ บ้าง

แต่ว่าคนแก่ๆ ก็อย่าน้อยใจ   ถ้าสูสีกัน ก็ต้องให้พี่เขาอยู่แล้ว แต่ถ้าทิ้งห่างกันมากๆ ก็ไม่ได้ คือถ้ามีผลงาน ก็ได้ไป แต่ถ้าไม่มีพี่ก็ต้องเอาไป ต้องแบบนั้น  ถึงจะถูกต้อง แฟร์เกม ถ้าสูสีกัน

ในเรื่องการสืบสวนสอบสวน จับกุมคนร้าย อันนี้ก็ต้องทำ ต้องเปิดรับน้องๆ รุ่นใหม่ๆเอาเรื่องดิจิทัลมาช่วย  อย่างผมนี่ก็ต้องถือว่าเป็นรุ่นใหม่แล้ว ก็ต้องใช้ในส่วนของวิธีการเทคโนโลยี มาใช้ในการสืบสวนสอบสวน  ไม่ว่าจะงานป้องกันปราบปราม งานจราจร ต้องนำมาใช้หมด  

แต่อยากจะบอกว่า อย่าทิ้งของเก่า ครูต้นแบบเก่าๆ ที่เขามีมาตั้งแต่สมัยก่อน  

อย่างบางจุดที่เทคโนโลยี่หรือไม่ครอบคลุม เราจะไปกันไม่เป็น เราต้องไม่ทิ้งของเก่าต้องบอกว่า ยุคก่อนๆ ที่จะต้องเดินดิน ต้องทำ ก็บอกแล้วก็เข้าใจกันแล้ว

บิ๊กราญ เปิดอกขนาดนี้ ว.2ว.8เข้าใจตรงกันนะครับ