ตำรวจน้ำภูเก็ต ร่วมตำรวจท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว รวบกัปตันเยอรมันคาเรือใบหรูกลางทะเล ลอบจัดทัวร์เถื่อน 10 วัน 10คืน กลางอันดามัน พบขายแพ็กเกจนักท่องเที่ยวเกลื่อนโซเชียล ราคาหลักแสนต่อคน
วันที่ 13.มี.ค.69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.สั่งการพล.ต.ต.เศรษฐสิริ นิพภยะ ผบก.รน. พ.ต.อ.วริศร มัจฉา ผกก.6 บก.ป. รรท.ผกก.8 บก.รน. พ.ต.ท.วิษณุ จินาวงษ์ สว.ส.รน.3 กก.8 บก.รน.และ ร.ต.ท.กองคลัง ธรรมเมธาพร รอง สว.(ทนท.ทางน้ำ) ส.รน.3 กก.8 บก.รน.
นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.รน.3 กก.8 บก.รน.(ตำรวจน้ำภูเก็ต) ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว ล่องทะเลตามรวบ นายมาร์คุส (Mr.Markus ) อายุ 50 ปี ชาวเยอรมัน กัปตันคาเรือใบหรู ลักลอบจัดทัวร์เถื่อน 10 วัน 10 คืน กลางอันดามัน ขายแพ็กเกจนักท่องเที่ยวเกลื่อนโซเชียล ราคาหลักแสนต่อคน จับได้ที่บริเวณทะเลอันดามัน ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จว.ภูเก็ต
สืบเนื่องจาก ตำรวจ ส.รน.3 กก.8 บก.รน. (ตำรวจน้ำภูเก็ต) ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต และเจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยว เฝ้าติดตามพฤติการณ์กลุ่มลักลอบจัดธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาตมากว่า 5 เดือน
หลังสืบสวนพบว่า มีกลุ่มชาวต่างชาติ เป็นชาวเยอรมันจัดแพ็กเกจท่องเที่ยวทางทะเลในพื้นที่ทะเลอันดามัน ใช้รูปแบบการเปิดบริษัทให้เช่าเรือบังหน้าแต่ความเป็นจริง กลับลักลอบจำหน่ายแพ็กเกจนำเที่ยวผ่านทางเว็บไซต์ให้กับนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันด้วยกัน เรียกเก็บค่าบริการราคาสูงเป็นหลักแสนบาทต่อคน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณน่านน้ำจังหวัดภูเก็ต พบเรือใบหรูต้องสงสัง เข้าตรวจสอบ พบนายมาร์คุส ชายชาวเยอรมัน เป็นกัปตันเรือ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเรือลำดังกล่าวอยู่ภายใต้บริษัทที่เปิดดำเนินการในลักษณะให้เช่าเรือ แต่กลับนำเรือไปใช้ลักลอบจัดแพ็กเกจท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนภายในเรือพบนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน 6 คน
เบื้องต้นสอบถามนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวให้การว่า จองโปรแกรมนำเที่ยวผ่านเว็บไซต์ และชำระเงินค่าบริการทั้งหมดล่วงหน้าผ่านบริษัทกล่าว เป็นแพ็กเกจล่องเรือท่องเที่ยวในทะเลอันดามันต่อเนื่อง 11 วัน
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า นายมาร์คุส เป็นผู้จัดทริปและบริษัทที่เกี่ยวข้องไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ถือเป็นการลักลอบประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต แจ้งข้อหา “ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต”และไม่นำใบอนุญาตใช้เรือมากับเรือ นำตัวสภ.ท่าฉัตรไชย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสืบสวนขยายผลยังพบว่า ในพื้นที่มีการดำเนินธุรกิจในลักษณะดังกล่าวอีกหลายราย ใช้รูปแบบเปิดบริษัทให้เช่าเรือหรือใช้บุคคลอื่นถือหุ้นแทนในลักษณะ “นอมินี” เพื่อบังหน้า ก่อนลักลอบจำหน่ายแพ็กเกจนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านเว็บไซต์ การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวของไทยที่ประกอบกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการตรวจสอบและจับกุมผู้ประกอบการที่มีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันต่อไป พร้อมทั้งยืนยันว่าจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจอย่างสุจริตและเป็นธรรมในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางทะเล


























