บช.น.ชวนเด็กปลูกต้นไม้ปราบPM2.5

 

เช้าวันที่ 31 ม.ค. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 และ พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ ผกก.สน.บางบอน

นำกลุ่มเยาวชนลงพื้นที่ปลูกต้นไม้บริเวณเกาะกลางถนนเอกชัย ช่วงหน้า สน.บางบอน โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางบอน คณาจารย์และนักเรียนโรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอนร่วมกันปลูกต้นเฟื่องฟ้า ไม้ดอก ไม้ประดับชนิดต่างๆ กว่า 200 ต้น

พล.ต.ท.ภัคพงษ์ กล่าวว่า การชักชวนเยาวชนปลูกต้นไม้ถือเป็นการปลูกจิตสำนึกระยะยาวซึ่งต้นไม้นั้นจะสามารถทำหน้าที่กรองฝุ่นมลพิษ และจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนที่ต้องสัญจรอยู่บนท้องถนนในระยะยาว

ทั้งนี้ปัญหามลพิษ PM 2.5 เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการเยียวยาแก้ไขอย่างเร่งด่วน รัฐบาลให้ทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน รวมถึงประชาชนทุกคนร่วมกันดำเนินการให้เป็นรูปธรรม

เวลาเดียวกันที่โรงเรียนวัดสามง่าม เขตหนองจอก กทม. พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผบก.น.3 สั่งการให้ พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า ผกก.สน.ลำหิน

สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่สำนักเขตหนองจอก

นำรถน้ำเข้าไปฉีดทำความสะอาดล้างคราบฝุ่นภายในโรงเรียนเพื่อเตรียมพื้นที่เป็นสนามสอบ O-NET ในวันพรุ่งนี้ พร้อมนำหน้ากากกันฝุ่น 800 ผืน ไปมอบให้คณะครูและนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3

หลังรับรายงานว่า มีเด็กนักเรียนหยุดเรียนเนื่องจากลาป่วยกันมากผิดปกติตั้งแต่ช่วงที่มีสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5ในพื้นที่กทม.

ขณะเจ้าหน้าที่ประกาศรณรงค์ให้นักเรียนสวมหน้ากากอนามัยอยู่นั้นได้มี นางจรินทร์ทิพย์ ทองสมัย อายุ 63 ปี มาขอรับตัวหลานชายชื่อ อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 ออกจากโรงเรียนเพื่อไปพบแพทย์โดยด่วน หลังมีไข้ขึ้นสูงระหว่างเข้าแถวรอทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ

จากการสอบถาม นางจรินทร์ กล่าวว่าเป็นยายของเด็กคนดังกล่าว เช้าวันนี้ได้รับการประสานจากครูให้รีบมารับหลานไปพบแพทย์ หลังจากเมื่อวันที่ 29 ม.ค. มีไข้และไปหาหมอที่ รพ.เด็ก มาแล้วแต่อาการยังทรงตัว

กระทั่งวันนี้ครูแจ้งว่าหลานมีไข้ขึ้นสูงอีก ตัดสินใมารับอย่างเร่งด่วน เชื่อว่าหลานป่วยเพราะฝุ่นมลพิษแน่นอน เนื่องจากก่อนหน้านี้มีสุขภาพดีแข็งแรงไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อน อยากให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาอย่างจริงจังจะได้ไม่ส่งผลกระทบกับประชาชนในระยะยาว

ด้าน คุณครูยุพินพร สุนทรารักษ์ ตำแหน่งครูประจำชั้น ป.6 โรงเรียนวัดสามง่าม กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา มีนักเรียนได้รับผลกระทบจากฝุ่น จนเกิดอาการป่วยต้องทำเรื่องลาหยุด และให้ผู้ปกครองมารับตัวแบบเร่งด่วน มากกว่าช่วงที่อากาศเป็นปกติ

ทางโรงเรียนมีมาตรการให้ครูประจำชั้นสำรวจนักเรียนในปกครองทุกเช้า เพื่อรายงานตรงถึงผู้อำนวยการ ว่า แต่ละวันมีเด็กป่วยกี่คน และให้ติดตามอาการลูกศิษย์อย่างใกล้ชิด

โดยทุกๆ เช้าช่วงเวลานี้ จะมีครูคอยวัดไข้และสแกนนักเรียนที่เดินทางมาโรงเรียนตั้งแต่บริเวณด้านหน้า หากเห็นว่าอาการไม่ดี จะแจ้งให้ผู้ปกครองมารับทันที และอนุญาตให้หยุดเรียนรีบพาบุตรหลานไปหาหมอเพื่อวินิจฉัยอาการ อีกทั้งเป็นมาตรการป้องกันไม่ให้เด็กรายอื่นๆ ติดอาการป่วยไปด้วย