บิ๊กป๋อปส.โชว์แถลงจับกุมยานรก9คดี

วันที่ 21 ก.ค. ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม รอง ผบช.ปส. พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบก.ปส.3

แถลงจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 9 คดี ผู้ต้องหา 26 คน ของกลาง ยาบ้า จำนวน 17,200,000 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 220 กิโลกรัม กัญชา จำนวน 400 กิโลกรัม เคตามีน จำนวน 150 กิโลกรัม และเฮโรอีน จำนวน 6 กิโลกรัม

คดีแรกจับกุมนายจิตรบูรณ์ หรือโน้ต อายุ 37 ปี ลูกชายนักแสดงดังรุ่นใหญ่พร้อมพวกรวม 5 คน

ได้แก่นายพงษธร อายุ 24 ปี นายจักริน อายุ 40 ปี นายขวัญชัย อายุ 38 ปี และนายพิทักษ์ อายุ 43 ปี หลังร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดผ่านสื่อสังคมออนไลน์

จับกุมได้พร้อมยาบ้า 3 พันเม็ด ไอซ์ 200 กรัม รถยนต์ 2 คัน ปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ 1 กระบอกพร้อมกระสุน 5 นัด สมุดบัญชีธนาคาร 7 เล่ม บัตรกดเงินสด 2 ใบ จับกุมได้ที่ช่วงสถานีรถไฟฟ้าไทรม้า ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า คดีนี้ สืบสวนพบว่ามีเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านแอพฯ ไลน์ และสื่อโซเชียลทวิตเตอร์ชื่อ “Hifull” จัดส่งสินค้าผ่านบริษัทรับส่งพัสดุเอกชนให้แก่ลูกค้า

นายจิตรบูรณ์ รับสารภาพว่าเจ้าตัวเป็นแอดมินขายยาเสพติดให้คนทั่วไปด้วยตัวเองมานานหลายเดือนแล้ว ที่ต้องขายยาเสพติดผ่านทวิตเตอร์นั้น เพราะช่วงนี้ค้าขายลำบาก ขายของไม่ได้ ต้องหันมาขายยาเสพติดแทน โดยขายได้วันละ 5-8 ราย

ส่วนพ่อที่เป็นดารารุ่นใหญ่ไม่เกี่ยวข้องและเคยไม่รู้เรื่องด้วย ตรวจสอบประวัตินายจิตรบูรณ์ พบว่าเมื่อปี 2558 เคยถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมในคดีฉ้อโกงรถยนต์ เสียหายกว่า 100 ล้านบาทมาแล้ว

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า คดี2 จับกุมนายสิกานต์  อายุ 26 ปี นายกิตติศักดิ์ อายุ 24 ปี

ในข้อหาร่วมกันมียาบ้าไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมของกลางยาบ้า 12 ล้านเม็ด รถยนต์ตู้โตโยต้า ไฮเอซ ที่บรรทุกยาเสพติด และรถยนต์โตโยต้ายาริส ที่ใช้นำทาง

จับกุมได้ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ม.4 ต.หันนางาม อ.ศรีบุญเมือง จ.หนองบัวลำภู ขณะขับรถมุ่งหน้า จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นเครือข่ายของกลุ่มนักค้ายาเสพติดที่หนีหมายจับไปอาศัยประเทศเพื่อนบ้าน ที่ยังคงเคลื่อนไหวในพื้นที่ จ.สระบุรี และ จ.ลพบุรี

ลอบนำยาเสพติดจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้ามาจำหน่าย แจ้งข้อหาก่อนคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดี

คดีที่ 3 จับกุมนายมานะ อายุ 28 ปี และนายวิชัย  อายุ 24 ปี ข้อหาร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาบ้าไว้ครอบครองเพื่อขาย พร้อมยาบ้า 5 ล้านเม็ด รถยนต์กระบะ 2 คัน ได้ที่เนินป่าละเมาะ ต.แม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย

หลังมีการข่าวว่าจะมีผู้ลอบขนยาบ้าจากชายแดนภาคเหนือมาส่งให้ลูกค้าในกรุงเทพฯ โดยขับรถเลี่ยงด่านตรวจแต่ถูกตำรวจจับได้ คุมตัวดำเนินคดีข้อหาครอบครองกัญาเพื่อขายโดยผิดกฎหมาย

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวอีกว่า คดีที่ 4 จับกุมนายชัยชนะ อายุ 52 ปี พร้อมพวกรวม 5 คน กัญชา 400 กิโลกรัม จับกุมได้ในปั๊มน้ำมัน กม.100 ต.หนองยาว อ.เมือง จ.สระบุรี

หลังสืบทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ลอบนำเข้าจากชายแดน จ.นครพนม เพื่อมาขายต่อให้ลูกค้าในภาคกลาง

คดีที่ 5 จับกุมนายอภินันท์ อายุ 49 ปี พร้อมพวกรวม 6 คน มีของกลางเป็นไอซ์ 100 กิโลกรัม เคตามีน 150 กิโลกรัม

จับกุมได้ที่จุดสกัดทางด่วนหมายเลข 11 สายเขาทราย อินทร์บุรี ม.1 ต.โคกเดื่อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์

ระหว่างกลุ่มผู้ต้องหานำยาเสพติดที่พักไว้ในโกดัง พื้นที่บ้านสันต้นกอก ต.แม่ข้าวต้ม อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อส่งเข้าพื้นที่ชั้นในโดยบรรทุกด้วยรถกระบะตีตู้ทึบและขับเลี่ยงด่านตรวจ

แจ้งข้อหาร่วมกันมีไอซ์และเคตามีนไว้ครอบครองเพื่อขาย ก่อนขยายผลยึดทรัพย์สินและจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวคดีที่ 6 จับกุมนายวิเชียร  อายุ 35 ปี พร้อมเฮโรอีน 6 กิโลกรัม ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยเสรีไทย 68 เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ แจ้งข้อหามีเฮโรอีนไว้เพื่อขาย

คดีที่ 7 จับนายสุรัตน์ หรือหนุ่ม อายุ 35 ปี พร้อมยาไอซ์  2 กิโลกรัม ยาบ้า 52,000 เม็ด หลังมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่จ.ชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง

คดีที่8 จับกุม นายเกรียงไกร  อายุ 31 ปี กับพวก อีก 1 คน ยาบ้า 124,000 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนัก 100 กรัม ขณะลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ตามแนวชายแดนด้าน อ.บ้านแพง จ.นครพนม

ไปส่งมอบให้กับลูกค้าในเขตพื้นที่ จ.สกลนคร, จ.มุกดาหาร และพื้นที่ใกล้เคียง โดยใช้เส้นทาง ถนนสายเต่างอย–เขาวง บ้านห้วยหวด ม.4 ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย จ.สกลนคร

และคดีสุดท้ายจับกุมนายทศพร  อายุ 24 ปี กับพวก 1 คน ยาไอซ์ 120 กิโลกรัม ขณะลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ตามแนวชายแดนไปส่งมอบให้กับลูกค้าในเขตพื้นที่ตอนใน ถูกสกัดได้บริเวณถนนริมคลองชลประทาน มุ่งหน้า อ.เมือง จว.กาฬสินธุ์ ส่งดำเนินคดีตามกฏหมาย