บิ๊กราญแถลงจับแก๊งปล่อยกู้ผ่านแอปฯดอกโหด

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 4 พ.ย.64 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส ผบก.น.3

แถลงข่าว พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม รองผบก.น.3 พ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา รองผบก.น.3 พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สส.บก.น.3 และพ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวน ผกก.สน.ฉลองกรุง

จับกุมนายชิงเบา ลู นายซวน หยาง นายอี้จัว หวัง นายซิน หวัง ทั้งหมดเป็นชาวจีน พร้อมพวกคนไทยอีก 28 คน

ข้อหาร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ บิดเบือน ปลอม หรือข้อมูลอันเป็นเท็จฯ ให้การกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราประกอบสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต

พร้อมของกลางโน้ตบุ๊ค 42 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 64 เครื่อง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่นๆหลายรายการ

จับได้ที่หมู่บ้านศุขบุรี-ยิ่งสุข ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 2 จุด และคอนโดเดอะปาล์ม วงศ์อมาตย์ ต.นาเกลือ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

พ.ต.อ.ถนัด กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายกู้เงินจากแอปพลิเคชั่น “เงินกู้เซลฟ์เซอร์วิส” ผ่านโทรศัพท์มือถือหลายครั้ง ระหว่างวันที่ 18-24 ก.ย. รวมเป็นเงินประมาณ 200,000 บาท

ผู้กู้ถูกข่มขู่ทวงหนี้ให้ชำระคืนเป็นเงิน 450,000 บาท เป็นการเรียกดอกเบี้ยเกินกำหนด จึงแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ฉลองกรุง เมื่อวันที่ 4 ต.ค.64

ชุดสืบสวนตรวจสอบพบว่า แก๊งปล่อยเงินกู้สามารถดึงข้อมูลและเข้าถึงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เสียหายและเครือญาติได้

จากนั้นติดตามทวงถามหนี้ลักษณะข่มขู่ด้วยการโทรศัพท์และแชททางไลน์ผู้เสียหายและเครือญาติ ทำให้ลูกหนี้และผู้ใกล้ชิดเดือดร้อนและหวาดกลัว

ผกก.สส.บก.น.3 กล่าวต่อว่าตรวจสอบเส้นทางการเงินมีบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้กว่า 100 บัญชี

ตรวจสอบระดับผู้ต้องหาตัวการชาวจีนมีเงินหมุนเวียนในบัญชีรวมมากกว่า 100 ล้านบาท

พนักงานสอบสวนสน.ฉลองกรุง อายัดบัญชีเบื้องต้น39 บัญชี

ต่อมาวันที่ 2 พ.ย. ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดพัทยา เข้าตรวจค้นเป้าหมายเครือข่าย ที่บ้านในหมู่บ้านศุขบุรี-ยิ่งสุข ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 2 จุด

จับกุมผู้ต้องหา 28 คน ชาย 19 คน หญิง 9 คน ทำหน้าที่โทรศัพท์ติดตามทวงหนี้ และมีจำนวน 1 คน ทำหน้าที่รับจ้างเปิดบัญชี

และคอนโดเดอะปาล์ม วงศ์อมาตย์ ต.นาเกลือ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จำนวน 2 จุด จับกุมผู้ต้องหาชาวจีน 4 คน

สอบสวนผู้ต้องหาชาวจีนทั้ง 4 คน ให้การปฏิเสธ ตรวจสอบพบว่า ใช้วีซ่านักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยวีซ่ายังไม่ขาดอายุ เช่าคอนโดฯอยู่ที่พัทยาเดือนละ 60,000 บาท

คนไทย 28 คน บัตรประชาชนถูกต้องส่วนใหญ่เป็นชาวเขาทางภาคเหนือชุดสืบสวนอยู่ระหว่างขยายผลว่า ทำบัตรประชาชนถูกต้องหรือไม่

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 28 คน ทราบว่า ทำหน้าที่ทวงหนี้แล้วยังได้ค่าจ้างเปิดบัญชีธนาคารเดือนละ 5,000 บาท ต่อ 1 บัญชี

บางรายเปิดบัญชีไว้ 3 ธนาคาร นอกจากนี้จะได้เงินค่าจ้าง 2 เป็นสองเท่าทุกเดือนที่ 3 เฉลี่ยมีรายได้ตกเดือนละ 20,000 กว่าบาท

ใช้บ้านหลังดังกล่าวเป็นคอลเซ็นเตอร์ทำมาได้ 4 เดือนแล้ว นำผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งสน.ฉลองกรุง ดำเนินคดี