บิ๊กแป๊ะ ประชุมเอง คดีหวย30ล.

752

 

จักรทิพย์ ร่วมประชุมคดีหวย 30 ล้านที่กองปราบปราม ขีดเส้นให้เสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ ผบ.ตร.เผยส่วนตัวคิดว่าคล้ายคดีครูจอมทรัพย์ ต้องมีผู้ถูกดำเนินคดีแน่ ไม่เว้นแม้แต่ตำรวจถ้าร่วมอยู่ในขบวนการ ด้านผบช.ก.ยันต้องทำความกระจ่างทุกข้อสงสัย ใครผิดใครถูก ใครมีหน้าที่ทำอะไร ใครเป็นตัวการ หรือสนับสนุน เพราะเชื่อว่าพวกพ้องเป็นคนดี จึงออกมาช่วยกัน

บิ๊กแป๊ะนั่งหัวโต๊ะ

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 13 ก.พ. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้เดินทางมายัง บก.ป.เพื่อร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีหวยอลเวง แย่งสิทธิครอบครองลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ กับ นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ที่ต่างฝ่ายต่างออกมายืนยันว่าตนเองเป็นเจ้าของลอตเตอรี่รางวัล ที่ 1 ดังกล่าว ด้วยตนเอง โดยมี พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี รองผบช.ก.พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส.พร้อมพนักงานสอบสวนบก.ป.และบก.ปอท เข้าร่วมประชุมที่ห้อง ชิวปรีชา

บิ๊กหมูให้มอง เกิดคดีนี้ได้ยังไง

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. กล่าวว่า อยากขอเวลาสักนิดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานด้วยความละเอียดรอบคอบ เพื่อหาคำตอบที่ถูกต้อง และตอบสังคมได้ เรื่องนี้ถือว่าเป็นกรณีศึกษา เป็นปรากฏการณ์ของสังคม ไม่ใช่เพียงแค่คดีธรรมดาคดีหนึ่ง แต่ต้องมองว่ากรณีดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร

ขณะนี้คดียังไม่ถึงกระบวนการในชั้นศาล แต่ทางจิตวิทยาน่าจะตอบคำถามได้ว่า ใครคือเจ้าของที่แท้จริง ใครพูดความจริง ใครพูดโกหก ซึ่งในส่วนของการดำเนินการของตำรวจ คาดว่าน่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนนี้

ถือเป็นกรณีศึกษา
“นี้ถือเป็นกรณีศึกษาของประเทศไทยต้องมีการดูแลประชาชนมากกว่านี้หรือเปล่า ระบบคัดกรองทั้งตำรวจ ทั้งครู ทั้งพระ ทหาร ตำรวจ ทุกสาขาอาชีพ ที่จะเข้ามาทำหน้าที่นั้น ๆ เพราะทุกคนบอกเป็นคนดีหมดเลย” พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าว

บางคนอาจไม่ได้ตั้งใจ

ผบช.ก.กล่าวอีกว่า สำหรับพยานหลักฐานต่างๆ พนักงานสอบสวน บก.ป.รวบรวมไว้มากพอสมควร ไม่ขอประเมินเป็นตัวเลขว่าคืบหน้าเท่าใด แต่ยืนยันว่าจะทำให้สมบูรณ์ในทุกประเด็น กระจ่างชัดทุกข้อสงสัย รู้ว่าใครผิดใครถูก มีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวบ้าง และทำหน้าที่อย่างไร ใครเป็นตัวการ หรือเป็นผู้ร่วมสนับสนุน ต้องพิจารณาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย บางคนอาจจะไม่ได้ตั้งใจเกี่ยวข้อง แต่อาศัยความเป็นพวกพ้อง และเชื่อว่าคนนี้เป็นคนดี จึงออกมาช่วยกัน

 

คดีเกิดหลายพื้นที่ ต้องลุยเอง

พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า ที่ผ่านมาคดีลักษณะดังกล่าวเคยเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บช.ก. จึงจำเป็นที่จะต้องลงไปทำคดี เพื่อจะได้รู้ว่ามีขบวนการหรือมีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ ส่วนประเด็นการสืบสวนสอบสวนของ บก.ป.สอดคล้องกับการดำเนินการของตำรวจภูธรภาค 7 หรือไม่นั้น ไม่อยากให้มีการนำไปเปรียบเทียบ

บช.ก.เจอคดีหลากหลายกว่า

ที่ผ่านมาตำรวจ บช.ก. อาจเจอคดีเยอะ หลากหลาย การทำแต่ละคดีต้องระมัดระวัง รอบคอบและละเอียด ส่วนคำให้การของพยานที่ผ่านมาจะขัดแย้งกับข้อเท็จจริงหรือไม่นั้นไม่ขอเปิดเผย แต่เชื่อมั่นในพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนมีอยู่ ประกอบกับความรู้ ประสบการณ์ซึ่งมีมากพอที่จะทำให้คดีดังกล่าวมีความชัดเจนขึ้นได้ ส่วนกรณีที่นายปรีชา ได้ฟ้องคดีต่อศาลแพ่งจะมีผลต่อรูปคดีหรือไม่ ในส่วนนี้ไม่ขอกล่าวถึง ขอกล่าวถึงเพียงคดีที่ตนรับผิดชอบเท่านั้น

 

บิ๊กแป๊ะอยากให้เสร็จใน ก.พ.

หลังการประชุม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้กล่าวว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก ยังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบ ทั้งนี้ได้กำชับ พล.ต.ท.ฐิติราช เกี่ยวกับเรื่องการวางแนวทางสืบสวน และเรื่องของกรอบระยะเวลาที่อยากให้สามารถสรุปผลทางคดีได้ภายในไม่เกินสิ้นเดือนกุมภาพันธ์

ส่วนตัวมองคล้ายคดีจอมทรัพย์
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ผลทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน และยอมรับว่าบางอย่างอาจจะแตกต่าง แต่ไม่ได้ถึงขนาดไปคนละทิศทางกับผลของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 โดยตนเชื่อมั่นในกองปราบว่ามีประสิทธิภาพจะสามารถคลายข้อกังขาของประชาชนได้ ซึ่งในความรู้สึกส่วนตัวยอมรับว่าจะเป็นคดีคล้ายกับกรณีครูจอมทรัพย์ กรณีนี้ต้องมีคนถูกดำเนินคดีอยู่แล้ว หากพบมีคนเกี่ยวข้องในการทำพยานหลักฐานหรือในส่วนที่ไม่ถูกต้องต้องถูกดำเนินคดีด้วย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจท้องที่หรือไม่ก็ตาม

รับมีบิ๊กตำรวจพัน
ต่อข้อถามกรณีดังกล่าวจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ยอมรับว่ามีบางส่วน แต่ยังไม่ขอกล่าวถึงเพราะเป็นรายละเอียดในสำนวนคดี ต้องตรวจสอบให้แน่ชัด ทั้งนี้ยืนยันว่าคดีนี้เมื่อถึงที่สุดแล้วจะต้องมีผู้ถูกดำเนินคดีแน่นอน ส่วนการที่ตนให้โอนสำนวนคดีมาให้ บก.ป.เนื่องจากมีเหตุผล 3 ส่วน คือ 1.เรื่องของการไม่ได้รับความเป็นธรรม 2.ประชาชนให้ความสนใจ และ 3.มีการกระทำเป็นขบวนการ