บุญกุศลคุ้มป๋าโก๊ะ-พระสำคัญหายตามสืบหาได้คืน

672

ป๋าโก๊ะ-พ.ต.อ.สมภพ พงษ์ฤกษ์ นรต.32  

เป็นนักสืบในตำนานอีกคนหนึ่ง ตำแหน่งสุดท้าย เป็นรองผู้การสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7  

หลังวางปืนถอดเครื่องแบบ ชีวิตกลับไปอยู่วงการฟุตบอลกีฬาที่เขารัก แต่หันไปคุมแข้งเด็กมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี หรือ BTU.แทน ไม่ปวดหัวเหมือนคุมบอลตำรวจ

แน่ไม่แน่ หลังเข้ามาคุมบังเหียน ป๋าโก๊ะพาทีมฟุตบอล BTU. กวาดเรียบ 4 แชมป์ เริ่มจากแชมป์เฟรสชี่ แชมป์อุดมศึกษา แชมป์บอลชายหาด กีฬามหาวิทยาลัย

ล่าสุดชนะมหาวิทยาลัยจากประเทศเกาหลีใต้ คว้าแชมป์ฟุตบอลมหาวิทยาลัยเอเชียที่ประเทศจีน เมื่อค่ำวันที่10 พ.ย.61 คว้าตั๋วไปแข่งฟุตบอลมหาวิทยาลัยโลก ที่เนเปิล ประเทศอิตาลี ช่วงต้นเดือน ก.ค.62

ส่วนตอนนี้อยู่ระหว่างพาทีมไปรักษาแชมป์บอลกีฬามหาวิทยาลัยที่เมืองดอกบัว อุบลราชธานี

ย้อนกลับไปหลังคว้าแชมป์บอลมหาวิทยาลัยเอเชียได้ พอกลับถึงไทยปุ๊ป เจ้าตัวเดินสายแก้บนปั๊ป ทั้งๆที่ตอนยังไม่เกษียณฯเรื่องพระเรื่องเจ้า ไม่เคยสน ไม่เคยใส่คอ

“ตอนเป็นตำรวจพี่ไม่ห้อยพระ เพราะหน้าหมวกพี่เป็นตราแผ่นดินอยู่แล้ว …”

ป๋าโก๊ะเล่าถึงเหตุผลไม่คล้องพระในช่วงรับราชการ

อีกอย่าง คุณพ่อพี่ท่านเสียตอนที่ท่านเป็นพระ ก่อนจะเสีย พี่บอกให้คุณพ่อคุ้มครองปกป้องดูแลผมดีๆ ขอแค่นี้ แล้วคุณพ่อเป็นพระ ก็ศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งเป็นพ่อด้วย ก็ยิ่งศักดิ์สิทธิ์ เลยไม่ได้ห้อยพระ

ถามว่านับถือมั้ย พี่นับถือพระทุกองค์ แต่เมื่อเราทำความดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องห้อยคอหรอก

แต่พอเกษียณฯ อย่างพระถ้ำเสือองค์นี้ เพิ่งมาห้อยตอนไปจีน ใครให้จำไม่ได้ รู้สึกตอนนั้นพี่ยังอยู่กองปราบ เป็นของขวัญวันเกิด

พูดจบป๋าโก๊ะ เปิดเสื้อโชว์พระถ้ำเสือ ยังพอเห็นคราบกรุสีเขียวติดอยู่ ก่อนเล่าให้ฟังต่อ

ที่เอาพระถ้ำเสือไป คือเซนส์ของเราเรื่องการนับถือ หรืออะไร แต่ละอย่างไม่เหมือนกัน เรื่องแคล้วคลาดปลอดภัยก็ด้วย ก็คงจะขึ้นคอไปเรื่อยๆ ใส่ไปเรื่อยๆ

ส่วนเรื่องเดินสายแก้บน ป๋าโก๊ะเล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไป

“คือวันที่เตะกับโอมาน  โดนนำก่อน 2-0   ก็บนขอให้เราตีเป็น 2 ต่อ 1 และ 2 เท่า อย่างที่คิดเอาไว้ พี่ก็ไปกราบพระแก้วมรกต ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง รัชกาลที่ 5 ขอให้ชนะ..”

ช่วงยิงจุดโทษ พี่ไม่ดูเลย ตื่นเต้นมาก บนเสร็จกลับมานั่งที่ห้องพักนักกีฬา เหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ยิน

แล้วพี่เป็นคนที่เวลาคุมทีมแข่งบอล สโมสร หรือบอลอะไรแล้วแต่  จะไม่ค่อยนั่งดูที่สนาม แต่จะไปไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ไหว้ศาล

อย่างที่จีน วันแข่งก็ไปไหว้เทพเจ้ากวนอู นึกยังไงไม่รู้ ขอให้เทพเจ้ากวนอูช่วย  ขอให้ชนะ พอชนะ รุ่งขึ้นพานักเตะไปไหว้ขอบคุณท่านเลย ห่างเมืองซินเจียง ที่เราพัก  1 ชั่วโมง

เรื่องอย่างนี้  ต้องรีบทำ รีบไป อย่าไปปล่อยไว้ไม่ได้

วันชิงชนะเลิศ โดนเกาหลีนำไป 2 ต่อ 1 ก็นึกถึงพระ นึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหมดที่พี่นับถือ ให้ช่วยหน่อย แล้วก็โป้ง ยิงตีเสมอ 2 ต่อ 2 ใน 30 วินาทีสุดท้าย

พี่ขอหมดแหละ ที่ขอก็มี หลวงพ่อเพชร พระถ้ำเสือ  พระแก้วมรกต ที่จะขอ แล้วได้หมด  

กลับมาเมืองไทย ที่แรกที่ไปแก้บนคือ  วัดคลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย สถานที่ประดิษฐาน หลวงพ่อเพชร หลวงพ่อสัมฤทธิ์ หลวงพ่อพึ่ง

ตอนบนขอให้ชนะ องค์แรกที่นึกถึง  คือหลวงพ่อเพชร วัดคลองกระจง  ท่านเป็นพระประจำ จ.สุโขทัย

คือช่วงปี 28-30 พี่เป็นหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจ อยู่กับท่านชลอ เกิดเทศ ที่พิษณุโลก เหตุที่นึกถึง เพราะหลวงพ่อเพชรหาย นายลอสั่งมา  ไอ้โก๊ะ มึงไปตามให้ได้

พี่ตามสืบจนมาเจออยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน กรุงเทพฯ สภาพสมบูรณ์ ยังไม่โดนตัดเศียร ใช้สายไปล่อซื้อออกมาแล้วจับดำเนินคดี

ขณะเดียวกันก็นึกถึงหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง จ.พิจิตร  อีกองค์

ตอนนั้นเป็นรองผกก.ที่กองปราบฯ พี่อัศวิน ขวัญเมือง เป็นรองผบก.ป.เรียกให้ไปพบผู้ใหญ่ 2 ท่าน ระดับรัฐมนตรีเลย บอกว่า ไอ้หนู พระคู่บ้านคู่เมือง จ.พิจิตร หาย ไปตามให้หน่อย  

ออกไปได้ประมาณสัก 6-7 ชั่วโมง ก็ตามพระคืนมาได้  คือเรามีสายอยู่แล้ว ก็ไปจับ ไปค้นบ้านผู้ต้องหา เจอพระที่ถูกขโมยเป็น ร้อยองค์เลยนะ

แล้ว 1 ในนั้นคือหลวงพ่อเพชร

ส่วนพระทั้งหมดที่เจอ เอามาเก็บไว้ที่กองปราบ รอผู้เสียหายที่พระหาย มารับคืนผ่านท่านผู้การต่อศักดิ์ สุขวิมล ตอนนั้นเป็นสารวัตรรถวิทยุกองปราบ

พี่ถือว่าเป็นบุญกุศลตรงนี้….

ออกญาบุรีรัมย์12/1/62