Tuesday, June 18, 2024
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันปคบ.กวาดจับ”หมอเถื่อนหมอกระเป๋า” รับฉีดโบท็อกซ์ ฟีลเลอร์

    ปคบ.กวาดจับ”หมอเถื่อนหมอกระเป๋า” รับฉีดโบท็อกซ์ ฟีลเลอร์

    ปคบ.แถลงรวบหมอเถื่อน-หมอกระเป๋า รับฉีดโบท็อกซ์ ฟีลเลอร์ และจับร้านขายน้ำกระท่อมสด บวกยาแก้ไอ และร้านขายยาแก้ไอปลอม
     

    สายวันที่ 21 ก.ย. ที่ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ บก.ป. พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ปคบ.พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ.

    พร้อมด้วย นพ.ธเรศ  กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

    ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาอ้างตัวเป็นแพทย์เสริมความงาม 2 คดี ผู้ต้องหารวม 3 ราย และจับร้านขายน้ำกระท่อมสดบวกยาแก้ไอ และร้านขายยาไม่มีเภสัชกร

    พ.ต.อ.ธรากร กล่าวว่า สืบเนื่องจาก กก.4.บก.ปคบ.ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก อย. ให้ตรวจสอบการขายเครื่องดื่มจากใบกระท่อม จากเฟซบุ๊ก ชื่อ “ยงยุทธ (ป๊อก ไม่เคยขัดจัดให้ตลอด) โฆษณาขาย “ใบท่อม ฝาแดง เงิน กัญชา น้ำต้ม ราคาปลีก ส่ง”

    สืบสวนจนพบว่า มีการขายน้ำกระท่อมบรรจุขวด คู่กับยาแก้แพ้หรือยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อมยี่ห้อดาทิสซิน(DATISSIN SYRUP) หรือ “ยาฝาแดง”, ยาแก้แพ้ยี่ห้อ อเลอร์ยิ่น(ALLERGIN SYRUP) หรือที่เรียกในกลุ่มวันรุ่นว่า “ยาฉลากฟ้า” และยาแก้ไอยี่ห้ออาชาค็อก(ASACOG) ซึ่งเป็นยาที่มีส่วนผสมของตัวยา chlorpheniramine maleate ซึ่งต้องจำหน่ายโดยเภสัชกร

    รองผบก.ปคบ.กล่าวต่อว่า จากนั้นได้ร่วมกับ (อย.) นำหมายค้นตรวจสอบบ้านในซอยประชาสงเคราะห์ 4 แยก 5 แขวงและเขตดินแดง พบนายยงยุทธ อายุ 31 ปี ตรวจค้นพบใบกระท่อม อุปกรณ์ที่ใช้ผลิตและแบ่งบรรจุน้ำต้มกระท่อม และผลิตภัณฑ์ยาที่เข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา 3 รายการ ดังนี้

    ยาแก้แพ้ยี่ห้อ อเลอร์ยิ่น(ALLERGIN SYRUP) จำนวน 250 ขวด ยาแก้ไอยี่ห้ออาชาค็อก(ASACOG) 100 ขวด ยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อมยี่ห้อดาทิสซิน(DATISSIN SYRUP) จำนวน 1,535 ขวดได้ยึดไว้เป็นของกลาง เบื้องต้นแจ้งข้อหาขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต
 สอบสวน

    นายยงยุทธ รับว่า ไม่ได้มีความรู้ด้านเภสัชกรรมแต่อย่างใด โดยต้มน้ำกระท่อมและแบ่งบรรจุขายคู่กับยาแก้แพ้ หรือยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อม เฉลี่ยวันละ 400-500 ขวด ซึ่งเป็นที่รู้กันในกลุ่มวัยรุ่นว่าน้ำกระท่อมและยาแก้แพ้ แก้ไอ มีใช้สำหรับผสมยาเสพติดชนิด 4×100

    นอกจากนี้ยังรับอีกว่า สำหรับยาแก้ไอ มี นายอรรคสิทธิ์ อายุ 25 ปี และน.ส.พิณรัตน์ อายุ 27 ปี เจ้าหน้าที่จึงได้ขอศาลออกหมายจับไว้ ก่อนส่งตัวนายยงยุทธ พร้อมของกลาง ส่ง กก.4 ดำเนินคดีพร้อมขยายผลขอศาลออกหมายจับนายอรรคสิทธิ์ และน.ส. พิณรัตน์ ในข้อหา “ร่วมกันขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต”มาดำเนินคดีต่อไป

    ด้าน พ.ต.อ.เนติ กล่าวถึงการจับหมอเถื่อน 2 คดีว่า คดีแรกเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับ เจ้าหน้าที่จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส) นำหมายค้นเข้าตรวจสอบสถานพยาบาลเสริมความงาม ภายในสยามแสควร์ แขวงปทุมวัน หลังสืบทราบเบาะแสว่า มีการใช้แพทย์ปลอมมารักษาประชาชน

    เมื่อไปถึงพบ นายพูนศักดิ์ อายุ 37 ปี กำลังรักษาประชาชนที่มาใช้บริการ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าไม่ใช่แพทย์จริง สอบปากคำรับสารภาพ  เรียนจบปริญญาตรี ไม่ได้จบแพทย์ แต่อาศัยประสบการว่าเคยมีความรู้ทางด้านการพยาบาลมาก่อน รวมถึงเคยเป็นเซลล์ขายอุปกรณ์การแพทย์ และ มีความชอบด้านความสวยความงาม

    อีกทั้งมีความฝันว่าอยากเป็นแพทย์เสริมความงาม ประกอบกับคนที่เคยรับบริการบอกว่ามีฝีมือดี จึงได้กระทำการดังกล่าวเรื่อยมานานประมาณ 1 ปี จนกระทั่งถูกจับกุม

    แจ้งข้อหา “ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมฯโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    พ.ต.อ.เนติ กล่าวต่อว่า อีกคดีจับกุม น.ส. กัลยา อายุ 37 ปี และ น.ส.จรรยมณฑน์ อายุ 32 ปี หลังมีพฤติกรรมเป็นหมอกระเป๋ารับให้บริการฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ นอกสถานที่ ส่วนใหญ่จะนัดหมายสถานที่ให้บริการลูกค้า ที่ คอนโด ซอยวิภาวดี 20 แขวงจอมพล เขตจตุจัตร

    รวบรวมหลักฐานขออำนาจศาลเข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว ก่อนพบมีการกระทำดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวจับกุมพร้อมตรวจยึดยาแผนปัจจุบัน ยาไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา รวมถึงอุปกรณ์การให้บริการ และเวชภัณฑ์ในลักษณะเตรียมพร้อมสำหรับผู้มารับบริการ จำนวน 21 รายการ ไว้เป็นของกลาง

    ผกก.4.บก.ป. กล่าวต่ออีกว่า สอบสวน น.ส.กัลยารับสารภาพว่า เรียนจบพยาบาลมา จะทำหน้าที่เป็นผู้ฉีด ส่วน น.ส.จรรยมณฑน์ จะทำหน้าที่รับจองคิว ประสานงาน นัดหมายกับลูกค้า อย่างไรก็ตามถึงแม้ตัว น.ส.กัลยา จะเรียนจบพยาบาล มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมการพยาบาลและการผดุงครรภ์ แต่ไม่ใช่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมเสริมความงาม เป็นคนละส่วน รวมถึงสถานที่ที่ให้บริการก็ไม่ได้มีการขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล จึงถือว่ามีความผิด

    เบื้องต้นแจ้งข้อหาทั้งสอง “ร่วมกันประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันดำเนินกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ แจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับ น.ส.กัลยา อีก 3 ข้อหา ในความผิดฐาน “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525, ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 และขายยาที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    นอกจากนี้ยังตรวจค้นร้านขายยา ย่านถนนสายไหม แขวงและเขตสายไหม จับกุมน.ส.ปทุมพร อายุ 26 ปี เภสัชกรปลอมขายยาแก้ไอให้กลุ่มวัยรุ่น พร้อมตรวจยึดยาแก้ไอยี่ห้อ ดาทิสซิน หรือ “ยาฝาแดง” และยาแก้แพ้ ยี่ห้อ “อเลอร์ยิ่น” หรือที่เรียกในกลุ่มวันรุ่นว่า “ยาฉลากฟ้า”

    เป็นยาที่มีส่วนผสมของตัวยาคลอเฟนะมีน ที่ต้องจำหน่ายโดยเภสัชกร และมีการจัดโปรโมชั่นการขายยาดังกล่าวในลักษณะ 10 แถม 1 เพื่อกระตุ้นการขาย โดยผู้ขายไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมของกลางมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

    นอกจากนี้ยังขยายผลออกหมายจับนางโชติกา อายุ 54 ปี และนายธนกฤติ อายุ 27 ปี สองแม่ลูกเจ้าของร้าน ในข้อหา “ร่วมกันขายยาปลอม และร่วมกันย้ายสถานที่เก็บยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยจับกุม นางโชติกา ได้ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ส่วนนายธนกฤติติดต่อขอเข้ามอบตัวกับกก.4.บก.ปคบ แล้ว

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments