Friday, February 28, 2025
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันปปส.ขยายผลจับหนุ่มวัย33พันไอซ์ข้ามชาติซุกม้วนฝ้าย

    ปปส.ขยายผลจับหนุ่มวัย33พันไอซ์ข้ามชาติซุกม้วนฝ้าย

    เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 28 ก.พ.68 พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด และ น.อ.ชยกร โชติพิทยานนท์ ผู้บังคับการกรมทหารสารวัตรทหารอากาศ

    ร่วมแถลงผลจับกุม นายปัญจกิตต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปีตามหมายจับศาลอาญา  เป็นระดับผู้สั่งการของเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ และมีพฤติการณ์ให้บุคคลในเครือข่ายลักลอบจัดส่งไอซ์ไปประเทศที่สาม

    จับกุมได้ที่บ้านพักย่านพระราม 3 กรุงเทพฯ พร้อมขยายผลยึดทรัพย์สินหลายรายการ เช่น คอนโดมิเนียม กิจการร้านกัญชา รถยนต์หรู 2 คัน นาฬิกา สินค้าแบรนด์เนม อาร์ตทอย รวมมูลค่ากว่า 23 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27 ก.พ.

    พล.ต.ท.ภาณุรัตน์กล่าวว่า  เมื่อวันที่ 17 ม.ค.68 สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานระหว่างประเทศ ทหารและตำรวจ เข้าปิดล้อมโกดังในพื้นที่แขวงบางประกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ จับกุมผู้ต้องหา 5 คนเป็นผู้เฝ้าโกดัง พร้อมของกลางไอซ์ น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 1.65 ตัน อยู่ในม้วนฝ้าย 33 ม้วน

    จากนั้นได้สืบสวนขยายผลเครือข่ายข้ามชาติและรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มอีก 4 รายเป็นระดับผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการ

    กระทั่งวันที่ 27 ก.พ. ชุดปฏิบัติการได้วางแผนจับกุม นายปัญจกิตต์ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการ ได้ที่บ้านพักย่านพระราม 3 และขยายผลตรวจค้นในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง 2 จุด คือบ้านพักและร้านกัญชาในพื้นที่กรุงเทพฯ และตรวจยึดทรัพย์สินหลายรายการ

    พบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือว่าเคยมีการส่งกัญชาออกไปประเทศอังกฤษ มาแล้ว 3 ครั้ง นอกจากนี้ ยังพบว่าเครือข่ายดังกล่าวนำทรัพย์สินไปลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ประเภทบิตคอยน์ และคริปโทเคอร์เรนซี อีกด้วย

    ต้องยอมรับว่าการตรวจสอบค่อนข้างยากเพราะเจ้าหน้าที่ยังไม่มีองค์ความรู้ ต้องขอความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ รวมถึงต้องมีเครื่องมือในการตรวจสอบทรัพย์สินในสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ

    ด้าน นายปฤณกล่าวว่า จากการสืบสวนทางการข่าวพบว่าต้นทางไอซ์มาจากแอฟริกาใต้ ปลายทางประเทศอินเดีย แต่ติดปัญหาการนำเข้าประเทศจึงประสานเครือข่ายยาเสพติดในประเทศไทย เพื่อมาพักสินค้ารอส่งประเทศปลายทาง  ถือเป็นเคสแรก โดยมีกลุ่มผู้ต้องหาเป็นผู้ให้การช่วยเหลือและอยู่ในขบวนการดังกล่าว

    ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ และอยู่ระหว่างการหลบหนี อีก 3 คน เป็นคนไทยทั้งหมด โดยจะเร่งติดตามและยึดทรัพย์สินเพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด และจะร่วมบูรณาการกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายขยายผลเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม

    เบื้องต้น ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ไอซ์) โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการกระทำเพื่อการค้า และความผิดสมคบการฟอกเงิน“

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments