ประวิตร ส่ง ศรีวราห์ ดูคดี น้องหญิงดับปริศนา

พ่อน้องหญิงที่ตกรถเสียชีวิต ร้อง ป.ช่วยคลี่คลายคดี หลังพบข้อพิรุธสงสัยหลายอย่าง พ้อตำรวจท้องที่ ให้หลักฐานที่สงสัยไปตรวจสอบไม่มีวี่แววคืบหน้า จนเป็นเรื่องครึกโครมในโซเชี่ยลฯ ถึงได้หันมาสนใจทำคดี ด้านรองฯศรีวราห์ เข้ามาคุยกับญาติ พร้อมบอก รองนายกให้ความสนใจ สั่งลงมาดู

กรณีเมื่อวันที่ 19 ก.ค. “น้องหญิง”หรือ น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช อายุ 19 ปี เสียชีวิตอย่างปริศนา กะโหลกศีรษะแตก สมองบวม หลังกลับจากเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยาโดยมี นายสุรพล หรืออ๊อฟ  อายุ 23 ปี เป็นผู้ขับรถพาน้องหญิงไปส่งกระทั่งมาเสียชีวิตดังกล่าว

ระหว่างทาง นายสุรพล อ้างว่าน้องหญิงได้กระโดดลงจากรถเทรลเลอร์ไปเอง พนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานในคดีอุบัติเหตุ กระทั่งต่อมาผลชันสูตร กลับระบุว่า “น้องหญิง”เสียชีวิต จากการถูกตีด้วยของแข็งเข้าที่ท้ายทอย

ได้เชิญตัวน.ส.สิรินาถ หรือ เป็ด อายุ 18 ปี เด็กเสิร์ฟ อยู่ในร้านอาหารร้านเดียวกับที่ “น้องหญิง” เป็นพนักงานบัญชีอยู่ มาสอบปากคำหลังทราบว่า น.ส.สิรินาถ เป็นผู้โทรศัพท์ไปชักชวนผู้ตายไปเที่ยวในวันเกิดเหตุ ก่อนจะมีการแจ้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย กับนายสุรพล

แต่ญาติยังไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากพบหลักฐานข้อพิรุธหลายอย่างเกี่ยวกับสาเหตุการตายและเชื่อว่าการเสียชีวิตของน้องหญิงน่าจะเป็นการฆาตกรรมมากกว่า

 

พ่อบุกป.แจ้งจับ3ต้องสงสัย

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 30 ก.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้พานายสุบิน ยาวิราช อายุ 41 ปี และ น.ส.ภาณิศา ยาวิราช พ่อและอา ของน.ส.นรีกานต์ หรือ“น้องหญิง” ผู้เสียชีวิต เข้าพบ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายสุรพล หรืออ๊อฟ น.ส.สิรินาถ หรือ เป็ด อายุ 18 ปีและนายท๊อป ไม่ทราบชื่อ นามสกุลจริง ในข้อหา ร่วมกันทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

หลังพบหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่าทั้ง 3 คนนั้นน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ น.ส.นรีกานต์ หรือ“น้องหญิง” โดยนำหลักฐานเป็นคลิปเสียงผู้ตายก่อนเสียชีวิต ข้อมูลจีพีเอสสัญญานโทรศัพท์ผู้ตาย และข้อความทางแอพพลิเคชั่นไลน์ของผู้เสียชีวิต มามอบเพื่อประกอบการพิจารณา พร้อมกับนำรูปภาพหน้าศพของน้องหญิงและโลงศพ มาร้องขอความเป็นธรรมด้วย

พบพิรุธหลายอย่าง

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า พ่อและครอบครัวผู้เสียชีวิตต้องการให้ตำรวจกองปราบช่วยทำคดีดังกล่าว และเอาผิดกับผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คน เนื่องจากพบหลักฐานเชื่อมโยงหลายอย่าง ทั้งข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ที่ระบุสถานที่จุดสุดท้ายของผู้ตาย ก่อนขาดหายการติดต่อ ตรงกับจีพีเอสที่ติดอยู่กับตัวรถเทรเลอร์ของนายสุรพล บอกพิกัดตำแหน่งสถานที่อยู่ในจุดเดียวกันในช่วงเวลานั้นว่า มีการจอดแช่อยู่กับที่เป็นเวลานานกว่า 7 นาที

นอกจากนี้ยังมีคลิปเสียงของผู้ตายขณะก่อนจะเสียชีวิตที่ส่งไปให้กับกลุ่มเพื่อนสนิทต่างๆ

เชื่อมีนางนกต่อลวง

ส่วนน.ส.สิรินาถ หรือเป็ด ทราบว่าเป็นผู้ชักชวนผู้ตายไปเที่ยวในวันเกิดเหตุ ก่อนจะแยกกันไปโดนน.ส.เป็ดไปกับนายท๊อป ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง เชื่อว่าน่าจะมีส่วนรู้เห็นด้วย โดยมี น.ส.สิรินาถ หรือเป็ด ทำหน้าที่เป็นนางนกต่อ เนื่องจากการตรวจสอบประวัติของ น.ส.สิรินาถ นั้น พบว่าเคยล่อลวงหญิงสาวไปให้ผู้ชายก่อเหตุคล้ายๆกับล่วงละเมิดทางเพศมาแล้ว

พงส.บางปะอิน ส่อเค้าซวย

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ สภ.บางปะอิน ยังไม่ได้รับเรื่องหรือตรวจสอบคดี มีเพียงแค่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานในคดีอุบัติเหตุเท่านั้น กระทั่งพอเรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมโซเชียลฯ จึงเริ่มจะมาตรวจสอบและเรียกตัวนายสุรพล หรืออ๊อฟ ผู้ที่ขับรถพาน้องหญิงไปส่งในคืนวันเกิดเหตุมาแจ้งข้อหา กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการเชิญคนในครอบครัวของน้องหญิงมาสอบปากคำถึงเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

อัจฉริยะ เตรียมร้องต้นสังกัดเล่นงาน

ด้วยเหตุนี้จึงได้พาผู้เสียหายมาเข้าร้องทุกข์กับตำรวจกองปราบเพื่อให้ช่วยดำเนินคดีดังกล่าวให้ นอกจากนี้ในวันพรุ่งนี้ ตนและครอบครัวผู้เสียชีวิตจะมีไปยื่นเรื่องร้องเรียนกับตำรวจภูธรภาค 1 ให้ช่วยตรวจสอบและลงโทษทางวินัยและอาญากับคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน ด้วยในความผิดตามมาตรา 157

เพราะที่ผ่านมาการกระทำของตำรวจ สภ.บางปะอิน ทำให้รูปคดีได้รับความเสียหายมาก มีการบิดเบือนข้อกล่าวหาให้กลายเป็นข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ไม่มีการตรวจสอบหรือสนใจคดีดังกล่าวจนกระทั่งเรื่องแดงขึ้นมา

พ่อโวย บางปะอิน ไม่เคยเรียกสอบ

ด้าน นายสุบิน กล่าวว่า ตนกับลูกนั้นไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก่อนเกิดเหตุตนทราบว่าน้องหญิงย้ายไปอยู่กับ น.ส.สิรินาถ เมื่อไม่นานมานี้ ตั้งแต่เกิดเหตุพนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน ไม่เคยเชิญตนไปสอบปากคำ บอกเพียงว่าเป็นเพียงคดีอุบัติเหตุเท่านั้น

อ้างแต่ขอรวบรวม ไม่รู้เปิดดูมั้ย

แต่เมื่อพิจารณาจากคลิปเสียงที่พบในโทรศัพท์ ตนไม่เชื่อว่าเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุแต่น่าจะเป็นการฆาตกรรม ได้พยายามค้นหาหลักฐานต่างๆด้วยตนเองเพื่อนำมามอบให้กับพนักงานสอบสวน แต่ก็ไม่มีการตอบกลับมาเมื่อสอบถามไปยัง ผกก.สภ.บางปะอิน ก็ได้รับคำตอบเพียงว่าขอรวบรวมตรวจสอบก่อน ที่ผ่านมายังไม่รู้ว่าหลักฐานที่ส่งไปให้นั้นได้เปิดดูหรือตรวจสอบบ้างหรือไม่

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งส่งต่อให้กับทางผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการดำเนินการต่อไป

ศรีวราห์ มาจี้คดี อ้างประวิตรสั่ง

ต่อมาเวลา 12.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะได้เดินทางมายังกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อร่วมติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยทันทีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เดินทางมาถึงก็ได้รีบเดินเข้าห้องสอบสวนเพื่อรับฟังเรื่องราวทางคดีในเบื้องต้น

โดยใช้เวลาในการรับฟังเรื่องราวทางคดีนานประมาณ 15 นาที ก่อนจะรีบไปลงตรวจสอบที่เกิดเหตุ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อในทันที โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนที่มาเฝ้ารอติดตามคดีแต่อย่างใด โดยกล่าวสั้นๆเพียงว่า “คดีนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นั้นได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษจึงได้สั่งการให้ตนมาดูรายละเอียดทางคดี “

ทั้งนี้มีรายงานว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน บก.ป. สอบปากคำ ผู้ร้องโดยละเอียด พร้อมให้ชุดสืบสวนตรวจสอบพยานหลักฐานทางคดี โดยประเด็นในการสอบปากคำเป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อสงสัยต่างๆ ที่ทางผู้ร้องยังเคลือบแคลงใจ เพื่อให้ประเด็นเหล่านี้ได้คลายข้อสงสัย

อย่างไรก็ตามคดีนี้ยังไม่มีการตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ขึ้นมาแต่อย่างใด เนื่องจากยังคงต้องรอข้อสรุปที่ชัดเจนอีกครั้งในช่วงบ่ายของวันนี้