ตำรวจสอบสวนกลาง CIB จับสองแม่ลูก เปิดบริษัทบังหน้าฟอกเงินข้ามโลกผ่านคริปโต พบเงินหมุนเวียนกว่า 4,000 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 24 เม.ย.69 พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.สั่งการ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. พ.ต.อ. นิธิ ตรีสุวรรณ ผกก.3 บก.ปอศ.รรท.ผกก.2 บก.ปอท. และ พ.ต.ต.จิรายุ วงศ์วิวัฒน์ สว.กก.3 บก.ปอศ.ปรก.กก.2 บก.ปอท.
นำกำลังจับกุม นายเสริมศักดิ์ อายุ 20 ปี และ นางปริชาติ อายุ 51 ปี สองแม่ลูก ตามหมายจับ ศาลจังหวัดอุดรธานี ลงวันที่ 19 ส.ค.68ข้อหา “สนับสนุนฉ้อโกง, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนฯ”
จับได้ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ, สมุดบัญชีธนาคาร และคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก รวมทั้งสิ้น 15 รายการ
สืบเนื่องจากหน่วยสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐอเมริกา (Homeland Security Investigations) ของสหรัฐอเมริกา ได้สืบสวนคดีที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ในลักษณะ Pig Butchering หรือการหลอกให้รักและลงทุนมีผู้เสียหายหลายรายในประเทศสหรัฐอเมริกา
จากการสืบสวน HSI อายัดเหรียญดิจิทัล USDT ได้มากกว่า 100 ล้าน USDT หรือประมาณ 3,200 ล้านบาท อีกทั้งยังพบว่าเส้นทางการเงินของขบวนการดังกล่าวเชื่อมโยงมาถึงกลุ่มบุคคลในประเทศไทย
ได้ประสานข้อมูลมายังศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร.ก่อนสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. ขยายผลตรวจสอบกลุ่มเครือข่ายในประเทศไทยจนพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองรายมีพฤติการณ์เปิดบริษัทบังหน้า ใช้บัญชีธนาคารของบริษัทรับเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากนั้นจะแลกเปลี่ยนเป็นเงินดิจิตอลสกุลต่าง ๆโอนต่อไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) ตามที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์สั่งการ
นอกจากนี้พบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองรายยังเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงออนไลน์ในประเทศไทยมากกว่า 10 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 8 ล้านบาท มีทั้งคดีที่เกี่ยวกับการหลอกลงทุนและหลอกให้ทำภารกิจเพื่อหารายได้พิเศษ
อีกทั้งยังพบว่า อยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับคดีหลอกลงทุนหุ้นของ สภ.เมืองอุดรธานีเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังจับกุมได้
สอบสวน นายเสริมศักดิ์ ให้การว่า ขอให้ นางปริชาติ มารดา ร่วมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทขึ้นมาเป็น “ธุรกิจบังหน้า”อ้างว่าดำเนินกิจการเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาด้านงานวิจัย แต่ในความเป็นจริงกลับนำบัญชีของบริษัทดังกล่าวมาใช้เป็นช่องทางรับแลกเหรียญดิจิทัล และฟอกเงินให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีผู้ว่าจ้างเป็นชาวจีน
มีลักษณะการดำเนินการคือ การรับโอนเหรียญดิจิทัลผ่านเครือข่ายหนึ่ง ก่อนจะแปลงและโอนเหรียญดิจิทัลข้ามไปอีกเครือข่ายหนึ่ง (Cross-chain) เพื่ออำพรางเส้นทางการเงินและหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ได้ค่าจ้าง 100 USDT ต่อการแปลงข้ามเครือข่ายมูลค่า 1 ล้าน USDT
จากการสืบสวนเชิงลึก ยังพบว่านายเสริมศักดิ์ทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกับบุคคลอื่นอีก 3 คน แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ทั้งในส่วนของการหาลูกค้า การดูแลบัญชี และการดำเนินธุรกรรมทางการเงิน โดยนายเสริมศักดิ์ ทำหน้าที่โอนเหรียญดิจิทัลและโอนเงินบาท
จากการตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.68 – ต.ค.68 บัญชีกระเป๋าเงินดิจิทัลของนายเสริมศักดิ์ฯ มีเหรียญดิจิทัลหมุนเวียนรวมสูงถึงกว่า 4,000 ล้านบาท จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


























