ปอศ.ทลายแก๊ง “เจ๊เหมย ขอนแก่น” นายทุนเงินกู้ทวงหนี้โหด

 

เจ๊เหมยสิ้นฤทธิ์ ตำรวจ ปอศ.บุกรวบ หลังปล่อยกู้ดอกโหด921.5 ต่อปี แฉพฤติกรรมทวงหนี้โหดบุกรุมตบ-ถ่ายคลิปประจานโซเซียล ลูกหนี้ทนไม่ไหวร้องศปน.ตร.รวบคาบ้านพัก

วันที่ 9 ก.ย.65 พล.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบ.ตร. ในฐานะศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ.

สั่งการให้พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ นำกำลังปิดล้อมตรวจค้น 3 จุดในจังหวัดขอนแก่น ประกอบด้วยบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 9 ต.สีชมพู อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น, ห้างทองเหมย หมู่ 10 ต.วังเพิ่ม อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น และบจก.สมคิดลิสซิ่ง   หมู่ 20 ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น

จับกุมแก๊งเงินกู้ดอกโหดประกอบด้วย น.ส.ณัฏฐนิช หรือเจ๊เหมย อายุ 36 ปี และนายฤกษ์ชัย อายุ 38 ปี สองสามีภรรยา ข้อหาประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และ เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด

พ.ต.อ.ภาดลเผยว่า ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  รับแจ้งจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบ ร้องเรียนว่า

ในพื้นที่จ.ขอนแก่น มีนายทุนเงินกู้ขื่อเจ๊เหมย ปล่อยเงินกู้เกินกว่าที่กำหนดร้อยละ 912.5 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยให้ได้ รวมทั้งส่งคนมาข่มขู่ หากผิดนัดชำระหนี้จะทำร้ายร่ายกายถึงบ้าน ถ่ายคลิปประจาน ทำให้ผู้เสียหายอับอายอย่างมาก

พ.ต.อ.ภาดล กล่าวต่อว่า จากการสืบสวนพบว่า น.ส.ณัฏฐนิช หรือเจ๊เหมย และ นายฤกษ์ชัย สามี  ร่วมกันปล่อยเงินกู้นอกระบบในพื้นที่ จ.ขอนแก่น และเปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า“แชร์บ้านเหมย” ลงคลิปโฆษณาชักชวนให้มากู้เงิน

นอกจากการปล่อยเงินกู้ตามปกติแล้ว ยังมีการปล่อยเงินกู้ในลักษณะอำพราง ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนทอง หรือ ผ่อนสินค้าแบรนด์เนมยี่ห้อต่างๆ รวมทั้งลงคลิปประจานลูกหนี้ที่ค้างชำระและคลิปทำร้ายร่างกายลูกหนี้หลายคลิป ในเพจเฟซบุ๊ก เพื่อเป็นการประจานและข่มขู่ลูกหนี้รายอื่นด้วย

นอกจากนี้ ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย  ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับ พร้อมจับกุมตัวทั้งคู่ตรวจยึดของกลาง อาทิ โทรศัพท์ 12 เครื่อง, คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง, ไอแพด 1 เครื่อง,สมุดบัญชี 9 เล่ม,เอกสารเกี่ยวกับเงินกู้ 40 ฉบับ,รถยนต์หรู 2 คัน,เงินสด 100,000 บาท,ทองรูปพรรณ 200 บาท สัญญากู้ยืมเงิน 1 ฉบับ,นามบัตรและใบปลิว จำนวน 401 แผ่น,สมุดบัญชีรายชื่อลูกหนี้ 6 ฉบับและเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ผกก.5.บก.ปอศ.กล่าวต่ออีกว่า ขบวนการนี้จะใช้สื่อโซเชียลมีเดียช่องทางต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก , ไลน์ ชักชวนผู้มีปัญหาทางการเงินให้ติดต่อกู้ยืมเงิน ทำให้มีผู้มากู้ยืนเงินเป็นจำนวนมาก สำหรับวิธีการเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยจะใช้วิธีการเรียกเก็บดอกเบี้ยรายวัน

มีการทำสัญญากู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยประมาณ ร้อยละ 2.5 ต่อวัน หรือ 912.5 ต่อปี ซึ่งเป็นการเอารัดเอาเปรียบสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชน

สอบสวนรับสารภาพ จึงแจ้งข้อกล่าวหา “ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และ เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด”  นำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป