ปอศ.เปิดปฏิบัติการปราบแก๊งโกงกู้

ตำรวจปอศ.เปิดปฏิบัติการทลาย”ปราบแก๊งโกงกู้” รวบ 14 ผู้ต้องหา พร้อมของกลางจำนวนมาก ตรวจยึดบัญชีพบเงินหมุนเวียน 223 ล้านบาท

เที่ยงวันที่ 28 ธ.ค.64 ที่ บก.ป. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.,พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.กฤษฎาพร ปานโปร่ง รอง ผบก.ปอศ.,พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ.

ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมแก๊งโกงเงินกู้ ตามยุทธการ“สอบสวนกลาง ปราบแก๊งโกงกู้” จับกุมผู้ต้องหา 14 ราย  

ประกอบไปด้วย น.ส.ณัฐกฤตา อายุ 46 ปี,น.ส.พรพรรณ อายุ 38 ปี,นายวิโรจน์ อายุ 50 ปี ,น.ส.คฑามาส อายุ 22 ปี,นายศราวุธ อายุ 28 ปี ,นายจักรณรงค์ อายุ 35 ปี,นายยศวริศ อายุ 23 ปี,น.ส.ชุติกาญจน์ อายุ 24 ปี,น.ส.กมลทรรศน์ อายุ 31 ปี ,นายก้องเกียรติ อายุ 24 ปี ,นางศศิธร อายุ 35 ปี,น.ส.พวงเพ็ญ อายุ 40 ปี ,น.ส.สุพัตรา อายุ 31 ปี,น.ส.ศิริลาวัลย์ อายุ 32 ปี

ข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ร่วมกันฉ้อโกง ,เอาไปซึ่งเอกสารของผู้อื่น โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหาย ,ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหาย และนำเข้าซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์

พร้อมตรวจยึดของกลาง บัญชีธนาคาร 65 รายการ,โทรศัพท์มือถือ 78 เครื่อง,เอกสารเกี่ยวกับการทำธุรกรรม 16 รายการ,เอกสารเกี่ยวกับคดี 14 รายการ,บัตรอิเล็กทรอนิกส์ 9 ใบ,อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์1 รายการและของกลางอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 207 รายการ รวมมูลค่ากว่า 2,383,600 บาท ส่วนบัญชีที่ตรวจยึดพบเงินหมุนเวียน223ล้านบาท

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ระบาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ รัฐบาลมีนโยบายให้ธนาคารพาณิชย์ออกมาตรการที่ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

ต่อมาธนาคารพาณิชย์ต่างๆ  ออกผลิตภัณฑ์ให้สินเชื่อในรูปแบบออนไลน์ ประชาชนขอสินเชื่อผ่านสมาร์ทโฟนได้ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด หากเอกสารครบถ้วนตามหลักเกณฑ์จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อภายใน 30 นาทีทำให้ประชาชนได้รับอนุมัติวงเงินกู้เร็วขึ้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบในรูปแบบต่าง ๆ

ต่อมากลุ่มมิจฉาชีพ เห็นช่องโอกาสจากมาตรการดังกล่าวหลอกลวงประชาชนที่ขาดรายได้และต้องการเข้าถึงแหล่งทุน  ออกกลอุบายชักชวนว่า สามารถหาแหล่งเงินทุนให้ได้ เพียงแค่นำบัตรประชาชนใบเดียวมาให้ ก็สามารถกู้เงินได้

จนกระทั่งต้นเดือน ส.ค.2564  มีประชาชนในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ร้องเรียนว่า เมื่อกลางเดือน ก.ค.64 ถูกกลุ่มมิจฉาชีพเป็นนายหน้าอ้างว่าสามารถหาเงินกู้ให้ได้หลงเชื่อมอบบัตรประชาชนให้ไป

หลังจากนั้นกลุ่มมิจฉาชีพพาไปสแกนใบหน้ากลางป่าในพื้นที่ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว อ้างว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งของการยื่นกู้ จากนั้น 1 เดือน กลุ่มมิจฉาชีพได้นำโทรศัพท์สมาร์ทโฟนมามอบให้ พร้อมเงินประมาณ 4 หมื่นกว่าบาท เข้าในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์

ต่อมาประชาชนกลับได้รับใบแจ้งหนี้จากธนาคารว่าตนเองเป็นหนี้ 160,000 บาท ทำให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากได้เดือดร้อน ตกเป็นลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์โดยไม่รู้ตัวแต่ได้รับเงินจริงเพียง 1 ใน 4 ของยอดเงินกู้คนร้ายได้เงินไปจำนวนมาก แต่ภาระหนี้สินตกอยู่กับพี่น้องประชาชนที่ถูกหลอกลวง

ด้าน พ.ต.อ.ภาดล กล่าวว่า

หลังรับเรื่องพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้กก.5 บก.ปอศ.สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ทำให้ทราบเครือข่ายผู้ที่ร่วมกระทำความผิดในคดีนี้ จนนำไปสู่การขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา14 ราย

จนช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ปิดล้อมตรวจค้น จับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ ทั้งหมด 10 จุด ในพื้นที่กบินทร์บุรี, ปราจีนบุรี, พัทยา, สระแก้ว, นครราชสีมา, สมุทรสงคราม และฉะเชิงเทรา เพื่อจับกุมผู้ต้องหา

สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพ 13 ราย ส่วนน.ส.สุพัตรา ให้การปฎิเสธ 1 ราย

จากแนวทางการสืบสวนพบว่า มีการแบ่งหน้าที่กันทำ  มีการกลุ่มนายหน้ารับผลประโยชน์ ทำหน้าที่ชักชวนและสมัครบัญชีออนไลน์ เพื่อยื่นกู้บัญชีออนไลน์เมื่อมีการอนุมัติเงินจะโอนเงินให้ผู้เสียหายร้อยละ 25 ส่วนขบวนการนี้จะได้เงินร้อยละ 75

เมื่อได้เงินมาแล้วจะยักย้ายถ่ายเทออกไป อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีการถ่ายเทไปตลอดเส้นทางของขบวนการ และมีบัญชีต้องสงสัยกว่า40 บัญชี นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่ง พนักงานสอบสวน กก.5.บก.ปอศ ดำเนินคดี