ปัญหาโลกแตกของสมาคมฟุตบอล…..บริษัทมหาชน….

 

จากการที่ทีมชาติไทยชุดเอเชี่ยนเกมส์ตกรอบแรก ทำให้สมาคมฟุตบอลโดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา

ที่น่าจับตาคือกรณี”บิ๊กเน”เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ออกมาพูดให้ความเห็นเรื่องนี้เพียงแค่วันเดียว โค้ชทีมชาติไทยต้องกระเด็น

แสดงว่าสิ่งที่คุณเนวิน พูดออกมานั้นมีเหตุผลหรือมีมูลทำให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยต้องเด้งรับ ด้วยการเปลี่ยนแปลงโค้ชทันที

แสดงให้เห็นชัดอีกครั้งว่า”เนวิน”พูดอะไรๆออกมา ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยต้องออกมาขานรับ…

อย่าลืมว่า”เนวิน”เป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการฟุตบอลไทยในการเลือกตั้ง

แต่นายกสมาคมฟุตบอลชุดนี้นั้น”เนวิน”เป็นคนกดรีโมททุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชั้น14ของโรงแรม ดิเอ็มเมลรัลด์รัชดาทุกคนทราบกันดี….

มีการใช้วิธีการหลายๆอย่างยิ่งกว่ายุคก่อน เพื่อต้องการชัยชนะ….เท่านั้น

และม้าศึกที่ทำงานให้แต่ละคนนั้น บางคนก็สมหวังบางคนที่ถูกให้เลือกทางเดินให้ในการหาเสียงสมาชิก

พอเสร็จภารกิจแล้วก็เข้ากับ สุภาษิตที่ว่า”เสร็จนาฆ่าโคถึกเสร็จศึกฆ่าขุนพล”

จะเป็นใครๆระดับบิ๊กๆในสมาคมกีฬาฟุตบอลคงรู้อยู่แก่ใจ

อย่าลืมสิว่า บาดแผลของสมาคมชุดนี้ก็มีครับ เพียงแต่จะมีใครกล้าเอาออกมาขุดคุ้ยมั้ย ถ้าใครๆทำ รับรองมีโอกาสตกม้าตายเอาดื้อๆในการเลือกตั้งที่ผ่านมา…

แต่ทำไมหลายๆคนเขาถึงพูดกันว่า”สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย”ทำไมตกไปอยู่ใต้อำนาจของฝ่ายชลบุรีที่กุมอำนาจสำคัญๆ

แล้วทำไมฝ่ายบุรีรัมย์ทำไมไม่เข้ามาแสดงเป็นมหาอำนาจในสมาคมกีฬาฟุตบอลบ้าง

อันนี้ต้องยอมรับ”กื๋น”ของคนระดับ”เนวิน”ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านแวดวงการเมืองมาเยอะ คงรู้ดีไม่เปลืองตัวดีกว่า เลยต้องถอยห่างออกไปตั้งการ์ดอยู่ภายนอก

แต่พอ ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยชุดเอเชียนเกมส์ตกรอบ”เนวิน”พูดทีเดียว นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเด้งรับทันที แสดงว่าอิทธิพลของเนวินยังมีมากมาย

อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้”กลุ่มชลบุรี”เป็นกลุ่มที่ทรงอิทธิพลมากกว่าใครๆเพราะว่าคุมกลไกลสำคัญทุกเรื่อง

อย่างประธานฝ่ายเทคนิคที่มี”วิทยา เลาหกุล”เป็นคีย์แมน แต่ด้วยขีดจำกัดของคนที่ผ่านฟุตบอลมามากมายทั้งเป็นผู้เล่นเป็นโค้ชและมีเรื่องมีราวฉาวโฉ่ในอดีตสมัยเป็นโค้ชทีมชาติไทย

และในปัจจุบันนี้โค้ชฟุตบอลของเมืองไทยชื่อดังๆต่างกล่าวกันอย่างหนาหูว่า”ถ้าอยากเป็นโค้ชทีมชาติไทย”ต้องเปลี่ยนนามสกุลเป็น”เลาหกุล”เท่านั้นถึงจะมีโอกาส

ถ้าหากไม่เชื่อก็ลองตะแคงหูฟังคนข้างนอกบ้าง ท่านผู้นำจะได้ตาสว่างๆๆๆสักที…….

มันสมองกุนซือของสมาคมฯชุดนี้ไม่มีคนเก่งๆ เพราะตัวท่านนายกสมาคมฯแกเชื่อมั่นในตัวท่านเอง

พวกที่มาอยู่รอบๆข้างๆไม่ใช่ของแท้ มีแต่ของปลอมๆทั้งนั้น คนเก่งๆมีเยอะแยะ แต่ไม่มีโอกาสได้มาทำงาน……

ยิ่งปัญหาโลกแตกที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้ใช้บุคคลกรเข้ามาทำงานอย่างมาก ถามหน่อยสิครับว่ามันสมควรแล้วหรือ….

คนเยอะแยะ ค่าใช้จ่ายเงินเดือนมหาศาลมันคุ้มค่าหรือไม่

และปัญหาที่ยิ่งใหญ่และแก้ไขไม่ได้คือปัญหาของผู้ตัดสิน ที่มีสมญานามเรียกขานกันว่า”มาดาม-เจ๊ดัน”เป็นผู้หญิงที่ทรงพลังมีอำนาจสูงสุดในเวลานี้

มาดามคนนี้ แรกๆไม่มีอะไรๆแต่พอต่อมาเธอทำตัวเป็น”มาเฟียผู้มีอิทธิพล”ในวงการผู้ตัดสิน สามารถชี้เป็นชี้ตายได้เลย

และเอาแต่กลุ่มก้อนพวกตัวเองขึ้นมาทำงาน อย่างฝ่ายจัดผู้ตัดสินไปทำหน้าที่ และผู้ตัดสินไปทำหน้าที่ รวมถึงเรื่องฉาวโฉ่มากมายที่เกิดขึ้น

ทำไม….ทุกคนต่างมีข้อคาใจ…อะไรที่เกี่ยวกับการอบรมผู้ตัดสินมีการใช้งบประมาณ ทำไมถึงไปลงแต่ในพื้นที่ชลบุรี แสดงว่าต้องมีอะไรสักอย่างหนึ่ง

อยากจะสะท้อนไปถึงประมุขสมาคมครับ ท่านไม่เก่งจริงครับ ถ้าท่านเก่งจริงต้องทำให้เหมือนกันกับข่าวที่จับล้มบอล…รับรองมีฮา

ท่านอย่าพูดออกมาว่า จะให้ทำไง กู…หรือข้า…ใช้มันทำงาน

นี่แหละคือปัญหาโลกแตกที่ไม่สามารถแก้ไขได้….

อาทิตย์หน้าจะมาสังคายนา”เจ๊ดันหรือมาดาม…อ”

ผู้หญิงที่ทรงพลังอำนาจในเรื่องผู้ตัดสิน

ยันแข้ง 3/9/61