ปิดฉาก “ดาบตั๋น กองปราบฯ” คนสนิท “ชลอเกิดเทศ”

 

ยุทธจักรนักบู๊รู้กัน ช่วง ชลอ เกิดเทศ โด่งดังในฐานะมือปราบพระกาฬ  มี ดาบตั๋น และดาบยะ-ร.ต.ต.วิริยะ คุ้มรัตน์ ที่วายชนม์ไปก่อนหน้า เป็นลูกน้องชั้นประทวนคนสนิทติดตามไปทุกที่

ถึงวันนี้ ดาบตั๋น เดินทางไปสมทบกับเพื่อนรัก จ่ายะ หลังเสียชีวิตด้วยโรครุมเร้าเมื่อวันที่10ส.ค.65

วันนี้มาย้อนเส้นทาง ดาบตั๋น...ทนงศักดิ์ แจ่มแจ้ง อดีตตำรวจกองปราบฯคนดัง  ที่ผมได้มีโอกาสนั่งคุยที่บ้านริมน้ำ สจ.เปี๊ยก ปภาวิชญ์ บุษวะดี เมื่อ28เมษายน60 กันครับ  

“พี่เกิดที่ บ้านลี่ พระนครอยุธยา เข้าตำรวจปี 2511 สมัยชุมพล โลหะชาละ เป็นผู้การกองปราบฯเขาเปิดรับ มีรุ่นเดียวเลย เปิดรับพลขับรถวิทยุ 72 คนเพิ่งจบ .6 ก็มาสมัคร เพราะตอนนั้นไม่ได้ทำอะไร ไปสอบโรงเรียนนายร้อยตำรวจไม่ได้ ก็เลยมา

แล้วพ่อพี่เป็นจ่าใหญ่ของกองปราบ เป็นจ่ากอง ชื่อ สวัสดิ์ แจ่มแจ้ง พ่อดังมากสมัยก่อนแค่จ่ากอง ใหญ่มาก มีรถประจำตำแหน่ง เงินอีก 2,000 บาท ก็เอาผมมาสมัคร

รุ่นที่ผมเข้ามีสารวัตรรถวิทยุ คือ ......พงศ์สุระ เทวกุล ก็อยู่ .3 กก.2 .มาตลอด”

ก่อนหน้ามาเจอป๋าลอ ผมอยู่กับนายสล้าง บุนนาค รองผบก..อีกคน แกมาจากใต้ ส่วนป๋าเข้ามาเป็นรองผู้การกองปราบ แบบโดดเดี่ยว มาแบบไม่มีลูกน้อง

นายสล้างมาอยู่ก่อนเป็นรุ่นพี่ด้วยก็ให้ผม ให้พี่ครก เจตนากร นภีตะภัฎ ไปอยู่กับป๋าลอ แล้วตอนหลังก็มาตั้งศูนย์รวมกันที่ซอยจอมพล เป็นศูนย์เฉพาะกิจปราบโจรเรียกค่าไถ่

ช่วงนั้นคดีเรียกค่าไถ่มีเยอะมาก แต่ไม่มีรอด เพราะนายสล้าง มีเครื่องมือดี ช่วงที่อยู่กับป๋า ตอนเป็นรองผู้การกองปราบ ผู้การ  ไม่ต้องทำอะไรเลย

มีรองผู้การ 3 คน นายไกรสิงห์ พิมลศรี พ่อนายอ้ออัคราเดช นายสล้าง นายลอ 3 คนแค่นี้กองปราบ ดังเป็นพลุ

ส่วนเหตุที่เออร์รี่เพราะว่าป๋าลออยู่ในคุกแล้ว ตำแหน่งตอนนั้นพี่อยู่คอมมานโดถูกย้ายไปอยู่เฉพาะกิจ ชุดพี่สมศักดิ์ จันทะพิงค์ แต่ไม่ต้องทำอะไร ก็มาดูแลป๋า

พอป๋านึง(คำนึง ธรรมเกษม) เป็นผู้การ ก็มาทำงานลับๆ ให้ป๋านึง กวาดล้างอะไรพวกนี้ ผมก็ส่งข้อมูลให้ เวลาจะลุย ก็จะทำแผนที่ ป๋านึงจะส่งกำลังมา เวลาเท่านั้นเท่านี้ ที่มาทำข่าวให้เพราะป๋านึง กับป๋าลอ นรต.15 รุ่นเดียวกัน

คราวหลังผมโดนย้ายออกนอกกองปราบ ไปภาคอีสาน เพราะอายุเยอะ แต่ผมว่ามีคนแกล้ง อายุแค่ 45 เขาบอกอายุเยอะ

ป๋าลอที่อยู่ในคุก ก็ถือว่ามีบารมีมากนะ ก็ช่วยคุยบอกเอามันขึ้นทำงานบนแผนกก็ได้ ทำงานรับใช้กองปราบฯมาขนาดนี้ ก็ได้ย้ายกลับมาอีก

แต่มา 3 .นะ ปปป. ผมก็ไม่ยอม ป๋าลอก็จัดการให้อีก ได้กลับมาอยู่กอง 1 ตอนนั้นนายวิน(อัศวิน ขวัญเมือง) เป็นผู้การ

ก็คิดอีก กลัวตัวเองไม่ไหว เพราะต้องวิ่งทุกปี มีเรื่องเยอะอาจจะทำให้ป๋ากลุ้มใจก็เลยลาออก นายวิน ไม่รู้นะ เพราะแกไม่รู้ชื่อจริงพี่

พอเออร์รี่แล้วมาอยู่นี่ คือมาได้เมียคนที่นี่ เป็นนักร้องที่กรุงเทพฯ เลยมาแต่งแล้วปักหลักอยู่ที่นี่ อีกอย่างตรงนี้มันผูกพันมาตั้งแต่มาจับปืนเถื่อนสมัยป๋าลอเป็นผู้การอยู่พิษณุโลก แล้วก็มาบ่อย ตอนที่ยังไม่แต่งก็มาบ่อย พอแต่งก็เลยมาอยู่นี่

แล้วกับพวกชาดา ก็สนิทกันมาก่อนแล้ว รู้จักตั้งแต่เขาเกเร ป๋าให้มาหวด คือเมื่อก่อนเขาป็นเด็กเกเรแบบวัยรุ่น แต่เดี๋ยวนี้กลับเป็นคนละคน

กับไบคาน ชาดาเขาตระกูลเหนือกว่า ไทยเศรษฐ์ นี่ ตระกูลเจ้า แต่ไบคานกเฬวราก แล้วพอพี่เออร์รี่ พวกชาดา พวกเปี๊ยก(สจ.เปี๊ยกปภาวิชญ์ บุษวะดี) นี่แหละชวนมาอยู่ ชวนมาเล่นการเมือง

ก็ได้มาเป็นนายกฯ ที่สะแกกรัง เป็นมาสมัยหนึ่ง ปี 2554 แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้ว มีเท่าไหร่ก็หมด

มาอยู่อุทัย ก็เลยได้รู้จักเปี๊ยก ในฐานะที่เป็นตำรวจเก่า มองว่า สจ.เปี๊ยก เขาก็เป็นคนดีนะ เขาไม่เกเร ไม่ทำอะไรให้ใครเดือดร้อน พี่ว่าอุทัยฯ เป็นเมืองพิเศษเป็นเมืองที่ไม่มีอะไร แต่ชาดา เป็นคนทำให้คนรู้จักอุทัยฯ

เมื่อก่อนไม่มีใครรู้จัก คิดว่าอุทัยฯ อยู่ตรงไหน นึกว่า .อุทัย ของอยุธยา ชีวิตเขาสร้างสรรค์ดี แกคนจริง เขาทำให้วัยรุ่นเยอะนะ พวกที่ติดยา ชาดา ช่วยทั้งนั้น ไปเป็นวิทยากร ไปอบรมให้ เพราะชีวิตเขาเคยติดยาเสพติดสมัยวัยรุ่น เขาก็เอาตัวเขามาเล่าให้ฟัง แต่ตอนหลังก็ไม่ค่อยได้ทำ ก็ปล่อยๆ บ้าง แต่ก่อนจะไปอบรมตลอด

คนเราคบกัน มันต้องมีที่มา และนี่คืออีกมุมมองหนึ่งของอดีตตำรวจเก่ากองปราบฯอย่าง จ่าตั๋น ที่มีต่อ ชาดาสจ.เปี๊ยก 2 คนดังเมืองอุทัยธานี

ถึงวันนี้จ่าตั๋นปิดตำนานคนสนิทป๋าลอไปแล้ว ด้วยวัย72ปี ขอแสดง ความเสียใจมา ที่นี่ด้วยครับ


เฮียเก๋
11/8/65

กำหนดการสวดพระอภิธรรมและพิธีพระราชทานเพลิงศพ

...ทนงศักดิ์ แจ่มแจ้ง (จ่าตั๋น)

( บ้านอีเติ่ง น้ำทรง) สิริอายุ 72 ปี

วันพฤหัสบดีที่11 สิงหาคม ..2565 เวลา 19.30.

วันศุกร์ ที่12 สิงหาคม ..2565 (งดสวด)

วันเสาร์ที่13 สิงหาคม ..2565

วันอาทิตย์14 สิงหาคม .. 2565

วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม ..2565

บ้าน 63/6 หมู่8 .น้ำทรง .พยุหะคีรี .นครสวรรค์

กำหนดพระราชทานเพลิงศพ

วันอังคาร 16 สิงหาคม ..2565 เวลา 15.00.

วัดสุวรรณรัตนราม (วัดหลวงพ่อคำ)

*หมายเหตุ*ทำบุญเลี้ยงพระเช้าที่บ้านทุกวัน